# Web3 Community **Published by:** [Thailand JPEG Holder](https://paragraph.com/@thailand-jpeg-holder/) **Published on:** 2022-11-22 **URL:** https://paragraph.com/@thailand-jpeg-holder/web3-community ## Content community community community ! บางคนอาจสงสัย หลายคนใน NFT space เป็นอะไรกันนักหนากับคำนี้, ทำไมต้องให้ความสำคัญ? เหตุผลด้านนี้อธิบายได้ไม่ยากครับ สิ่งนั้นคือ principle ของ web3 นั่นเอง นั่นคือ: ผู้คนได้ input จาก output มากขึ้นครับ (แถมมีความเป็น ownership มากขึ้นด้วย, โอกาสถูกแทรกแซงมีน้อยลง) และเมื่อเป็นเช่นนั้น แนวโน้ม ของการใส่ input เข้าไปเพิ่มย่อมทำให้มากขึ้น เมื่อ input มากขึ้น >> creativity มากขึ้น >> possibility มากขึ้น >> การพัฒนาใน space ใดๆ, ที่มี web3 element, ก็มากขึ้นครับ โดยกระบวนการทั้งหมดนี้ยิ่งซ้อนทับและทวีผลขึ้นไปอีก หากผู้คนเข้ามาช่วยกันในศาสตร์ที่มีความสนใจร่วมกันครับ (synergy) นั่นคือการเขาจะช่วยตัวเองได้จากการช่วยคนอื่น เพราะการช่วยของเรานั้นทำให้ input ของคนอื่นมากขึ้นครับ และเมื่อ output จากเหตุผลข้างต้นมากขึ้น, output เหล่านั้นก็เป็นเหมือน resource ของ creativity ให้แก่เราไปด้วยเช่นกัน นี่เป็นการเพิ่ม entropy ของ productivity อย่างยิ่งยวด และนี่เองคือคำว่า community ที่กล่าวถึงนั่นเองครับ (ขณะที่ web2 ไม่ได้เอื้อการเกิดขึ่้นคอมมูฯดังกล่าวเท่าไหร่ครับ แต่ทำไม่ได้เท่า เพราะผู้คนมีส่วนร่วมในแง่ของการเป็นเจ้าของข้อมูลและสินทรัพย์ไม่มากครับ, output ไม่น้อยถูกกลืนไปโดยฝั่งที่มีความพร้อมทางทรัพยากรมากกว่า) การฟอร์มคอมมูฯนั้น ที่ผ่านมาเราเห็นได้เป็น 2 ประเภทหลักๆครับ:Top-DownBottom-Up1. Top-Down: เป็นการสร้างคอมมูผ่านจุดสนใจร่วมที่ชัดเจนแต่แรก ตัวอย่างที่ชัดคือ Proof ครับ, Proof position โปรเจคไว้เลยว่าต้องการเป็นศูนยรวมของ arts collector, คนที่ชื่นชอบและเสพศิลปะ คนที่มีแนวโน้ม 'ซื้อเก็บ' มากกว่า 'ซื้อฟลิป' - เราจะเห็นได้ว่า Proof เริ่มจากความ niche/specific บางอย่าง และเมื่อคอมมูฯแข็งแกร่ง/คุณภาพ (คือคนที่ชอบอะไรเหมือนๆกันพอมาอยูด้วยกัน ก็จะช่วยเสริมกันทำสิ่งที่เหมือนกันนั้นให้ดีๆยิ่งขึ้นไปอีก) จนเป็นที่รู้จัก ก็จะมีความน่าสนใจจากภายนอกเข้ามา ทั้งในแง่ของคนทั่วไป และ art collector หน้าใหม่ๆที่กำลังจะเข้ามาครับ ซึ่งความสนใจดังกล่าวนี้เป็น demand ที่รองรับการ issue Moonbirds ออกมาได้อย่างพอดีนั่นเอง และ Moonbirds เองก็เป็นตัวยืนยันคุณภาพของคอมมูฯได้ประมาณนึงเลยด้วย มี value ชัดเจนจากผลงานที่มีมาก่อนหน้า.. โปรเจ็คที่ออกมาในรูปแบบนี้ที่เห็นได้ก็มี ZenAcademy ของ Zeneca33 ที่ position ตัวเองไปในทางการให้ความรู้แก่มือใหม่ การ onboard ผู้คนเข้าสู่ web3 และ NFT space (แอดทราบมาว่าประมาณปลายปีจะออก PFP มาด้วยล่ะครับ) >> 2. Botton-Up: เป็นนี้เป็นแบบที่เห็นได้บ่อยมากที่่สุด นั่นคือสร้าง identity ของคอมมูฯขึ้นมาแต่แรกผ่าน PFP (เนื่องจากเป็นสิ่งที่สังเกตุและใช้งานได้ง่ายครับ เป็นตัวแทนสมาชิก), Bottom ที่ว่านี้หมายถึงการอิงจากคนหมู่มาก ที่สนใจในคอนเซปอาร์ตหรือสิ่งที่ lead project 'จะทำ' นั่นคือแม้จะมีโครงสร้างคร่าวๆ แต่ก็มีความ loose ใน roadmap ด้วย (เพราะไม่มี track record) มีความ open to idea มากกว่า มีความน่าจะเป็นในส่วนของการฟังความเห็นของคอมมูฯมากกว่า นี่เป็นข้อดีครับ แถมง่ายที่จะ scale ด้วย เพราะไม่ถูก fix โดยความ niche อะไรทำนองนั้นมาแต่แรก, สร้าง awareness ได้ง่าย ความเข้าถึงได้ง่าย เพียงแต่ข้อควรระวังคือความคาดหวังของผู้คนที่แตกต่างกัน (แถมผู้คนมักคาดหวังในพื้นที่ของจินตนาการไว้สูงด้วย เนื่องจากตนเองมี stake) เมื่อเวลาผ่านไปทิศทางของโปรเจ็คประเภทนี้, หากไม่ consolidate ให้ดี, อาจเกิดปัญหาความไม่พอใจจากตรงนี้ได้ครับ พอมีความเห็นที่แตกมากขึ้น ก็ทำให้คนที่อินกับโปรเจ็คน้อยลง เมื่อคนอินกับโปรเจ็คน้อยล ไม่รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับโปรเจ็ค valueของโปรเจ็คไม่ตรงกับvalueของคนๆนั้น ความเสียสละหรือความใกล้ชิดของผู้คนในกลุ่มก็นะน้อยลงตามไปด้วยครับ นอกจากนี้ ส่วนตัวแอดคิดว่าความอันตรายอย่างนึงของคอมมูที่เอาเงินเป็นที่ตั้งคือ เราจะไม่มีจุดร่วม หรือมีจุดร่วมไม่ชัด, เพราะโดนพื้นฐานแล้ว เงินเป็นเพียงผลตอบแทน (มองเหมือน scoreboard, เพียงแต่ score ชนิดนนี้มันนำไป utilise ต่างๆได้มากมายเท่านั้นเอง) จากการทำอะไรสักอย่างที่แก้ไขปัญหา/ตอบสนองความต้องการของผู้อื่น, ซึ่งต่อมาจะทำให้วิธีการที่จะได้มาซึ่งเงินนั้น (หากเอาเงินเป็นที่ตั้ง) แตกต่างกันออกไป กล่าวคือโฟกัสจะถูกกระจายออก (เพราะหนทางหาเงินนั้นไม่ได้มีแค่ทางเดียว, แม้ว่าในกรณีใน NFT Space ที่เรา narrow down ลงมาแค่การซื้อขาย NFT แล้วก็ตาม) เมื่อถูกกระจายออก การเรียนรู้แบบ vertical ก็จะต่ำกว่าโดยเปรียบเทียบ (เพราะเวลาเรามีจำกัด) ที่ต่อมาส่งผลให้ไม่เกิดความชำนาญใน specific activity/task นั้นๆครับ ขณะที่คอมมูฯที่ไม่ได้มาเพื่อนเงินเป็นหลักแต่แรก (เช่นมาด้วยความชอบส่วนตัว หรือต้องการที่จะมาเรียนรู้ คุณค่าที่ไม่ใช่อิงอยู่กับเรื่อง wealth เป็นหลัก) จะพบปัญหาส่วนนี้น้อยลงครับ ส่วนตัวแอดคิดว่าอนาคตอาจจะมีการขึ้นมาของ community แบบใหม่ๆก็ได้ เพียงแค่ตอนนี้เราคิดว่ามันไม่มี หรือนึกไม่ออก เพราะปัจจัยที่ทำให้เราคิดแบบนั้นมันยังไม่เกิดขึ้นเท่านั้นเองครับ - โพสต่อไปจะเกี่ยวกับ critique ของ web3 ครับ ว่าอยู่กับความจริงในเชิง practical แค่ไหน, เป็นแค่ narrative ลอยๆหรือเปล่า แค่เรียบเรียงแอดก็สนุกแล้วล่ะครับ ## Publication Information - [Thailand JPEG Holder](https://paragraph.com/@thailand-jpeg-holder/): Publication homepage - [All Posts](https://paragraph.com/@thailand-jpeg-holder/): More posts from this publication - [RSS Feed](https://api.paragraph.com/blogs/rss/@thailand-jpeg-holder): Subscribe to updates