# การจัดการกับระเบียบโลกที่เปลี่ยนแปลงไป: ทุนนิยมอิสระ **Published by:** [GoldenLoop](https://paragraph.com/@goldenloop/) **Published on:** 2022-05-13 **URL:** https://paragraph.com/@goldenloop/EDGoC0dodoZV3YgEqsug ## Content “ทุกคนต่างมีขอบเขตความสามารถที่แตกต่างกัน สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ขอบเขตนั้นใหญ่แค่ไหน สิ่งที่สำคัญคือการอยู่ภายในขอบเขตนั้นต่างหาก” — วอร์เรน บัฟเฟตต์ ปล. คำบางคำจะใช้ภาษาอังกฤษและคำทับศัพท์ไปเลยDAOs คืออะไร?องค์กรอัตโนมัติแบบกระจายศูนย์ (Decentralised Autonomous Organization) การกระจายอำนาจ (Decentralization) กล่าวถึงการถ่ายโอนอำนาจการควบคุมและการตัดสินใจจากกลุ่มคนที่มีอำนาจในการควบคุมตัดสินใจ (รายบุคคล, องค์กร, หรือกลุ่มต่างๆ) ไปสู่เครือข่ายที่กระจายตัวในด้านนี้ อัตโนมัติ, อิสระ (Autonomous) กล่าวถึงระบบปฏิบัติการปกครองตนเองที่แข็งแกร่งและเป็นที่สุด ตามอุดมคติแล้วนั้น กฎระเบียบที่ตั้งขึ้นซึ่งถูกเข้ารหัสเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่โปร่งใส ควบคุมโดยสมาชิกขององค์กร และไม่ถูกอิทธิพลจากทางรัฐบาลกลางหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง องค์กร (Organization) กล่าวถึงการรวมตัวของผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจ สังคม หรือสมาคม ที่มีจุดมุ่งหมายโดยเฉพาะThe difference between centralization, decentralization, and distributionบอกแบบง่ายๆตามอุดมคติเลยก็คือ DAOs เป็นกลุ่มที่ตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะในการปกครองตนเอง โดยระบบปฏิบัติการอัตโนมัติที่แข็งแกร่งจะทำให้ DAOs สามารถตัดสินใจร่วมกันอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกันได้นั่นเองปัญหาของ DAOs ที่มีอยู่ในปัจจุบันDAOs ที่มีอยู่นั้นส่วนมากเป็น DOs เนื่องจากที่แกนหลักขององค์กรการปกครองตนเองคือระบบความคิดใครดีใครได้ (เรียกให้ดูดีขึ้นกว่าเดิมแต่เข้าใจยากก็คือระบบคุณธรรม) ซึ่งไม่อยู่ในระบบการปกครองใน DAOs ส่วนมาก โครงสร้างปัจจุบันของ DAOs สามารถถูกจัดประเภทได้ตามนี้ธนาธิปไตย (Plutocracy)DAOs ที่มีโครงสร้างการปกครองอำนาจโดยคนมีเงิน (1 โหวตต่อ 1 โทเค็น) นั้นคล้ายคลึงกับโคลงสร้างของบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นอยู่ ลักษณะโดยทั่วไปของโครงสร้างการปกครองโดยคนมีเงินคือการออกนโยบาบายเอื้อประโยชน์ให้คนมีอำนาจทางการเงินอยู่บ่อยครั้ง บ่อยครั้งที่เป็นผลเสียต่อชนชั้นล่าง ในมุมนี้นั้น ผู้ออก governance token อาจได้ประโยชน์จากอำนาจการกำกับดูแลที่มากกว่า กว่าผู้ถือโทเค็นน้อยกว่าที่มาเข้าร่วมที่หลัง ถ้าดำเนินการอย่างถูกต้อง ไอระบบการปกครองตัวนี้สามารถทำประโยชน์แก่ DAOs ได้ดังต่อไปนี้การตัดสินใจที่ผิดพลาดมาพร้อมกับการเดิมพันที่ใหญ่ยิ่ง เพราะฉะนั้นแล้วทุกๆการโหวตตัดสินใจจะถูกทำอย่างระมัดระวังเนื่องจากใอ้ตัวระบบการปกครองนี้มันผลิตความไม่เท่าเทียมอย่างมากในเรื่องการแชร์โทเค็น ผู้เข้าร่วมจำนวนน้อยนั้นสามารถโหวตข้อเสนอจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ (มีคนน้อยแต่มีเงิน) ถึงแม้ว่าจะเกิดการสมรู้ร่วมคิดบ่อยครั้งความได้เปรียบของระบบนี้ตกไปอยู่ที่คนรวยจัดๆใน DAOs ซึ่งคนพวกนี้รู้สึกกังวลในเรื่องนี้เพราะพวกเขามีอำนาจในการควบคุม DAOs นั้นๆได้ ส่วนความเสียเปรียบของระบบนี้ตกไปอยู่กับทุกคนใน DAOs โดยความกังวลของพวกเขาก็คือไม่มีอำนาจในการสร้างกฎเกณฑ์ที่ปกครองสังคมนี้อยู่อัตตาธิปไตย (Autocracy)อัตตาธิปไตย คือระบบการปกครองโดยที่คนๆเดียวที่มีอำนาจเด็ดขาด นี่เป็นสิ่งที่เห็นได้ทั่วไปในช่วง Defi summer ที่โปรเจกต์จำนวนมากได้ก่อตั้ง DAOs ขึ้นมาเพื่อให้ตัวเองดูมีความแฟร์ต่อคอมมิวนิตี้มากขึ้น แต่ความจริงแล้วโปรเจกต์เหล่านี้มีอำนาจการตัดสินใจในอนาคตต่างๆแต่เพียงผู้เดียว ประโยชน์ของระบบนี้คือมันทำให้การตัดสินใจและการกระทำเร็วขึ้น มีสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน และรับมือกับสถานการณ์วิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยคนหนึ่งคนหรือกลุ่มคนจำนวนน้อยทำการตัดสินใจอะไร ข้อสรุปและทางเลือกสามารถทำได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่ไม่มีการอภิปรายของพรรคการเมืองขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม อัตตาธิปไตยมีข้อเสียมากมายต่อการปกครองเมื่อ DAOs ขยายขนาดขึ้นนำไปสู่การสมรู้ร่วมคิดที่บ่อยขึ้นไม่ได้ให้ความรู้สึกเป็นเจ้าของที่เป็นมืออาชีพสร้างระบบที่ต้องพึ่งพา core teamสร้างความไม่เชื่อใจในคอมมิวนิตี้คณาธิปไตย (Oligarchy)คณาธิปไตยคือโครงสร้างที่คนกลุ่มเล็กหรือบ่อยครั้งคือผู้ริเริ่มมีอำนาจควบคุมทั้ง DAOsDAOs ส่วนมากเป็นไม่เป็นในรูปแบบธนาธิปไตย (Plutocracy) ก็เป็นคณาธิปไตยโดยธรรมชาติ อย่างใดอย่างหนึ่ง เนื่องมาจากความคิดที่ว่าผู้ออกโทเค็นของโปรเจกต์หรือ DAO คือคนที่ให้ความสำคัญกับข้อเสนอเฉพาะเจาะจงที่เกิดขึ้นใน DAO นั่นเอง คณาธิปไตยอาจรวบรวมอำนาจและจำกัดการเข้าถึง ให้ตัวเองเพียงผู้เดียว แต่คณาธิปไตยที่แท้จริงนั้นสามารถตระหนักได้ว่าคนที่มีทักษะดีที่สุดควรเป็นคนคุมอีกด้วย นี่หมายความว่าใครก็ตามที่มีศักยภาพสามารถเข้าร่วมกับชนชั้นการปกครองได้ โดนเฉพาะอย่างยิ่งในมุมด้านธุรกิจ โครงสร้างการปกครองคณาธิปไตยบน DAOs มีข้อเสียคล้ายกับพวกประเทศที่ใช้ระบบนี้ปกครองในอดีตผู้คนถูกปลูกฝังให้แชร์ค่านิยมที่เหมือนกัน พวกคนที่เป็นชนชั้นปกครองก็แชร์ประสบการณ์ที่คล้ายๆกัน นั่นหมายความว่าทำให้เกิดการขาดความหลากหลายอย่างมากใน core team และในท้ายที่สุดจะยับยั้งการเจริญเติบโตของ DAOs เมื่อเวลาล่วงเลยไปมันมีโอกาสน้อยกว่าสำหรับคนอื่นๆใน DAOs เพราะผู้ถือโทเค็นที่ร่ำรวยสามารถคว้าโอกาสแรกที่มาหาพวกคนรวยได้ทุกครั้งมันสามารถดิสรัปต์ tokenomics คณาธิปไตยสามารถกำหนดราคาได้ ให้ประโยชน์แก่บางชนชั้น หรือจำกัดอุปทาน (supplies) ที่มีอยู่กับประชาชนทั่วไป สิ่งนี้ทำลายกฎอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายให้กับคนส่วนมาก ในขณะที่คนส่วนน้อยได้ประโยชน์อย่างไรก็ตาม มันสำคัญที่จะรับทราบถึงข้อเท็จจริงที่ว่า DAOs หลายๆที่ไม่ได้ใช้แนวทางประชาธิปไตยเพราะขาดการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน ซึ่งบังคับให้ผู้ริเริ่มหลักของ DAOs เข้าร่วมการลงคะแนนโหวตในประเด็นที่สำคัญอนาคตของ DAOsแนวทางทุนนิยม อาณาจักรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ (จักรวรรดิดัตช์ จักรวรรดิอังกฤษ สหรัฐอเมริกา และจีนสมัยใหม่) ได้ใช้แนวทางทุนนิยมเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ขยันขันแข็งให้มาลงทุนและคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อขยายขอบเขตความเป็นไปได้ในการผลิตDAOs ได้ให้เงินช่วยเหลือและเงินรางวัลเพื่อจูงใจให้ผู้เข้าร่วมสร้างผลงานให้กับ DAOs ซึ่งเป็นแนวทางทุนนิยมตามธรรมชาติอยู่แล้ว นี่เป็นแนวทางที่ถูกจัดว่ามีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับ DAOs ดังนั้นสเต็ปต่อไปที่เราต้องคิดหาวิธีคือ รูปแบบไหนดีที่สุดที่จูงใจการมีส่วมร่วมสนับสนุนจากปัจเจคบุคคลในสาขาที่พวกเขาเชี่ยวชาญได้มากที่สุดระบบความคิดใครดีใครได้เรย์ ดาลิโอ, ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates, เป็นผู้ริเริ่มความคิดระบบความคิดใครดีใครได้ขึ้นมา — เป็นระบบที่นำคนฉลาดและนักคิดอิสระเข้ามารวมด้วยกันและเห็นต่างกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ได้ความคิดส่วนร่วมที่ดีที่สุด และหาทางออกให้ความเห็นที่ต่างกันในทางที่เชื่อถือได้และมีน้ำหนักพนักงาน Bridgewater ใช้ 'Dot Collector' แอป เพื่อให้และรับข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่องในรูปแบบของ จุด ทุกๆจุดที่คุณให้คนอื่นและรับมาจากคนอื่นเป็นสาธารณะระบบความคิดใครดีใครได้ คือระบบปกครองที่ดีที่สุดเพราะว่ามันไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนได้รางวัลเหมือนกันโดยไม่สนผลลัพท์ของคนๆนั้น มันไม่ใช่ระบอบอัตตาธิปไตยเช่นกัน ที่คนเข้าร่วมได้รางวัลตามชนชั้นทางสังคม ดังนั้นสเต็ปต่อไปสำหรับ DAOs ที่ต้องทำความเข้าใจวิธีที่จะปกครองให้มีประสิทธิภาพคือออกแบบระบบปฏิบัติการอัตโนมัติที่อิงตามระบบความคิดใครดีใครได้นี้เองDAOs การทำงานร่วมกันการที่ไม่มีข้อกำหนดและข้อบังคับเฉพาะที่ต้องปฏิบัติตาม DAOs ระยะเริ่มต้นมีความคล่องตัวสูงในด้านส่วนประกอบไหนของ Web3 ที่จะมีปฏิสัมพันธ์และปกครองด้วย ถึงแม้ว่า DAOs บางส่วนพยายามที่จะปฏิบัติตามกฎของ ก.ล.ต ซึ่งมันก็ยังไม่ชัดเจนในขณะนั้น ระบบของการปกครองและชุดเครื่องมือใช้ความสัมพันธ์กับความสามารถของ DAOs ในการขยายตัวและระดับความแข็งแกร่งของการกระจายอำนาจ อย่างไรก็ตาม คุณลักษณะของ Web3 พัฒนาไปเร็วมาก และชุดเครื่องมือที่ถูกพิจารณาว่าเร็วและมีประสิทธิภาพในวันนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ในเร็ววัน DAOs ควรใช้โครงสร้างที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพในการบูรณาการและการกำกับดูแล และเพื่อที่จะบรรลุผลลัพธ์ที่ดีที่สุด DAOs ควรที่จะจูงใจผู้เข้าร่วมที่ดีที่สุดที่จะเสนอเครื่องมือที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้เพื่อเอาไปใช้ในเวลาที่เหมาะสมด้านล่างคือภาพของเบรดบอร์ด ต้องขอบคุณแถวและคอลัมน์ของคลิปสปริงที่เชื่อมต่อภายในภายใต้โครงพลาสติกที่เจาะรู เบรดบอร์ดทำให้นักพัฒนาเชื่อมต่อส่วนประกอบหรือสายไฟได้อย่างง่ายดาย สำหรับตัวผู้เขียนแล้ว DAOs ในอุดมคตินั้นดูเหมือนเบรดบอร์ด และในทางกลับกัน ควรทำงานให้เหมือนกัน DAOs ควรมีความยืดหยุ่นสูงในแง่ของการใช้เครื่องมือและความเข้ากันได้ในรูปแบบของการปกครองนอกจากนี้แล้ว DAOs ควรเปิดใจให้กว้างต่อผู้เข้าร่วมที่ไม่ได้เป็นตามแบบแผน ยกตัวอย่างเช่น OpenSea ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการเพิ่มผู้ใช้งานที่ไม่ได้เคยใช้มาก่อน โดยการจัดหาตลาด NFT แบบรวมศูนย์มาให้พวกเขาใช้ ในขณะที่มีข้อกังวลเรื่องระดับของการรวมศูนย์และข้อเสียด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ OpenSea ประสบความสำเร็จในการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน (ส่วนมากเป็นคนที่ไม่เคยใช้มาก่อน) บนระบบนิเวศ Ethereum มากกว่าแพลตฟอร์ต Defi ส่วนใหญ่ซะอีกเครื่องมือการกำกับดูแลแบบ On ChainDAOs ต้องรักษาความโปร่งใสและการมองเห็นในด้านการตัดสินใจและการไหลของเงินทุน ทั้งในและนอกคอมมู ซึ่งเป็นการกระทำที่เกี่ยวพันกันเป็นปกติอยู่แล้ว เครื่องมือ DAO ในระยายยาวนั้น ควรช่วยทำให้การกำกับดูแลแบบกระจายอำนาจเป็นไปโดยอัตโนมัติGnosis Safe — กระเป๋าเงินสัญญาอัจฉริยะ ทำงานบน Ethereum ที่ต้องการจำนวนคนขั้นต่ำในการอนุมัติธุรกรรมก่อนที่จะเกิดการอนมัติ (M-of-N)Snapshot — เครื่องมือลงคะแนนเสียงแบบกระจายอำนาจEthSign — แพลตฟอร์มการลงนามข้อตกลงและการดำเนินการแบบกระจายอำนาจ และ On Chain MirrorTable สร้างบน EthereumDework — กระจายอำนาจการจัดการงานและการจ่ายเงินรางวัลMirror — แพลตฟอร์มการเผยแพร่งานเขียนแบบกระจายอำนาจบน EthereumJuicebox — Kickstarter ที่เป็นในรูปแบบการกระจายอำนาจที่มำให้โครงการต่างๆสามารถระดมทุนจากคอมมูได้ ขับเคลื่อนโดยสัญญาอัจฉริยะที่เป็นสาธารณะบน EthereumSarcophagus — สวิตช์ Deadman (สวิตช์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อถูกใช้ในตอนที่ผู้ดำเนินการไม่สามรถดำเนินการได้) แบบกระจายอำนาจที่สร้างขึ้นบน Ethereum และ ArweaveAragon — การสร้างและการกำกับดูแล DAO แบบไร้ความยากลำบากและอื่นๆอีกมากมายระบบสัญญาอัจฉริยะอัตโนมัติสัญญาอัจฉริยะในตอนแรกเริ่มถูกใช้เพื่อออกและมอบหมายสิทธิแก่บล็อกเชนโทเค็น ต่อมานักพัฒนาของ Oracle เริ่มใช้ประโยชน์จากสัญญาอัจฉริยะพวกนี้เพื่อสร้างสัญญาอัจฉริยะแบบไฮบริด โดยใช้ประโยชน์จากการคำนวนแบบ Off Chain และข้อมูลภายนอกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของแอปพลิเคชันที่กระจายอำนาจเช่น Uniswap ยุคใหม่ของสัญญาอัจฉริยะได้มาถึงแล้วในฐานะเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานที่ขาดหายไปซึ่งเรียกกันว่า คีปเปอร์ หรือ ผู้รักษา, ผู้ดูแลนั่นเอง ธรรมชาติของโค๊ดสัญญาอัจฉริยะระบุว่า “ถ้าเหตุการณ์ x เกิดขึ้น ให้เปิดใช้ การปฏิบัติการ y” อย่างไรก็ตาม สัญญาอัจฉริยะเหล่านี้ไม่สามารถดำเนินการได้เองได้โดยปราศจากการถูกเปิดใช้งานโดยการทำธุรกรรมแบบ On Chain มันมีหลายกรณีมากที่สัญญาอัจฉริยะเหล่านี้ต้องปฏิบัติการแบบ On Chain เพื่อที่จะรักษาอายุการใช้งานของโปรโตคอล โดยไม่ต้องมีการโต้ตอบกับผู้ใช้โดยตรงเพื่อดำเนินการ ผู้ดูแลช่วยแก้ไขปัญหานี้โดยจูงใจ EOAs ให้ดำเนินการกระตุ้นการทำงานของสัญญาอัจฉริยะตามเงื่อนไขการดำเนินการกระตุ้นที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เงื่อนไขต่างๆถูกกำหนดไว้ในงานและถูกส่งโดยทีมพัฒนา, DAO, หรือผู้ใช้งานโปรโตคอลนั้นๆ ไปยังเครือข่ายผู้ดูแลของ Chainlink พร้อมกับรางวัล ซึ่งขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของผู้ดูแลChainlink Keepersตัวอย่างที่สำคัญของสัญญาอัจฉริยะยุคใหม่ที่ใช้งาน dApp คือแดชบอร์ดการลงทุน DAO แบบ KPI ที่ทีม EthSign กำลังทำงานอยู่ ซึ่งกรณีการใช้งานตัวโปรดักท์ของข้อตกลงที่ชาญฉลาด (Smart Agreement) ที่กว้างขวางได้ใช้ประโยชน์สูงสุดของ “คีปเปอร์ (ผู้ดูแล)” เพื่อที่จะเพิ่มผู้ใช้งานให้มากขึ้น dApps ต้องพัฒนาหน้าการใช้งานที่เข้าใจง่ายที่ทำให้ผู้ใช้งานมีปฏิสัมพันธ์กับสัญญาอัจฉริยะแบบที่พวกเขาไม่ทันสังเกต EthSign Signatures คือตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมสำหรับสิ่งนี้เช่นกัน ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมี native tokens เพื่อที่จะใช้งานบริการ EthSign บนเชนที่เลือกให้การสนับสนุนเรื่อง gas เนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์กับสัญญาอัจฉริยะแล้ว DAOs ในตอนนี้มีความคล่องตัวและความสามารถสูงมากขึ้นในด้านของการเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมที่ไม่ได้ใช้ native cypto ให้กว้างมากขึ้นไปจนถึงรูปแบบการควบคุมดูแล ดังนั้นแล้ว คำว่า “อิสระ” “อัตโนมัติ” อธิบาย DAOs ที่พึ่งพาตนเองที่ดำเนินงานโดยใช้เครื่องมือการกำกับดูแลได้อย่างสมบูรณ์แบบ การคิดค้นชุดเครื่องมือของ DAOs นั้นโคตรที่จะสำคัญ เพราะว่ามันทำให้ DAOs ดำเนินงานได้โดยปราศจากกลุ่มนิติบุคคลแบบรวมศูนย์ ทำให้คอมมูของ DAOs เติบโตและขยายขนาดได้นั่นเอง ในขณะที่พื้นที่ของสิ่งเหล่านี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ให้คำนึงถึงแก่นหลักที่ชี้นำสิ่งเหล่านี้มาจากจุดเริ่มต้น: ความเข้ากันได้ (compatibility), ความไม่ไว้วางใจ (trustlessness), และที่สำคัญที่สุด การกระจายอำนาจ (decentralization) References Dalio, Ray. The Changing World Order. Simon & Schuster, 2021. “Democracy or Plutocracy? — America’s Existential Question.” CIRSD, https://www.cirsd.org/en/horizons/horizons-autumn-2020-issue-no-17/democracy-or-plutocracy---americas-existential-question. “Introduction to Chainlink Keepers: Chainlink Documentation.” Chainlink Developers, https://docs.chain.link/docs/chainlink-keepers/introduction/.เข้ามาติดตามเข้ามาพูดคุยกับ SnakeDAO กันครับ Twitter : https://twitter.com/SnakeDAOproject Discord : SnakeDAO Support snakeDAO : Debank profile https://debank.com/profile/0xd803589968d4dcd57a97d897693c45c8bb753b16 ## Publication Information - [GoldenLoop](https://paragraph.com/@goldenloop/): Publication homepage - [All Posts](https://paragraph.com/@goldenloop/): More posts from this publication - [RSS Feed](https://api.paragraph.com/blogs/rss/@goldenloop): Subscribe to updates - [Twitter](https://twitter.com/goldenloop_): Follow on Twitter