Cover photo

4 Types of Happiness

ผมรู้สึกว่าความสุขแบ่งออกเป็น 4 แบบ

     แบบแรกคือ 'pleasure' เป็นความสุขที่ได้มาจากการถูกตอบสนองทางประสาทสัมผัสเป็นหลัก การกิน การฟัง การสัมผัส การมอง การได้กลิ่น หลักๆอยู่ในบริเวณนี้; เป็นความสุขที่เราคุยเคยกันในชีวิตวันต่อวันมากที่สุด เกิดขึ้นบ่อย ลักษณะของความสุขแบบนี้คือมี impact สูงและชัดเจน มาไวไปไว ไม่ยากที่จะได้มาแต่ก็ไม่ยากที่จะสูญเสียไป สร้างอาการเสพติดได้ง่าย เป็นความสุขที่ 'right at the moment', การจมอยู่กับความสุขประเภทนี้จนเกินไปอาจส่งผลเสียในภายหลัง ยากที่จะใส่ใจถึงความสุขประเภทอื่นๆ

     แบบสองคือ 'joy/contenment' เป็นความสุขประเภทที่เรารู้สึกถึงได้ตลอดเวลา เป็นเหมือนความรู้สึกพื้นหลังที่ทำงานตลอด ความสุขประเภทนี้ไม่อิงอยู่กับการตอบสนองทาง physical แบบ pleasure (แต่ความสุขแบบ pleasure ก็สามารถช่วยยกระดับความสุขแบบนี้ได้); แต่มักเกิดจากการรู้สึกมีคุณค่า การถูกยอมรับ/เป็นส่วนหนึง รู้สึกเชื่อมโยงกับผู้อื่น การได้ทำในสิ่งที่เราสนใจ ได้เป็นตัวเอง ซึ่งจะเห็นได้ว่าค่อนข้างเป็นเรื่อง 'ความรู้สึกทางใจ' ทั้งหมด

     แบบที่สามคือ 'peace': เป็นความสุขที่ให้ sense ของความสงบ เป็นความรู้สึก 'พอ' และความลงตัว ความรู้สึกที่ไม่ต้องการอะไรเพิ่มอีก (ต่างจากแบบที่สอง ที่มักจะเกิดขึ้นจากการได้อะไรบางอย่าง เช่นการเติบโต/ก้าวหน้า ชื่อเสียง ได้ซื้อของ ฯลฯ - เป็นอะไรที่มีเงื่อนไข) เป็นสถานะที่ได้มาจากความเข้าใจสิ่งต่างๆรอบตัว เกิดจากประสบการณ์และการเข้าใจภาพรวมของหลายๆอย่างกว่าเคย เข้าใจว่าธรรมชาติของตัวเราเองเป็นอย่างไร

     ประเภทสุดท้าย คือ 'eudymonia' พูดง่ายๆคือเป็นอะไรที่ทำให้ตายตาหลับ เป็นพื้นหลังที่ยิ่งกว่าพื้นหลังที่จะไม่มีวันหายไปไหน หากได้ถึงจุดนี้แล้วในชีวิตอาจไม่ต้องการอะไรจริงๆจังๆอีก อย่างอื่นจะกลายเป็นว่าได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เป็นเหมือน grand purpose ของชีวิตที่เราต้องการ เป็นความฝันอันดับหนึ่ง เป็นสิ่งอยากทำก่อนตาย; อาจเป็นผลลัพธ์จากเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นครั้งเดียวแล้วส่งผลกับชีวิตตลอดไป - ความสุขประเภทนี้ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับ 'meaning' ที่เราให้ค่าเกินไปยิ่งกว่าตัวของเรา เป็นฝั่ง spiritual ของโลกแห่งชีวิตก็ว่าได้ครับ - ตัวอย่างเช่น การมีลูก/หลาน การทำความฝันสำเร็จ การได้เจอหน้าใครสักคนเป็นครั้งสุดท้าย การได้เปิดใจเรื่องๆหนึ่ง การได้ไปที่ๆมีความหมายกับเรามากมายอีกครั้ง การได้รับการให้อภัยจากใครสักคน ฯลฯ; อาจเรียกได้ว่าความสุขประเภทนี้ไม่ได้มี element ของความสุขในความหมายที่เข้าใจกันทั่วไปเท่าไหร่, เช่นในแบบที่สอง, แต่เป็นประเด็นของความหมายของชีวิตเลยก็ว่าได้ เป็นการตอบว่าเราได้ทำในสิ่งที่เราเกิดมาเพื่อมันหรือไม่ครับ

post image

     อย่างไรก็ตาม ความสุขทุกประเภทสำคัญกับการมีชีวิตที่ดี (จะใช้คำว่า (mental)wellness หรือ well being หรือ good life หรืออะไรก็ได้ ที่สื่อถึงคุณภาพชีวิตที่ดีในภาพรวม; เพราะโดยส่วนมากผมเข้าใจว่าสุดท้ายแล้วตัวตัดสินของชีวิตมันไปจบลงอยู่ตรงที่เรามีความสุขหรือไม่ แค่นั้น) เพราะชีวิตที่ปราศจาก pleasure ก็จะเคร่งเครียด ไม่มีจังหวะการผ่อนคลายหรือรับรู้ถึงความสุขง่ายๆในชีวิตประจำวันทื่เป็นรสชาติของชีวิต หรือถ้าเราไม่มี joy/contentment เลย, อันนี้ก็ตรงตัวครับ, เราก็ไม่รู้ว่าเราคือใครกันแน่ ไม่รู้สึก sense of self ไม่รู้สึก motivated.. ส่วนการปราศจาก peace จะทำให้เรารู้สึกไม่พออยู่ตลอดเวลา มันไม่มีความพอใจในชีวิตที่ปราศจาก peace กล่าวคือทุกอย่างจะ racing และรู้สึกเหมือนต้องแสวงหาสิ่งใหม่อยู่เรื่อยๆ และถ้าเราไม่เคยรู้สึก sense ของ eudymonia เลย สิ่งที่อาจเกิดขึ้นคือเราอาจตั้งคำถามกับชีวิตตัวเองว่าทั้งหมดนี้มันคือ/เป็นไปเพื่ออะไร เราอาจอดทนต่อ hardship ต่างๆได้ไม่ง่าย หรือแม้การไม่พบ fulfillment แม้เรามีทุกอย่าง - กล่าวคือชีวิตที่ปราศจากสมดุลของความสุขทั้ง 4 แบบนี้จนเกินไป สภาพจิตใจอาจจะเป๋ๆได้

     ความสุขแต่ละประเภทไม่ได้ถูกแยกขาดจากกันเสมอไป บางสถานะความสุขแต่ละประเภทอาจเกิดขึ้นพร้อมกัน (จะเป็นสัดส่วนมากน้อยก็แล้วแต่) และเกื้อหนุนกันได้ (เช่นการฟังเพลงที่อาจดูเหมือนถูกจัดอยู่ในแบบแรก (pleasure), ซึ่งที่จริงแล้วกลับมี element (หรือสามารถนำไปสู่) ของความสุขในแบบอื่นๆได้ด้วย (อย่างที่ทราบกันดีว่าบางครั้งดนตรีสามารถ induce เราไปสู่ประสบการณปัจเจกภายในได้)) เพราะสุดท้ายแล้วทุกอย่าง boiled down มาเป็นสารเคมีไม่กี่ตัวที่รับผิดชอบตรงนี้ซึ่งเรา, แม้ทุกวันนี้จะรู้สึกจักมันมากแล้ว, ก็ยังไม่รู้จักการทำงานและธรรมชาติจริงๆของมันทั้งหมด

*ผมเข้าใจว่าน่าจะมีการ categorise แบบนี้อยู่แล้ว ที่ผมเขียนนี่ไม่ได้อิงมาจากไหน เป็นอะไรที่จู่ๆก็ came up ขึ้นมา อยากเขียนสั้นๆ