# การจัดการกับระเบียบโลกที่เปลี่ยนแปลงไป: ทุนนิยมอิสระ

By [GoldenLoop](https://paragraph.com/@goldenloop) · 2022-05-13

---

_“ทุกคนต่างมีขอบเขตความสามารถที่แตกต่างกัน สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ขอบเขตนั้นใหญ่แค่ไหน สิ่งที่สำคัญคือการอยู่ภายในขอบเขตนั้นต่างหาก” — วอร์เรน บัฟเฟตต์_

`ปล. คำบางคำจะใช้ภาษาอังกฤษและคำทับศัพท์ไปเลย`

### DAOs คืออะไร?

องค์กรอัตโนมัติแบบกระจายศูนย์ (_Decentralised Autonomous Organization_)

**การกระจายอำนาจ (Decentralization)** กล่าวถึงการถ่ายโอนอำนาจการควบคุมและการตัดสินใจจากกลุ่มคนที่มีอำนาจในการควบคุมตัดสินใจ (รายบุคคล, องค์กร, หรือกลุ่มต่างๆ) ไปสู่เครือข่ายที่กระจายตัวในด้านนี้

**อัตโนมัติ, อิสระ (Autonomous)** กล่าวถึงระบบปฏิบัติการปกครองตนเองที่แข็งแกร่งและเป็นที่สุด ตามอุดมคติแล้วนั้น กฎระเบียบที่ตั้งขึ้นซึ่งถูกเข้ารหัสเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่โปร่งใส ควบคุมโดยสมาชิกขององค์กร และไม่ถูกอิทธิพลจากทางรัฐบาลกลางหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

**องค์กร (Organization)** กล่าวถึงการรวมตัวของผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจ สังคม หรือสมาคม ที่มีจุดมุ่งหมายโดยเฉพาะ

![The difference between centralization, decentralization, and distribution](https://storage.googleapis.com/papyrus_images/f47c0d0064ff768d76312d6d4f9398c1e003c0a1f9e1034c054af41ae8590cf8.png)

The difference between centralization, decentralization, and distribution

บอกแบบง่ายๆตามอุดมคติเลยก็คือ DAOs เป็นกลุ่มที่ตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะในการปกครองตนเอง โดยระบบปฏิบัติการอัตโนมัติที่แข็งแกร่งจะทำให้ DAOs สามารถตัดสินใจร่วมกันอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกันได้นั่นเอง

### ปัญหาของ DAOs ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

DAOs ที่มีอยู่นั้นส่วนมากเป็น DOs เนื่องจากที่แกนหลักขององค์กรการปกครองตนเองคือระบบความคิดใครดีใครได้ (เรียกให้ดูดีขึ้นกว่าเดิมแต่เข้าใจยากก็คือระบบคุณธรรม) ซึ่งไม่อยู่ในระบบการปกครองใน DAOs ส่วนมาก โครงสร้างปัจจุบันของ DAOs สามารถถูกจัดประเภทได้ตามนี้

### ธนาธิปไตย (Plutocracy)

DAOs ที่มีโครงสร้างการปกครองอำนาจโดยคนมีเงิน (1 โหวตต่อ 1 โทเค็น) นั้นคล้ายคลึงกับโคลงสร้างของบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นอยู่ ลักษณะโดยทั่วไปของโครงสร้างการปกครองโดยคนมีเงินคือการออกนโยบาบายเอื้อประโยชน์ให้คนมีอำนาจทางการเงินอยู่บ่อยครั้ง บ่อยครั้งที่เป็นผลเสียต่อชนชั้นล่าง ในมุมนี้นั้น ผู้ออก governance token อาจได้ประโยชน์จากอำนาจการกำกับดูแลที่มากกว่า กว่าผู้ถือโทเค็นน้อยกว่าที่มาเข้าร่วมที่หลัง ถ้าดำเนินการอย่างถูกต้อง ไอระบบการปกครองตัวนี้สามารถทำประโยชน์แก่ DAOs ได้ดังต่อไปนี้

*   การตัดสินใจที่ผิดพลาดมาพร้อมกับการเดิมพันที่ใหญ่ยิ่ง เพราะฉะนั้นแล้วทุกๆการโหวตตัดสินใจจะถูกทำอย่างระมัดระวัง
    
*   เนื่องจากใอ้ตัวระบบการปกครองนี้มันผลิตความไม่เท่าเทียมอย่างมากในเรื่องการแชร์โทเค็น ผู้เข้าร่วมจำนวนน้อยนั้นสามารถโหวตข้อเสนอจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ (มีคนน้อยแต่มีเงิน) ถึงแม้ว่าจะเกิดการสมรู้ร่วมคิดบ่อยครั้ง
    

ความได้เปรียบของระบบนี้ตกไปอยู่ที่คนรวยจัดๆใน DAOs ซึ่งคนพวกนี้รู้สึกกังวลในเรื่องนี้เพราะพวกเขามีอำนาจในการควบคุม DAOs นั้นๆได้ ส่วนความเสียเปรียบของระบบนี้ตกไปอยู่กับทุกคนใน DAOs โดยความกังวลของพวกเขาก็คือไม่มีอำนาจในการสร้างกฎเกณฑ์ที่ปกครองสังคมนี้อยู่

![](https://storage.googleapis.com/papyrus_images/1fcf1182709b68ec48e7b4ea8d65b86369f09757c517386d70ffe953c81656f1.jpg)

### อัตตาธิปไตย (Autocracy)

อัตตาธิปไตย คือระบบการปกครองโดยที่คนๆเดียวที่มีอำนาจเด็ดขาด นี่เป็นสิ่งที่เห็นได้ทั่วไปในช่วง Defi summer ที่โปรเจกต์จำนวนมากได้ก่อตั้ง DAOs ขึ้นมาเพื่อให้ตัวเองดูมีความแฟร์ต่อคอมมิวนิตี้มากขึ้น แต่ความจริงแล้วโปรเจกต์เหล่านี้มีอำนาจการตัดสินใจในอนาคตต่างๆแต่เพียงผู้เดียว ประโยชน์ของระบบนี้คือมันทำให้การตัดสินใจและการกระทำเร็วขึ้น มีสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน และรับมือกับสถานการณ์วิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยคนหนึ่งคนหรือกลุ่มคนจำนวนน้อยทำการตัดสินใจอะไร ข้อสรุปและทางเลือกสามารถทำได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่ไม่มีการอภิปรายของพรรคการเมืองขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม อัตตาธิปไตยมีข้อเสียมากมายต่อการปกครองเมื่อ DAOs ขยายขนาดขึ้น

*   นำไปสู่การสมรู้ร่วมคิดที่บ่อยขึ้น
    
*   ไม่ได้ให้ความรู้สึกเป็นเจ้าของที่เป็นมืออาชีพ
    
*   สร้างระบบที่ต้องพึ่งพา core team
    
*   สร้างความไม่เชื่อใจในคอมมิวนิตี้
    

![](https://storage.googleapis.com/papyrus_images/5c029bb5ffeda4a8846b1a5313eada4b315896f7002c7ec1db3c32221b78658a.png)

### คณาธิปไตย (Oligarchy)

คณาธิปไตยคือโครงสร้างที่คนกลุ่มเล็กหรือบ่อยครั้งคือผู้ริเริ่มมีอำนาจควบคุมทั้ง DAOsDAOs ส่วนมากเป็นไม่เป็นในรูปแบบธนาธิปไตย (Plutocracy) ก็เป็นคณาธิปไตยโดยธรรมชาติ อย่างใดอย่างหนึ่ง เนื่องมาจากความคิดที่ว่าผู้ออกโทเค็นของโปรเจกต์หรือ DAO คือคนที่ให้ความสำคัญกับข้อเสนอเฉพาะเจาะจงที่เกิดขึ้นใน DAO นั่นเอง คณาธิปไตยอาจรวบรวมอำนาจและจำกัดการเข้าถึง ให้ตัวเองเพียงผู้เดียว แต่คณาธิปไตยที่แท้จริงนั้นสามารถตระหนักได้ว่าคนที่มีทักษะดีที่สุดควรเป็นคนคุมอีกด้วย นี่หมายความว่าใครก็ตามที่มีศักยภาพสามารถเข้าร่วมกับชนชั้นการปกครองได้ โดนเฉพาะอย่างยิ่งในมุมด้านธุรกิจ

โครงสร้างการปกครองคณาธิปไตยบน DAOs มีข้อเสียคล้ายกับพวกประเทศที่ใช้ระบบนี้ปกครองในอดีต

*   ผู้คนถูกปลูกฝังให้แชร์ค่านิยมที่เหมือนกัน พวกคนที่เป็นชนชั้นปกครองก็แชร์ประสบการณ์ที่คล้ายๆกัน นั่นหมายความว่าทำให้เกิดการขาดความหลากหลายอย่างมากใน core team และในท้ายที่สุดจะยับยั้งการเจริญเติบโตของ DAOs เมื่อเวลาล่วงเลยไป
    
*   มันมีโอกาสน้อยกว่าสำหรับคนอื่นๆใน DAOs เพราะผู้ถือโทเค็นที่ร่ำรวยสามารถคว้าโอกาสแรกที่มาหาพวกคนรวยได้ทุกครั้ง
    
*   มันสามารถดิสรัปต์ tokenomics คณาธิปไตยสามารถกำหนดราคาได้ ให้ประโยชน์แก่บางชนชั้น หรือจำกัดอุปทาน (supplies) ที่มีอยู่กับประชาชนทั่วไป สิ่งนี้ทำลายกฎอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายให้กับคนส่วนมาก ในขณะที่คนส่วนน้อยได้ประโยชน์
    

![](https://storage.googleapis.com/papyrus_images/35de3e37976485b177984b815f2f19da1304b8bfb4774bf7221383e16db1ed93.jpg)

อย่างไรก็ตาม มันสำคัญที่จะรับทราบถึงข้อเท็จจริงที่ว่า DAOs หลายๆที่ไม่ได้ใช้แนวทางประชาธิปไตยเพราะขาดการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน ซึ่งบังคับให้ผู้ริเริ่มหลักของ DAOs เข้าร่วมการลงคะแนนโหวตในประเด็นที่สำคัญ

### อนาคตของ DAOs

**แนวทางทุนนิยม**

อาณาจักรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ (จักรวรรดิดัตช์ จักรวรรดิอังกฤษ สหรัฐอเมริกา และจีนสมัยใหม่) ได้ใช้แนวทางทุนนิยมเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ขยันขันแข็งให้มาลงทุนและคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อขยายขอบเขตความเป็นไปได้ในการผลิตDAOs ได้ให้เงินช่วยเหลือและเงินรางวัลเพื่อจูงใจให้ผู้เข้าร่วมสร้างผลงานให้กับ DAOs ซึ่งเป็นแนวทางทุนนิยมตามธรรมชาติอยู่แล้ว นี่เป็นแนวทางที่ถูกจัดว่ามีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับ DAOs ดังนั้นสเต็ปต่อไปที่เราต้องคิดหาวิธีคือ รูปแบบไหนดีที่สุดที่จูงใจการมีส่วมร่วมสนับสนุนจากปัจเจคบุคคลในสาขาที่พวกเขาเชี่ยวชาญได้มากที่สุด

### ระบบความคิดใครดีใครได้

เรย์ ดาลิโอ, ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates, เป็นผู้ริเริ่มความคิดระบบความคิดใครดีใครได้ขึ้นมา — เป็นระบบที่นำคนฉลาดและนักคิดอิสระเข้ามารวมด้วยกันและเห็นต่างกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ได้ความคิดส่วนร่วมที่ดีที่สุด และหาทางออกให้ความเห็นที่ต่างกันในทางที่เชื่อถือได้และมีน้ำหนัก

![พนักงาน Bridgewater ใช้ 'Dot Collector' แอป เพื่อให้และรับข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่องในรูปแบบของ จุด ทุกๆจุดที่คุณให้คนอื่นและรับมาจากคนอื่นเป็นสาธารณะ](https://storage.googleapis.com/papyrus_images/ffbe958642a40b4b716fb28ce3612eca4ab939b2f9ecbc106b334e2365a867ef.jpg)

พนักงาน Bridgewater ใช้ 'Dot Collector' แอป เพื่อให้และรับข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่องในรูปแบบของ จุด ทุกๆจุดที่คุณให้คนอื่นและรับมาจากคนอื่นเป็นสาธารณะ

**ระบบความคิดใครดีใครได้** คือระบบปกครองที่ดีที่สุดเพราะว่ามันไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนได้รางวัลเหมือนกันโดยไม่สนผลลัพท์ของคนๆนั้น มันไม่ใช่ระบอบอัตตาธิปไตยเช่นกัน ที่คนเข้าร่วมได้รางวัลตามชนชั้นทางสังคม ดังนั้นสเต็ปต่อไปสำหรับ DAOs ที่ต้องทำความเข้าใจวิธีที่จะปกครองให้มีประสิทธิภาพคือออกแบบระบบปฏิบัติการอัตโนมัติที่อิงตามระบบความคิดใครดีใครได้นี้เอง

### DAOs การทำงานร่วมกัน

การที่ไม่มีข้อกำหนดและข้อบังคับเฉพาะที่ต้องปฏิบัติตาม DAOs ระยะเริ่มต้นมีความคล่องตัวสูงในด้านส่วนประกอบไหนของ Web3 ที่จะมีปฏิสัมพันธ์และปกครองด้วย ถึงแม้ว่า DAOs บางส่วนพยายามที่จะปฏิบัติตามกฎของ ก.ล.ต ซึ่งมันก็ยังไม่ชัดเจนในขณะนั้น ระบบของการปกครองและชุดเครื่องมือใช้ความสัมพันธ์กับความสามารถของ DAOs ในการขยายตัวและระดับความแข็งแกร่งของการกระจายอำนาจ

อย่างไรก็ตาม คุณลักษณะของ Web3 พัฒนาไปเร็วมาก และชุดเครื่องมือที่ถูกพิจารณาว่าเร็วและมีประสิทธิภาพในวันนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ในเร็ววัน DAOs ควรใช้โครงสร้างที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพในการบูรณาการและการกำกับดูแล และเพื่อที่จะบรรลุผลลัพธ์ที่ดีที่สุด DAOs ควรที่จะจูงใจผู้เข้าร่วมที่ดีที่สุดที่จะเสนอเครื่องมือที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้เพื่อเอาไปใช้ในเวลาที่เหมาะสม

![](https://storage.googleapis.com/papyrus_images/d8644562d662405a967849a8d482f3fe1796489ce397efbeba1c4bf45799b137.jpg)

ด้านล่างคือภาพของเบรดบอร์ด ต้องขอบคุณแถวและคอลัมน์ของคลิปสปริงที่เชื่อมต่อภายในภายใต้โครงพลาสติกที่เจาะรู เบรดบอร์ดทำให้นักพัฒนาเชื่อมต่อส่วนประกอบหรือสายไฟได้อย่างง่ายดาย สำหรับตัวผู้เขียนแล้ว DAOs ในอุดมคตินั้นดูเหมือนเบรดบอร์ด และในทางกลับกัน ควรทำงานให้เหมือนกัน DAOs ควรมีความยืดหยุ่นสูงในแง่ของการใช้เครื่องมือและความเข้ากันได้ในรูปแบบของการปกครอง

![](https://storage.googleapis.com/papyrus_images/f95b3fb858326282f9bb3e5a0acba4f4824f51c1f9930b55b75df037854e1ef5.jpg)

นอกจากนี้แล้ว DAOs ควรเปิดใจให้กว้างต่อผู้เข้าร่วมที่ไม่ได้เป็นตามแบบแผน ยกตัวอย่างเช่น OpenSea ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการเพิ่มผู้ใช้งานที่ไม่ได้เคยใช้มาก่อน โดยการจัดหาตลาด NFT แบบรวมศูนย์มาให้พวกเขาใช้ ในขณะที่มีข้อกังวลเรื่องระดับของการรวมศูนย์และข้อเสียด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ OpenSea ประสบความสำเร็จในการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน (ส่วนมากเป็นคนที่ไม่เคยใช้มาก่อน) บนระบบนิเวศ Ethereum มากกว่าแพลตฟอร์ต Defi ส่วนใหญ่ซะอีก

### เครื่องมือการกำกับดูแลแบบ On Chain

DAOs ต้องรักษาความโปร่งใสและการมองเห็นในด้านการตัดสินใจและการไหลของเงินทุน ทั้งในและนอกคอมมู ซึ่งเป็นการกระทำที่เกี่ยวพันกันเป็นปกติอยู่แล้ว เครื่องมือ DAO ในระยายยาวนั้น ควรช่วยทำให้การกำกับดูแลแบบกระจายอำนาจเป็นไปโดยอัตโนมัติ

*   [**Gnosis Safe**](https://gnosis-safe.io/) — กระเป๋าเงินสัญญาอัจฉริยะ ทำงานบน Ethereum ที่ต้องการจำนวนคนขั้นต่ำในการอนุมัติธุรกรรมก่อนที่จะเกิดการอนมัติ (M-of-N)
    
*   [**Snapshot**](https://snapshot.org/#/) — เครื่องมือลงคะแนนเสียงแบบกระจายอำนาจ
    
*   [**EthSign**](https://ethsign.xyz/#/) — แพลตฟอร์มการลงนามข้อตกลงและการดำเนินการแบบกระจายอำนาจ และ On Chain MirrorTable สร้างบน Ethereum
    
*   [**Dework**](https://dework.xyz/) — กระจายอำนาจการจัดการงานและการจ่ายเงินรางวัล
    
*   [**Mirror**](https://mirror.xyz/) — แพลตฟอร์มการเผยแพร่งานเขียนแบบกระจายอำนาจบน Ethereum
    
*   [**Juicebox**](https://juicebox.money/) — Kickstarter ที่เป็นในรูปแบบการกระจายอำนาจที่มำให้โครงการต่างๆสามารถระดมทุนจากคอมมูได้ ขับเคลื่อนโดยสัญญาอัจฉริยะที่เป็นสาธารณะบน Ethereum
    
*   [**Sarcophagus**](https://sarcophagus.io/) — สวิตช์ Deadman (สวิตช์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อถูกใช้ในตอนที่ผู้ดำเนินการไม่สามรถดำเนินการได้) แบบกระจายอำนาจที่สร้างขึ้นบน Ethereum และ Arweave
    
*   [**Aragon**](https://aragon.org/) — การสร้างและการกำกับดูแล DAO แบบไร้ความยากลำบาก
    

และอื่นๆอีกมากมาย

### ระบบสัญญาอัจฉริยะอัตโนมัติ

สัญญาอัจฉริยะในตอนแรกเริ่มถูกใช้เพื่อออกและมอบหมายสิทธิแก่บล็อกเชนโทเค็น ต่อมานักพัฒนาของ Oracle เริ่มใช้ประโยชน์จากสัญญาอัจฉริยะพวกนี้เพื่อสร้างสัญญาอัจฉริยะแบบไฮบริด โดยใช้ประโยชน์จากการคำนวนแบบ Off Chain และข้อมูลภายนอกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของแอปพลิเคชันที่กระจายอำนาจเช่น Uniswap

ยุคใหม่ของสัญญาอัจฉริยะได้มาถึงแล้วในฐานะเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานที่ขาดหายไปซึ่งเรียกกันว่า คีปเปอร์ หรือ ผู้รักษา, ผู้ดูแลนั่นเอง ธรรมชาติของโค๊ดสัญญาอัจฉริยะระบุว่า “ถ้าเหตุการณ์ x เกิดขึ้น ให้เปิดใช้ การปฏิบัติการ y” อย่างไรก็ตาม สัญญาอัจฉริยะเหล่านี้ไม่สามารถดำเนินการได้เองได้โดยปราศจากการถูกเปิดใช้งานโดยการทำธุรกรรมแบบ On Chain มันมีหลายกรณีมากที่สัญญาอัจฉริยะเหล่านี้ต้องปฏิบัติการแบบ On Chain เพื่อที่จะรักษาอายุการใช้งานของโปรโตคอล โดยไม่ต้องมีการโต้ตอบกับผู้ใช้โดยตรงเพื่อดำเนินการ ผู้ดูแลช่วยแก้ไขปัญหานี้โดยจูงใจ EOAs ให้ดำเนินการกระตุ้นการทำงานของสัญญาอัจฉริยะตามเงื่อนไขการดำเนินการกระตุ้นที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เงื่อนไขต่างๆถูกกำหนดไว้ในงานและถูกส่งโดยทีมพัฒนา, DAO, หรือผู้ใช้งานโปรโตคอลนั้นๆ ไปยังเครือข่ายผู้ดูแลของ Chainlink พร้อมกับรางวัล ซึ่งขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของผู้ดูแล

![Chainlink Keepers](https://storage.googleapis.com/papyrus_images/b3817bef9a03c8633e3feeb4d40026f7aaa7ebe5d28a7325ef1bf21998674f85.jpg)

Chainlink Keepers

ตัวอย่างที่สำคัญของสัญญาอัจฉริยะยุคใหม่ที่ใช้งาน dApp คือแดชบอร์ดการลงทุน DAO แบบ KPI ที่ทีม EthSign กำลังทำงานอยู่ ซึ่งกรณีการใช้งานตัวโปรดักท์ของข้อตกลงที่ชาญฉลาด (Smart Agreement) ที่กว้างขวางได้ใช้ประโยชน์สูงสุดของ “คีปเปอร์ (ผู้ดูแล)” เพื่อที่จะเพิ่มผู้ใช้งานให้มากขึ้น dApps ต้องพัฒนาหน้าการใช้งานที่เข้าใจง่ายที่ทำให้ผู้ใช้งานมีปฏิสัมพันธ์กับสัญญาอัจฉริยะแบบที่พวกเขาไม่ทันสังเกต **EthSign Signatures** คือตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมสำหรับสิ่งนี้เช่นกัน ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมี native tokens เพื่อที่จะใช้งานบริการ EthSign บนเชนที่เลือกให้การสนับสนุนเรื่อง gas

[![]({{DOMAIN}}/editor/youtube/play.png)](https://www.youtube.com/watch?v=Jyl2t3_1NrY)

เนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์กับสัญญาอัจฉริยะแล้ว DAOs ในตอนนี้มีความคล่องตัวและความสามารถสูงมากขึ้นในด้านของการเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมที่ไม่ได้ใช้ native cypto ให้กว้างมากขึ้นไปจนถึงรูปแบบการควบคุมดูแล ดังนั้นแล้ว คำว่า “อิสระ” “อัตโนมัติ” อธิบาย DAOs ที่พึ่งพาตนเองที่ดำเนินงานโดยใช้เครื่องมือการกำกับดูแลได้อย่างสมบูรณ์แบบ การคิดค้นชุดเครื่องมือของ DAOs นั้นโคตรที่จะสำคัญ เพราะว่ามันทำให้ DAOs ดำเนินงานได้โดยปราศจากกลุ่มนิติบุคคลแบบรวมศูนย์ ทำให้คอมมูของ DAOs เติบโตและขยายขนาดได้นั่นเอง

ในขณะที่พื้นที่ของสิ่งเหล่านี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ให้คำนึงถึงแก่นหลักที่ชี้นำสิ่งเหล่านี้มาจากจุดเริ่มต้น: ความเข้ากันได้ (compatibility), ความไม่ไว้วางใจ (trustlessness), และที่สำคัญที่สุด การกระจายอำนาจ (decentralization)

**References**

Dalio, Ray. _The Changing World Order_. Simon & Schuster, 2021.

“Democracy or Plutocracy? — America’s Existential Question.” _CIRSD_, [https://www.cirsd.org/en/horizons/horizons-autumn-2020-issue-no-17/democracy-or-plutocracy---americas-existential-question.](https://www.cirsd.org/en/horizons/horizons-autumn-2020-issue-no-17/democracy-or-plutocracy---americas-existential-question.)

“Introduction to Chainlink Keepers: Chainlink Documentation.” _Chainlink Developers_, [https://docs.chain.link/docs/chainlink-keepers/introduction/.](https://docs.chain.link/docs/chainlink-keepers/introduction/)

* * *

เข้ามาติดตามเข้ามาพูดคุยกับ SnakeDAO กันครับ

Twitter : [https://twitter.com/SnakeDAOproject](https://twitter.com/SnakeDAOproject)

Discord : [SnakeDAO](https://discord.gg/XQTwfPGYbH)

Support snakeDAO : Debank profile [https://debank.com/profile/0xd803589968d4dcd57a97d897693c45c8bb753b16](https://debank.com/profile/0xd803589968d4dcd57a97d897693c45c8bb753b16)

---

*Originally published on [GoldenLoop](https://paragraph.com/@goldenloop/EDGoC0dodoZV3YgEqsug)*
