# สรุป ครบ จบโพสต์เดียว ต้นกำเนิด การนำไปใช้ การลงทุน Web3, อินเทอร์เน็ตแห่งโลกอนาคต!

By [Panassaya L. ](https://paragraph.com/@panassaya-l) · 2022-06-01

---

**สวัสดีค่า👋🏻🤓** มายด์ ปนัสยานะคะ

> _I learn to share and make the world a little better place to live in!_

![](https://storage.googleapis.com/papyrus_images/45e07c16ff660a5eebdbc380fc9e8499ec873feb0ea273e18d74ecbcbb9b903e.png)

วันนี้มาสรุปแบบครบ จบโพสต์เดียวกับ Web3 ที่ชาวคริปโท พูดถึงและสนใจกันมาก มันคือการเปลี่ยนแปลงสู่ democratized Internet หรือการคืนผลประโยชน์ให้ users มากขึ้น!

**หัวข้อในบทความ**

1.  ต้นกำเนิด Web3
    
2.  Web3 โอกาสใหม่สำหรับผู้ใช้งาน
    
3.  แล้วนำมาใช้จริงยังไง? ตัวอย่าง Web 3 เด็ดๆ
    

* * *

🔥 1. ต้นกำเนิดWeb3
-------------------

จริงๆ แล้ว web 3 เกิดมาตั้งแต่ปี 2014 และเริ่มเป็นที่รู้จักกับผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum และ Gavin Wood ผู้ก่อตั้ง Polkadot กล่าวไว้ว่า

> “I think it would be possible for BitDNS to be a completely separate network and separate blockchain, yet share CPU power with Bitcoin.” — [Satoshi (2010)](https://bitcointalk.org/index.php?topic=1790.msg28715#msg28715)

เค้าเชื่อว่าองค์กรให้บริการ Domain Name อย่าง BitDNS สามารถเป็น decentralized Domain Name System (DNS) ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน จึงไม่ต้องรวมศูนย์อีกต่อไปได้

เนื่องจากเว็บไซต์ต่างๆ มักถูกดูแล ควบคุม จำกัดสิทธิเสรีภาพ (Centralized สูงมาก) ในการแสดงออกทางความคิดเห็นจากคนเพียงกลุ่มเดียว (unilateral control) อย่าง [WikiLeaks](https://twitter.com/wikileaks) เว็บไซต์บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับสงครามอิรัก อัฟกานิสถานที่ถูกปิดตัวลง โดย U.S Department of Commerce

หลายๆครั้งที่เว็บไซต์จะถูก Censor หรือไม่ จะขึ้นอยู่กับผู้ควบคุมอย่างรัฐบาล หรือองค์กรต่างๆ เท่านั้น ซึ่งการกระทำอาจไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมในทุกครั้งอย่างแน่นอน โดย Satoshi ผู้มาก่อนกาล จึงสร้าง Namecoin หรือ .bit domain website แต่คือ ยุคนั้นมันเร็วเกิน ผู้คนยังไม่เข้าใจ การใช้งานที่ยุ่งยาก จึงยังไม่ประสบความสำเร็จเป็นที่แพร่หลาย

### 🔴 ยุคอินเตอร์เน็ตเปลี่ยนโลก

ประโยคด้านบนไม่เกินจริงเลย เพราะอินเตอร์เน็ตคือสิ่งที่มา Disrupt โลกในทุกด้านจริงๆ

🔵 เศรษฐกิจ (Economy) อินเตอร์เน็ต Disrupt สร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดให้กับธรกิจยุคใหม่อย่าง eCommerce โดยเฉพาะปี 2017–2019 หุ้น S&P 500 ที่เกี่ยวข้องกับเทคมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า และในปัจจุบันมีมูลค่าเทียบเท่า 25% ของตลาดหุ้น S&P 500

🔵 สังคม (Social) เราติดต่อกันได้แค่ปลายนิ้ว

🔵 การเมือง วัฒนธรรม การเงิน และทุกด้าน

### 🔴 Web 1.0 : ปี 1991 -1999

เว็บไซต์จะเป็นการให้บริการแบบ Passive คือ มีเนื้อหาตายตัว ผู้ใช้สามารถเข้าเว็บไซต์เพื่ออ่านเนื้อหาได้เพียงอย่างเดียว เป็นการสื่อสารทางเดียว นำเสนอข้อมูลแบบคงที่ (Static) ด้วย HTML, XML ซึ่งเมื่อความเร็วอินเทอร์เน็ตพัฒนา จึงทำให้ Web 2.0 เกิดขึ้น อัตราการใช้อินเทอร์เน็ตจึงเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

### 🔴 Web 2.0 : ตั้งแต่ปี 1999

ผู้ใช้สามารถสร้างเนื้อหาบนเว็บไซต์ สื่อสาร 2 ทาง ตอบโต้กันได้ระหว่าง Users

🔵 เป็นยุครุ่งเรืองของ E-commerce มีบริการ social media และ mobile apps เกิดขึ้นมากมาย อย่าง Facebook, Google, Amazon, Microsoft, และ Apple

🔵 องค์ประกอบสำคัญของ Web 2.0 ที่ปรากฏอย่างชัดเจน คือ Smart Phone, Social network และ Cloud (Centralized)

แม้อินเตอร์เน็ต Web2.0 จะสามารถทำลายกำแพงการสื่อสาร แต่ก็ยังถูกควบคุม บล็อก และถูกใช้เป็นเครื่องมือการตลาด ปลูกฝังแนวความคิดในทุกวินาที มีข่าวปลอม (Fake News) แพร่กระจายที่ก่อเกิดการสูญเสียกว่า 78,000 ล้านดอลลาร์ ต่อเศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งการสร้างตัวตนในโลกอินเตอร์เน็ตอย่างเน็ตไอดอล คนไทยเองก็มีสร้างเน็ตไอดอลออนไลน์ละนะ หรือ [ร่างสมมุติโดย AI](https://www.theverge.com/tldr/2019/2/15/18226005/ai-generated-fake-people-portraits-thispersondoesnotexist-stylegan)

### ปัญหา ของ Web2.0 อินเตอร์เน็ตก็มีมากมาย…

🔵 เงินกระจุกกับคนกลุ่มเดียว ธุรกิจขนาดเล็กอยู่รอดด้วยการยิง Ads Facebook โดย Social Media ต่างๆ ถูกควบคุมด้วยองค์กรเดียว ที่ centralized และยัง monopoly อีก ถ้าเค้าขึ้นราคา ธุรกิจขนาดเล็กจะไปรอดมั้ย ?

🔵 ไหนจะเรื่อง Data ที่ Centralized สุดๆ ถูกควบคุมโดยองค์กรอย่าง Facebook, Google, Amazon, Alibaba สำหรับการทำการตลาด (เคยรู้สึกมั้ย ทำไมพูดกับเพื่อนเรื่องนี้ สักพักโฆษณานั้นๆ เด้ง?!?) ล่าสุด whatsapp [ประกาศแชร์ Data](https://indianexpress.com/article/explained/explained-what-you-need-to-know-about-whatsapps-new-privacy-policy-7135730/#:~:text=WhatsApp%20has%20updated%20its%20privacy,with%20Facebook%2C%20WhatsApp's%20parent%20company) กับบริษัทแม่อย่าง Facebook

🔵 บริษัท และโปรเจ็ค Open Source ต้องพึ่ง Github สำหรับการบริหาร Software และบันทึก code ต่างๆ

🔵 ผู้พัฒนาแอพลิเคชั่นต้องพึ่ง Apple app store, Google store, Pinata

🔵 ทุกอย่างขึ้นกับผู้ควบคุม และกฎต่างๆ ตลอดเวลา

* * *

🔥 2. Web3โอกาสใหม่สำหรับผู้ใช้งาน
----------------------------------

ในขณะที่ธุรกิจเป็นเสมือนสื่อกลางในการให้บริการในละด้าน ที่แต่ละบริษัทไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ web3 เป็นอินเตอร์เน็ตยุคใหม่สำหรับผู้ใช้งานที่เปิดกว้าง (open protocols) สร้างบนเทคโนโลยี บล็อกเชน ที่โปร่งใส (transparent blockchain networks) Users สามารถใช้งานแอพลิเคชั่น บริการต่างๆ ร่วมกันบนเทคโนโลยีเดียวกัน

![Users สามารถใช้งานแอพลิเคชั่น บริการต่างๆ ร่วมกันบนเทคโนโลยีเดียวกัน ](https://storage.googleapis.com/papyrus_images/51c687f8f1f8779afce6208228a1174ccdab80d126fa313498fb573e82e3c386.png)

Users สามารถใช้งานแอพลิเคชั่น บริการต่างๆ ร่วมกันบนเทคโนโลยีเดียวกัน

🔴 Web3 คือ ยุคที่นำความสามารถของ Web2 ที่สื่อสาร ปฏิสัมพันธ์ แต่ปรับให้คุณค่า มูลค่ามาอยู่ที่ผู้ใช้งานจริงๆ ก่อเกิด Decentralized Incentive Economy ที่ผลประโยชน์ส่วนมากกระจายศูนย์ มูลค่ากลับมาอยู่ที่ผู้ใช้งาน

🔵 จุดเด่น คือ ความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันบนเครือข่ายโลกอย่างไร้ขีดจำกัด (Semantic Web) เปรียบเทียบง่ายๆ คือ ข้อมูลทั้งโลกอยู่รวมกันเป็น Database

> **สรุป… _Web1_** เน้นอ่านข้อมูลอย่างเดียว **_Web 2_** อ่าน สื่อสารและสร้างคอนเท้นท์ผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์สูงสุด คือ เจ้าของ Platform **_Web 3_** อ่าน สร้างคอนเท้นท์และมูลค่า ได้รับผลประโยชน์กลับมาสู่ผู้ใช้งาน!

### ส่งผลยังไงกับเรา? ข้อดี web3?

ทุกวันนี้ก็ดีอยู่แล้ว Google หาข้อมูล Spotify ฟังเพลง ทำไมต้องมานั่งเชื่อม Metamask ต่อ Trezor ให้ยุ่งยากกับ web3…

ปัจจุบัน เราเหมือนยุคเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ตที่ต้องเชื่อมต่อโทรศัพท์บ้าน กว่าจะติดรอเว็บโหลดไปเถอะ ! แต่ทุกวันนี้เราใช้งานได้แบบง่ายสุดๆ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราทุกคน

ซึ่งในชีวิตประจำวันของเรา เราใช้บริการบริษัทอย่างหลากหลายมาก ต้องดาวน์โหลดแอพมากมาย แล้ว web3 นี่แหละจะเข้ามาแก้จุดนี้…

🔵 ถ้าสมมุติว่า ทุกบริษัท ทุกแอพเชื่อมโยงกันได้ ชีวิตเราจะง่ายขึ้นขนาดไหน **ไม่มี**คำว่า**เมมเต็ม** เน็ตหลุด สัญญาณหาย ทำเพจหรือโปรโมทง่ายขึ้น ไม่มี AI มาปิดการมองเห็นเพราะอยากให้เราจ่ายเงินซื้อ ads! เพราะทุกคน back up ข้อมูลได้ โดยที่ไม่พึ่งตัวกลาง

🔵 การส่งต่อ เข้าถึงข้อมูลระหว่างกันง่ายขึ้น (Interoperability) ไม่มีเวลาเปิดปิด

🔵 บริษัทขยายโมเดล สเกลธุรกิจง่ายกว่าเดิมเยอะมาก! (Infinite Scale) ราคาบริการต่างๆ ถูกลง ไร้ตัวแทน (Agency) ตัดพ่อค้าคนกลาง เช่น นักร้อง ศิลปิน คอนเทนครีเอเตอร์ต่างๆ ได้เต็มๆ ไม่ต้องให้แพลตฟอร์มกลาง

🔵 โอกาสการสร้างรายได้ การลงทุนง่ายมากยิ่งขึ้น

🔵 ไม่ถูกปิดกั้น มีอิสระเสรี ทวงคืนสิทธิ ผลประโยชน์ของเรากลับมา เช่น WikiLeaks ให้ข้อมูลสงคราม คนก็จะเห็นอีกแง่มุมของโลกมากขึ้น

🔵 ข้อมูลส่วนตัว Data ต่างๆ ก็มีความเป็นส่วนตัว ปลอดภัย โปร่งใสมากขึ้น ไม่ถูกเอาไปใช้การตลาด ขายโดยที่เราไม่ยินยอม . . นั่นหมายถึง Web3 ให้ความสำคัญ กับ **“ ทุกคน ”** ไม่ใช่แค่กลุ่มนายทุน . . เพราะ Web3 มีรากฐานเดียวกันกับเทคโนโลยีบล็อกเชน ที่เน้นความกระจายศูนย์ (Decentralized) มากยิ่งขึ้น

* * *

🔥3. นำมาใช้จริงในชีวิตได้อย่างไร? ตัวอย่าง Web3 เด็ดๆ
------------------------------------------------------

![ตัวอย่างแพลตฟอร์ม Web3](https://storage.googleapis.com/papyrus_images/5d68ca127d902666bb76e1c8fd14d7e3d85337bd225bc486c5b36e8176b4597b.png)

ตัวอย่างแพลตฟอร์ม Web3

🔵 บริการอินเตอร์เน็ต service ต่างๆ ปกติในบ้านเรา เราถูกบังคับใช้ True, DTAC, AIS หรือค่ายย่อยไม่กี่จำนวน จ่ายก็แพง เน็ตยังติดๆดับๆ สัญญาณไม่ขึ้น… จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราจะใช้เน็ตแบบความเร็วสูงสุด ไม่จำกัด ราคาถูกลง และสามารถลงทุนเป็นผู้ให้บริการเน็ต ได้รับเงินอีก!!! โคตรเฉียบ ตัวอย่างผู้ให้บริการ ลองไปส่องกันได้Andrena : [https://andrena.com/](https://andrena.com/) Althea : [https://www.althea.net/](https://www.althea.net/)

🔵 Domain name เว็บไซต์ต่างๆ มักถูกดูแล ควบคุม จำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดเห็นจากคนเพียงกลุ่มเดียว (unilateral control) อย่าง WikiLeaks เว็บไซต์บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับสงครามอิรัก อัฟกานิสถาน ดังนั้น จึงมีผู้ให้บริการ Domain แบบ Decentralized อย่าง [https://handshake.org/](https://handshake.org/) [https://unstoppabledomains.com/](https://unstoppabledomains.com/)Ethereum Name Service

🔵 Data Storage, Distribution, and Monetization Data การทำเงิน (Monetize) กับข้อมูลด้วยการปลี่ยนข้อมูลประเภทต่างๆ (Data) เป็นเหรียญ Token เพื่อรับผลตอบแทนโดยที่ยังรักษาความเป็นส่วนตัวอยู่เช่น Ocean Protocol, Streamr, และ Numerai

🔵 Decentralized Data Storage ปกติเราเก็บข้อมูลผ่าน google drive, onedrive แต่ปัจจุบัน เราสามารถเก็บข้อมูลผ่านระบบ Decentralized cloud ได้แล้ว และยังสามารถลงทุนเป็นผู้ให้บริการได้อีกด้วย อย่าง Sia : [https://sia.tech/](https://sia.tech/) Arweave : [https://www.arweave.org/](https://www.arweave.org/) Filecoin : [https://filecoin.io/](https://filecoin.io/)

🔵 Wifi ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต wireless เราสามารถใช้และเป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตบนบล็อกเชนด้วย Helium

🔵 บริการ GPS ผ่านระบบ Decentralized เพิ่มความเป็นส่วนตัว Foam

🔵 บริการ Video Streaming : Livepeer

🔵 บริการ VPN (Virtual Private Network หรือ เครือข่ายที่ใช้รับส่งข้อมูลภายในบริษัท) เช่น Orchid

🔵 บริการ Music Streaming: Audius

🔵 บริการ Open Media Market: OurZora

🔵 บริการสื่อ : Decentralized Publishing : Mirror และอื่นๆ อีกมากมาย

🔥 บทส่งท้าย
------------

หากย้อนกลับไปช่วงปี 1999 สมัยอินเตอร์เน็ตเพิ่งเกิด ทุกคนคงยังไม่สนใจมันมากนัก แต่ดูทุกวันนี้ดิ มันคือชีวิตเราไปแล้ว และใช้เวลาในแต่ละวันไปกว่า 7–8 ชั่วโมงกับอินเตอร์เน็ต Social Media ต่างๆ เราไม่มีทางรู้ว่า Web3 จะถูกนำมาใช้จริงได้เมื่อไหร่ แต่ที่รู้ๆ มันกำลังมาปฏิวัติ เหมือนตอนที่ web2.0 มาเปลี่ยนโลก แนวคิด มายเซ็ต และวัฒนธรรมของคนทั้งโลก!!!

GN

ติดตามให้กำลังใจมายด์บน Web2 ได้ที่ linktr.ee/mild.panassayal

[https://linktr.ee/mild.panassayal](https://linktr.ee/mild.panassayal)

---

*Originally published on [Panassaya L. ](https://paragraph.com/@panassaya-l/web3)*
