# Tokenomics 101 อยากลงทุนในโปรเจคต้องรู้ **Published by:** [cher](https://paragraph.com/@cher-2/) **Published on:** 2022-06-05 **URL:** https://paragraph.com/@cher-2/tokenomics-101 ## Content Tokenomics 101 อยากลงทุนในโปรเจคต้องรู้ Tokenomics คืออะไร จะว่าแบบง่ายๆเลยก็คือ Economy of Token หรือถ้าจะเอาในเชิงแบบพื้นฐานสุดๆเลยก็ไปดู Supply กับ Demand ของเหรียญ ซึ่งจะดูได้จากไหน ? ไปเริ่มที่ Supply กันก่อน แหล่งข้อมูลง่ายๆอย่าง CoinMarketcap ช่วยได้เสมอ ก่อนจะไปเริ่มว่าต้องดูยังไงอาจจะเริ่มจาก ตอนนี้มีโทเคนในตลาดเท่าไหร่ ? จะมีโทเคนทั้งหมดเท่าไหร่ ? ใครถือโทเคนไว้เยอะที่สุด แล้วจะขายได้เมื่อไหร่ ? ซึ่งคำถามเหล่านี้แหละ ที่ใช้ Supply มาตอบ ประกอบด้วย Circulating Supply : ปริมาณโทเคนที่หมุนเวียนในระบบ สามารถซื้อขายได้อย่างอิสระ Total Supply : ปริมาณของโทเคนที่ถูกสร้างขึ้นมาบนบล็อกเชน Max Supply : ปริมาณสูงสุดของโทเคนที่จะมีได้ ยกตัวอย่าง Bitcoin ที่มีปริมาณ Supply สูงสุดอยู่ที่ 21 ล้านเหรียญ และตอนนี้มีหมุนเวียนกว่า 19 ล้านเหรียญ (ประมาณ 91%) ที่ก็ดูไม่ได้จะอันตรายอะไร แถมยังมีอัตราการผลิตที่ค่อนข้างจะคงที่เฉลี่ยประมาณปีละ 0.07% (9% ที่เหลือ / 118 ปี) เท่านั้นเอง มาดูฝั่งของ Ethereum ที่ตอนนี้มีปริมาณ Supply ทั้งหมด 120 ล้านเหรียญ แต่แตกต่างจาก Bitcoin อย่างชัดเจนที่ $ETH ไม่มี Max Supply เป็นเพดานว่าจะมีจำนวนสูงสุดได้เท่าไหร่ แต่มาตรฐาน EIP-1559 ของ $ETH ระบุไว้ว่าจะมีการผลิตเพียงปีละ 2% เท่านั้น และจะลดลง 1% หลังจาก The Merge ด้วย อีกตัวที่น่าสนใจก็คือ Binance Coin ที่เราได้ยินข่าวเรื่องการเผาเหรียญอยู่บ่อยๆ ซึ่ง $BNB มีปริมาณ Supply มากกว่า $ETH นิดหน่อย อยู่ที่ราวๆ 170 ล้านเหรียญ จาก Max Supply ทั้งหมด 200 ล้านเหรียญ หรือคิดเป็น 84% ของทั้งหมด จุดที่น่าสนใจของเหรียญนี้ก็คงจะเป็นเป้าหมายในการลด Supply เหลือเพียง 50% ของ Supply ทั้งหมด หมายความว่า ตอนนี้จะมี BNB อีก 34% ที่รอการถูกเผาเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย ทีนี้ก็จะมีอีก 1 ตัวเลขก็คือ Market Cap (M. Cap) ซึ่งคิดจากราคาปัจจุบัน * ปริมาณที่มีในระบบ แต่อย่าสับสนกับ Fully Diluted Market Cap. (FDM. Cap) ที่จะนำราคาปัจจุบันไปคูณกับ Max Supply แทน ซึ่งถ้าเรานำสองตัวเลขมาเปรียบเทียบกัน ก็จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ของโทเคนนี้กำลังเฟ้ออยู่หรือเปล่า ถ้าใกล้เคียงกับ 1 (Supply ส่วนใหญ่อยู่ในตลาด) ก็ไม่มีอัตราการเฟ้อมากเท่าไหร่ แต่ถ้ายิ่งใกล้กับ 0 แล้วจะก็ เตรียมรับปริมาณโทเคนมหาศาลที่เตรียมจะไหลสู่ตลาดได้เลย อีกหนึ่งส่วนที่ควรสนใจก็คือ Token Allocation ที่จะบอกว่าใครถือโทเคนเป็นสัดส่วนจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งบางโปรเจคก็จะมีการแบ่งส่วนเป็นส่วนย่อยๆให้ดูมีจำนวนไม่เยอะมาก แล้วจะรู้ได้ไงว่าจะขายเมื่อไหร่ ? ก็ต้องไปดู Vesting Schedule ซึ่งจะมีคำศัพท์ 2 ช่วงที่ควรรู้ อย่าง Cliff : ระยะเวลาที่จะเว้นไปก่อนที่จะปลดเหรียญ (3 months cliff = ใน 3 เดือนนี้จะไม่มีการปลดเหรียญ) Vesting : จำนวนที่จะทยอยปลดออกมาตามกาลเวลา แล้วนอกจากนี้มีวาฬคนอื่นอีกมั้ยในตลาด ? Block Explorer คือคำตอบ อย่าง Ethereum ก็มี etherscan ให้เข้าไปดูกันได้ ไปที่เหรียญที่อยากดู > เลื่อนไปด้านล่าง เลือก ‘Holder’ > เลือก ‘Token Holder Chart’ พอรู้แล้วจะไปตาม Track กระเป๋าอะไรกันต่อก็เลือกได้ตามชอบ น่าจะพอช่วยให้เข้าใจกันได้ง่ายๆสำหรับการดู Tokenomics ของโปรเจคเบื้องต้นแบบ Ez ถ้าชอบก็อย่าลืมไลค์แชร์ด้วยนะฮะ ## Publication Information - [cher](https://paragraph.com/@cher-2/): Publication homepage - [All Posts](https://paragraph.com/@cher-2/): More posts from this publication - [RSS Feed](https://api.paragraph.com/blogs/rss/@cher-2): Subscribe to updates