# Atomic Habits(DCA 1%)

*แค่เปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นวันละ 1%*

By [ata](https://paragraph.com/@ata) · 2024-07-24

dca, trading

---

จากหนังสือเรื่อง atomic habits แสดงให้เห็นว่า ถ้าเราขยันแค่วันละ 1 % เราก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ประมาณ 37 เท่า ดังนั้น การลงทุนก็เช่นกันเมื่อเราจับสมการ map กัน

Up 1%

y = 1.01^n

Down

y = 0.99^n

n = จำนวนวัน

เมื่อเราสมมุติว่า เราทำกำไรให้ได้แค่วันละ 1% ก็จะได้ผลดังนี้

กรณีที่สร้างความเปลี่ยนแปลง 1%

> y = 1.01^365(day)
> 
> \= 37.78343

กรณีที่ไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลง หรือ แย่ลง 1%

> y = 0.99^365(day)
> 
> \= 0.02552

![](https://storage.googleapis.com/papyrus_images/1ff440403b557cd5950084d6c651c143.png)

พิสูจน์สูตร 1.01^n กับ 0.99^n

![](https://storage.googleapis.com/papyrus_images/0f3831687df47d6346d277c5749c0e0b.png)

ถ้าเราขยันแค่วันละ 1 %

**ต่อมาเข้าเรื่องกันดีกว่า การ DCA**

การ DCA นั้นทุกคนใคร ๆ ก็ทำได้ ไม่ใช่เรื่องยาก (ในความคิด) เพราะตัวโมเดลนั้นถูกออกแบบให้ simple มากที่สุด แต่สิ่งที่ยาก คือ ระหว่างการทำมากกว่า เพราะมันต้องใช้ระยะเวลาที่นานหน่อย ถึงจะเห็นผล แล้วต้องนานแค่ไหนถึงจะเห็นผล คงต้องกว่า ถ้าให้อ้างอิงขั้นต่ำ คือ 1 ปี ก็จะเริ่มเห็นผลชัดเจน

DCA หรือ Dollar-Cost Averaging เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่นักลงทุนทำการลงทุนจำนวนเงินเท่ากันในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่กำหนด ตัวอย่างเช่น การซื้อหุ้นทุกเดือนเดือนละ 1,000 บาท ไม่ว่าราคาหุ้นจะขึ้นหรือลงก็ตาม

### ตัวอย่าง

สมมุติว่า:

*   หนูมีกระปุกออมสินและเก็บเงินทุกอาทิตย์
    
*   ทุกอาทิตย์หนูจะหยอดเงิน 10 บาทลงกระปุก
    

สัปดาห์แรก: หนูหยอดเงิน 10 บาท  
สัปดาห์ที่สอง: หนูหยอดเงินอีก 10 บาท  
สัปดาห์ที่สาม: หนูหยอดเงินอีก 10 บาท  
สัปดาห์ที่สี่: หนูหยอดเงินอีก 10 บาท

### สรุป

ในหนึ่งเดือน หนูจะมีเงินในกระปุก 40 บาท โดยหนูจะหยอดเงินจำนวนเท่ากันทุกสัปดาห์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

DCA ก็คล้ายกัน แต่เป็นการซื้อสินทรัพย์ เช่น หุ้น ทุกเดือนด้วยจำนวนเงินที่เท่ากัน ไม่ว่าราคาหุ้นจะขึ้นหรือลง ดังนั้นแม้ว่าราคาหุ้นจะแพงหรือต่ำ หนูก็ยังคงซื้อหุ้นในจำนวนเงินที่เท่ากันทุกครั้ง ทำให้ลดความเสี่ยงจากการพยายามทายราคาหุ้นที่จะขึ้นหรือลง

แล้วต่อมา

**การทบต้น**

การทบต้นเกิดขึ้นเมื่อกำไรที่ได้รับจากการลงทุนถูกนำไปลงทุนซ้ำ ทำให้เงินทุนเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากกำไรที่ได้รับ ซึ่งส่งผลให้การเติบโตของเงินทุนเป็นไปอย่างรวดเร็วเมื่อเวลาผ่านไป

### ตัวอย่างง่าย

สมมุติว่า:

1.  หนูมีเงิน 10 บาท และนำเงินนี้ไปลงทุนในกระปุกที่มีดอกเบี้ย 10% ต่อเดือน
    
2.  เมื่อครบหนึ่งเดือน หนูจะได้รับดอกเบี้ย 1 บาท ทำให้หนูมีเงินทั้งหมด 11 บาท
    
3.  หนูนำเงินทั้งหมด 11 บาทไปลงทุนในเดือนถัดไป
    
4.  เมื่อครบเดือนที่สอง หนูจะได้รับดอกเบี้ย 1.1 บาท ทำให้หนูมีเงินทั้งหมด 12.1 บาท
    

### การทบต้นในกรณี DCA

1.  สมมุติว่าหนูลงทุนซื้อหุ้นเดือนละ 100 บาท
    
2.  ในเดือนแรก หุ้นของหนูเติบโตและให้กำไร 10% ทำให้หนูมีเงินเพิ่มเป็น 110 บาท
    
3.  เดือนถัดไป หนูนำเงิน 110 บาทนั้นมาลงทุนเพิ่มอีก 100 บาท รวมเป็น 210 บาท
    
4.  เมื่อครบเดือนที่สอง หุ้นของหนูเติบโตอีก 10% ทำให้หนูมีเงินเพิ่มเป็น 231 บาท
    

### สรุป

การทบต้นคือการนำกำไรที่ได้รับไปลงทุนซ้ำ ทำให้กำไรที่ได้รับก็สามารถเติบโตได้เรื่อยๆ ส่งผลให้เงินทุนเติบโตมากขึ้นในระยะยาว และเมื่อใช้กลยุทธ์ DCA ซึ่งมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องด้วยจำนวนเงินเท่ากัน การทบต้นก็จะช่วยเพิ่มผลตอบแทนได้มากขึ้นอีก

หมายเหตุ

หุ้นหรือสิทนทรัพย์ใด ๆ ต้องมีมูลค่าที่ไม่เป็น 0 ในระยะยาว dca ถึงจะเห็นประสิทธิภาพที่ชัดเจน

Ref: atomic habits ,James Clear 2018

---

*Originally published on [ata](https://paragraph.com/@ata/atomic-habits-dca-1percent-1)*
