# Engagement Farming? Beware ! **Published by:** [Thailand JPEG Holder](https://paragraph.com/@thailand-jpeg-holder/) **Published on:** 2022-12-27 **URL:** https://paragraph.com/@thailand-jpeg-holder/engagement-farming-beware ## Content สิ่งที่ควรระวังจาก Engagement Farming🖖 ต้องเริ่มก่อนว่า twitter ถือเป็นเครื่องมือทรงประสิทธิภาพที่ underrated ใน NFT/web3 space (แม้ไม่น้อยคนเข้าใจดีว่ามันทำอะไรได้มากแค่ไหนก็ตาม มันก็ยังคง underrated อยูดี กล่าวคือยังมี potential ที่จะ drawn out ได้อีกมาก) ในแง่ของการสร้างตัวตนจากการแสดงความเห็น การสร้างการถูกรับรู้สำหรับสิ่งที่เราทำ, แม้เดิมทีคุณสมบัติในการให้ประโยชน์เหล่านี้จะเป็นสิ่งพื้นฐานของ social media อยู่แล้ว; แต่เมื่่อพูดถึง emergence ของ NFT/web3, twitter นั้นมีรายละเอียดที่แพลทฟอร์มอื่นทำไม่ได้ครับ twitter ถูก designed เพื่อการรองรับพฤติกรรมและการใช้งานที่อิงอยู่กับการอัพเดท/สื่อสาร ที่กระชับและถี่ (ซึ่งเราจะเห็นได้จาก setting ของ timeline, ที่ให้พื้นที่ของข้อความต่างๆเยอะมาก มีเพียงปุ่มอื่นๆนิดหน่อยเท่านั้น มีการแสดงหลายข้อความในหน้าจอเดียว; คือ 3-8++ ข้อความ ขึ้นอยู่กับความหมายและ device ที่เราใช้ (tweet)) เหมือนกับสิ่งนกร้อง (tweeting) และเสียงนกร้องเองยังสะท้อนความหมายในแง่ที่เป็นการกระตุ้นให้ผู้อื่น (นกตัวอื่น) tweet เช่นกัน เป็นการสร้าง interaction ไม่ต่างจากเวลาเราได้ยินเสียงนก tweet เรามักไม่ได้ยินตัวเดียว และการ tweet ของนกตัวนั้นเป็นไปเพื่อสื่อสารกับนกตัวอื่นทางใดทางหนึ่งด้วยครับ - เรียกว่าได้ function ทุกอย่างทำมาเพื่อให้ใกล้เคียงกับการคุยของคนเราในชีวิตจริงมากที่สุดครับ ขณะที่ social media อื่นๆมักเป็นพื้นที่ของการ แสดงทัศนะ/แสดงออก มากกว่าการ 'คุย' โอเค แล้วมัน relate ยังไงกับ NFT/web3 หรือแม้กระทั่ง crpyto space.. โดยเดิมทีนั่น พื้นที่เหล่านี้ค่อนข้างมีความ niche อยู่สูงมาก, แม้ตอนนี้อาจจะดูไม่เป็นเช่นกัน แต่ลองมองย้อนกลับไป crypto ตอน 2017 หรือ nft ตอน 2020 สิครับ เราจะเห็นความแตกต่างเป็นอย่างมาก, ทำให้เกิดความเป็น casual ประมาณนึงครับ ที่แสดงผ่านการอัพเดทที่รวดเร็ว ไม่เป็นทางการมากนัก เหล่า builder และ participant สามารถคุยและติดต่อกันอย่างง่ายดาย (application design ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่ามีส่วน !) ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป แม้ space เหล่านี้จะถูก recognised มากขึ้น แต่ practice อันเป็น medium ได้ถูกหยั่งรากไว้บน twitter เรียบร้อยแล้วครับ อย่างล่าสุดก็มีฟังกชันเห็นยอด reach เพิ่มขึ้นมาแล้ว ซึ่งนี่เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า twitter เองเป็น medium ที่มีศักยภาพในการเข้าถึงผู้คนมากเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง awareness ในเชิง community และโอกาสทางธุรกิจเอง (แต่ดูเหมือนว่าการบ่งชี้ดังกล่าวที่ขึ้นมาข้างล่างทวีตนั้น จะไม่เป็นที่พอใจเท่าไหร่ครับ บ้างก็ว่าดูรก/ลายตา บ้างก็ว่าควรจะให้เปิด/ปิดได้ หรือไม่ก็ว่าทำให้สับสน ใช้งานยุ่งยากไปเลย ส่วนนี้ก็ต้องรอดูกันต่อไปครับ) อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ attention (ดูประเด็นเรื่อง attention scarcity เพิ่มเติมได้โพสที่ผมเคยเขียนไว้ครับ: 'Metaverse Land') เป็นสิ่งที่สำคัญและถูกแก่งแย่งกันมากในโลกของ twitter, ดังนั้นเราควรระวังพฤติกรรมการดึงดูดความสนใจ (กรณีที่มีประโยชน ไม่มีปัญหานะครับ ซึ่งนี่เป็นส่วนมากด้วยซ้ำ) ที่แทบไม่ได้ให้อะไรกับเรากลับมาเลยครับ มีแต่จะให้ยอด reach/engagement (นี่คือการเป็นที่มาของคำว่า engagement farming, ซึ่งเดียวเราจะมาดูกันครับ ว่ามีวิธีอะไรบ้าง) ของผู้ทวีต (นี่หมายความว่าแอคฯคนทวีตจะมี follower มากขึ้น (ผ่านแนมโน้มจากการที่จะมีคนมาฟอลฯเพิ่ม จาก suggestion (ซึ่ง suggestion ก็จะถูกกำหนดผ่านระบบการคำนวณของ twitter เองครับ)) และ follower มากขึ้นความหมายว่าทวีตของเขาจะถูกคนเห็นมากขึ้น ซึ่งจากนั้นก็จะทำให้มีโอกาสเขาถูก sponsored จากการขายสินค้ามากขึ้น นอกจากนี้ยังได้รับความน่าเชื่อถือมากขึ้นโดยปริยายด้วยครับ)) อาจมีความเห็นว่า อ่าว เรื่อง engagement farming อะไรแบบนี้ ก็มีมานานแล้วนี่ ถ้าพูดกันถึงตัวหลักการ มีมาตั้งแต่การจั่วหัวข่าวสมัยก่อน หรือแม้กระทั่งชื่อคลิป/thumbnailของคลิป youtube (baiting), เพราะงั้นก็ไม่เห็นจะแปลกอะไรกับกรณีของ twitter.. ครับ แต่อย่าลืมครับว่าที่ปรากฏในกรณีของ twitter นั้นค่อนข้างจะมีความ subtle อยู่กว่ามากครับ, ซึ่งก็ความหมายว่าเราก็จะรู้ตัวได้ยากขึ้น, ผ่าน interaction (ที่ซึ่ง twitter เด่นในด้านนี้อยู่แล้ว) ที่อยู่ในรูปของการสื่อสารที่เอื้อให้เกิดการปฏิสัมพัน (ขณะที่ youtube มักจะค่อนข้างเป็นการสื่อสารทางเดียวมากกว่า แม้หากมีการคอมเม้น แต่ promptness กลับต่ำกว่า twitter มาก) ภาคแสดงของสรรพสิ่งการ farm ความสนใจของเราทั้งหมดนี้มักออกมาอยู่ใน 3 รูปแบบนี้ด้วยกันครับ หลักๆ: >> 1. Thread (🧵👇) : อันนี้คงคุ้นกันครับ มักมีเครื่องหมาย ประกอบ (จนมีคำว่า Thread Guy ขึ้นมา), เป็นการทวีตหลายๆอันติดกัน มีตีมการเล่าอะไรบางอย่าง หรือแนะนำ ที่เริ่มจาก hook ที่น่าสนใจ (ซึ่งเมื่อ users แตะ(tab) ไปที่ทวีตนั้นแล้ว มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่ users จะเลื่อนลงมาอ่านต่อเรื่อยๆครับ - ซึ่งจุดนี้ล่ะครับ ระบบของ twitter ได้จัดเก็บข้อมูลไว้เรียบร้อยแล้ว ว่า users มีการใช้เวลากับทวีตดังกล่าวนี้มาก) และมักเป็น story telling, การขยายความสั้นให้ยาวนั่นเองครับ เพื่อดึง engagement คนอ่าน - ดังนั้นถ้าเพื่อนๆเจอกระทู้ที่เริ่มต้นด้วย 1/x อะไรทำนองนี้ ให้มีสติไว้เลยครับ เราอาจกำลังโดนฟาร์มโดยเสียเปล่า และข้อมูลในทวีตนั้นจริงๆแล้วอาจไม่มีความสำคัญเท่าไหร (ส่วนมากนะ จริงๆตรงนี้เราก็สามารถเลือกจากผู้ทวีตได้ครับ) หรือลองถามตนเอง ว่าเรารู้สิ่งนี้แล้วแค่ไหน เป็นเรื่องจำเป็นหรือำไม่ ฯลฯ ซึ่งการกระทำแบบนี้จะเพิ่ม energy ในการโฟกัสในการใช้ twitter ได้มากขึ้นครับ ไม่ไหลไปตามที่ algorithm ของ twitter ออกแบบมาโดยเปรียบเทียบ >> 2. Question (❓)** **: พวกคำถามต่างๆ เช่น, อย่างถ้าเป็น NFT space, 'What floor should I sweep?', 'What's the underrated bluechip??' ฯลฯ หรือเป็นคำถามทั่วไปก็มีให้เห็นมากมายครับ เช่น 'Anyone not leaving and still in a bear market??' หรือพูดถึงอะไรสักอย่างขึ้น แล้วตามด้วย 'wrong answer only' - คือทั้งหมดนี้เป็นการเล่นกับความรู้สึกเราครับ เพราะเบื้องต้นเราทุกคนมี urge ที่จะพูดถึงเรื่องตัวเอง และแสดงความเห็นตัวเองเป็นพื้นฐาน ซึ่งเราก็จะเห็นได้ว่าทวีตประเภทนี้ค่อนข้างจะมีการ reply เยอะครับ >> 3. Follow, Reply, Retweet and Favorite (♻️)** **: หนึ่งในวิธีคลาสสิคสำหรับการกระจาย awareness ครับ; ข้อเสียที่ตามมาคือ, นอกจากจะรบกวนไทม์ไลน์ของเราเอง และสำหรับผู้ที่เข้ามายังทวีตเราแล้ว, ทวีตเราจะถูกเห็นน้อยขึ้นด้วยครับ หากในไทมไลนเราประกอบด้วยทวีตประเภทนี้เยอะๆ - เพื่อนๆลองสังเกตุได้เลย อิงจาก influencer แนวหน้าหรือ public figure อันดับต้นๆในด้านนี้ เราจะไม่เห็นทวีตเหล่านี้เลยครับ (แต่ถ้าใครไม่มีได้เจตนาในการ make known ตัวเองซีเรียสอะไรมาก มี twitter ไว้แค่ลุ้นกิจกรรมต่างๆ/เก็บแอร์ดรอป ก็ถือว่าส่วนนี้ไม่เป็นปัญหาอะไรครับ) เหตุผลที่ผู้คนพยายาม optimise หรือ strategise การได้ engagement เพราะ, นอกจากการถูก sponsored ผ่าน ads, เรื่องของ profile ครับ; ที่ออกอยู่ในรูปของ follower และ interaction ในทวีตต่างๆของเรา พูดง่ายๆคือคะแนนชื่อเสียงเรามากขึ้น การกระจายตัวตนและสิ่งที่เราทำมันจะง่ายขึ้น ผู้คนเห็นมากขึ้น และสุดท้ายนำมาซึ่งการเติบโตของสิ่งที่เราทำครับ เช่นบางคนทำ NFT project ก็มี credibility มากขึ้น คนเห็นมากขึ้น หรือหลายคนก็ทำเป็น newsletter จากสิ่งที่ตัวเองเขียนผ่าน substack หรือขายของต่างๆนาๆ ถือว่าสิ่งเหล่านี้เป็น practice ไปแล้วครับ ** เพราะงั้นในที่ที่ต่างฝ่ายต่างต้องการ attention และสิ่งต่างๆก็มีมากมายล้นไปหมด การพยายาม adjust timeline ให้มีคุณภาพก็เป็นสิ่งสำคัญครับ** #Metaveser #NFT #Web3 ## Publication Information - [Thailand JPEG Holder](https://paragraph.com/@thailand-jpeg-holder/): Publication homepage - [All Posts](https://paragraph.com/@thailand-jpeg-holder/): More posts from this publication - [RSS Feed](https://api.paragraph.com/blogs/rss/@thailand-jpeg-holder): Subscribe to updates