สวัสดีชีวิต.
ฉันคงเป็นมือใหม่มากๆ ในการใช้ชีวิต
ทุกวันของชีวิตถึงไม่ใช่เรื่องง่าย
การผ่านไปในแต่ละวันของฉันถึงเต็มไปด้วยความสับสน ว่างเปล่า
บางครั้งก็ทุกข์ทรมาน
ถ้าเป็นในโลกของความเป็นจริง ฉันคงไม่กล้าที่จะพูดถึงเรื่องพวกนี้
ไม่สิ..
คงอธิบายความรู้สึกทั้งหมดของตัวเองที่รู้สึกกับชีวิตนี้ได้ออกมาไม่หมด
ส่วนหนึ่งเพราะความคิดที่โลดแล่นไปไม่มีที่สิ้นสุด
อีกส่วนหนึ่งคือ ฉันเชื่อว่า ไม่มีใครสามารถเข้าใจความรู้สึกทั้งหมดนี้ของเราได้
ในบรรดาเพื่อนที่มีน้อยนิดของฉัน มีคนที่อยากเข้าใจและพยายามเข้าใจฉันอยู่
ฉันอยากเล่าทั้งหมดของความรู้สึกต่อชีวิตนี้ให้ฟังในตอนที่เราปุ๊นกัน
ใช่ ฉันและเพื่อนปุ๊นกัญชาและคุณอาจจะตัดสินพวกเราไปแล้วด้วย
ฉันไม่ได้อยากโต้ตอบเรื่องนี้มากนักหรอก
มันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันหลีกเลี่ยงชีวิตที่โหดร้ายได้ช่วงเวลาหนึ่ง
เพราะฉะนั้นฉันไม่แคร์ที่คุณตัดสินฉันแน่ๆ
ความคิดของฉันและเพื่อนมักจะดำดิ่ง และโลดแล่นมาก
มันลึกซึ้งมาก
ลึกซึ้งจนบางทีกลั่นกรองออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
ฉันเอาแต่คิดในหัววนไปวนมา
ได้คำตอบกับเรื่องที่คิดบ้าง
คุยกับความคิดตัวเอง
บางครั้งก็เลือกจะปล่อยให้ความคิดดำเนินไปโดยไม่โต้ตอบกับมัน
ทุกครั้งที่ความคิดเกี่ยวกับชีวิตเข้ามาในหัว
ฉันจะมีคำถามขึ้นมาในหัวทุกครั้ง
"เราเกิดมาทำไม"
"เรามีชีวิตอยู่ไปทำไม"
เรามาหาคำตอบเรื่องนี้กัน
1
"เราเกิดมาทำไม"
เป็นคำถามที่หลายๆคนคงกำลังคิดเหมือนกันกับฉัน
หรืออาจจะเป็นคำถามที่อีกหลายๆคนอาจจะไม่เคยคิด
คำถามนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะคนที่กำลังมีความทุกข์
ทุกข์แบบแบกโลกทั้งใบไว้บนหลังตัวเอง
หรืออีกแบบ
มีความสบายเกินไปจนไม่รู้ความหมายของการมีชีวิตอยู่ไปแล้ว
คำถามนี้เป็นคำถามที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกชนชั้น ทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ
โดยเหตุผลของแต่ละคนที่จะเริ่มต้นตั้งคำถามนี้
มักเกิดจากความทุกข์ เป็นส่วนใหญ่
ความทุกข์ เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต
ที่ไม่ธรรมดาสักนิด
ความทุกข์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในชีวิตเรา
ไม่ว่าจะเป็นวันแย่ๆที่คุณตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอคนที่คุณรักเหมือนก่อน
หรือจะเป็นวันที่คุณโดยสารรถตู้แล้วนั่งอยู่เบาะเสริม
อาจจะเป็นวันที่คุณต้องกินอะไรสักอย่างที่ไม่อร่อยเพื่อประทังชีวิตไป
วันที่คุณเหน็ดเหนื่อยกับการทำงาน กับบริษัทที่กดขี่ เอาเปรียบ
วันที่คุณเดินกลับบ้าน แล้วฝนก็เทกระหน่ำลงมา
วันที่คุณเครียดกับเงินในบัญชี ที่มีอยู่น้อยนิดจนรักษาสิ่งที่เคยยึดติดไว้ไม่ได้
วันที่แม้แต่กระทั่งครอบครัวก็ไม่ใช่เซฟโซน
ทุกๆความทุกข์ที่เราพยายามผ่านกันไป ความทุกข์ดาหน้ากันพูดพร้อมกันว่า นั่นแหละความธรรมดาของชีวิต
มันโคตรจะไม่ธรรมดาเลย
บางทีเราก็ประมาทกับความทุกข์เกินไป
ปล่อยให้ตัวเองมีความสุขกับบางเรื่องไปไม่กี่อึดใจความทุกข์ก็มาเยือนโดยไม่ทันตั้งตัว
คุณอาจจะถามคำถามฉันว่า แล้วเกี่ยวอะไรกับการที่เราเกิดมาทำไม
คุณคิดว่า ทำไมเราถึงเกิดมา?
"เราเกิดมาเพื่อให้ชีวิตดำเนินไปเรื่อยๆ
ทนทุกข์ มีความสุข และตายไป"
อันนี้คือคำตอบที่ฉันเพิ่งค้นพบ
อาจจะดูเป็นคำตอบที่ง่ายมาก
แต่รู้มั้ย ฉันใช้เวลานานมากกว่าจะเข้าใจสิ่งนี้จริงๆ
ทุกๆอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตฉัน
เกิดขึ้น ดำเนินไป
ทนทุกข์ทรมาน
มีความสุข
มีความรัก
โลภ
อดทน
วิ่งตามกระแสสังคม
เคยมองเลยจุดที่แท้จริงไปเลย
เคยอยากหาคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต
ไม่มีอะไรที่จริงสักอย่าง
เราเกิดมาเพื่อทำทุกอย่างที่วุ่นวายบนโลกใบนี้ และจบชีวิตลงไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
เราตามหาความหมายของชีวิต
ทั้งๆที่สุดท้ายจะไม่มีใครจดจำเรา เราจะตายไปพร้อมกับการกระทำตอนที่เรามีชีวิตอยู่
ทั้งเรื่องที่เราทำดี
ทั้งเรื่องที่เราทำเลว
หรือแม้กระทั่งเรื่องที่เราไม่ได้ทำ
ทุกคนจะคุยกันเรื่องเราเพียงแค่ 1 วัน
1 สัปดาห์ 1 เดือน 1ปี
หรือ 10 ปี ในกรณีที่เราเป็นคนสำคัญ
สุดท้ายเราจะหายไปตามกาลเวลา
เพราะอย่างเดียวที่หมุนและดำเนินไป
อย่างไม่ปรานี ไม่รีรอ
คือ เวลา..
อาจจะฟังดูว่าทั้งหมดนี้โหดร้าย
เนี่ยแหละคือชีวิต
ชีวิตแบบที่เราทุกคนต้องมี และเจอจุดจบแบบเดียวกันหมด
เราอาจจะคร่ำครวญถึงความไม่เป็นธรรมในชีวิต
คร่ำครวญถึงการที่ไม่มีใครรักและจริงใจกับเราสักคน
คร่ำครวญถึงการเป็นคนที่ไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อความสุขสบายแบบคนที่มีมากกว่า
คร่ำครวญว่าทำไมถึงมีครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์แบบ
คร่ำครวญกับทุกปัญหาที่ถาโถมมาไม่หยุดหย่อน
คร่ำครวญถึงโชคชะตาที่พาให้เราเจอเรื่องราวทั้งหมดนี่
คร่ำครวญไปเถอะ
เรื่องนี้จะดำเนินต่อไปจนกว่าจุดจบที่ว่าจะดำเนินมาถึง
ทั้งหมดนี้คือเหตุผล ว่าเราเกิดมาทำไม
2
"เรามีชีวิตอยู่ไปทำไม"
อาจจะแปลกไปนิด หลังจากที่ฉันจะบอกว่าเราจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม
เพราะจากเหตุผลที่ฉันร่ายยาวมาจนถึงตอนนี้
ว่าเราเกิดมาทำไม
ไม่มีเหตุผลอะไรเลยให้เรามีชีวิตอยู่ต่อ
จริงค่ะ
ชีวิตคนบางคน ยากมาก ยากจนถึงที่ว่า คำถามว่าเรามีชีวิตอยู่ไปทำไมผุดขึ้นมาในความคิดคนๆนั้นตลอดเวลา
หนึ่งในนั้นเป็นฉันในบางครั้ง
ฉันยอมรับ ด้วยความสัตย์จริงเลย
ฉันถามตัวเองหลายครั้งว่าในเมื่อได้คำตอบแล้วว่าการเกิดมามีชีวิต
ทั้งทุกข์ อดทน โมโห เกรี้ยวกราด ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เรายังจะต้องมีเหตุผลอะไรในการอยู่ต่อ
ฟังถึงตรงนี้อาจจะฟังดูไม่ค่อยดีนัก
แต่ฉันปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความคิดจะทำร้ายตัวเองในบางครั้ง
หรืออยากหายไปจากชีวิตที่ห่าเหวนี่สักที
แต่มีหลายสิ่ง ที่ทำให้ฉันไม่ตัดสินใจแบบนั้น
อย่างแรกเลยคือ เกิดมาเพื่อทุกข์ และดำเนินทุกเรื่องนี้ต่อไป เพื่อให้เกิดทุกข์ไม่มีสิ้นสุด
ฟังดูโหดร้ายมากค่ะ
มันคือทุกการกระทำของเราทั้งนั้น
ทั้งเหตุที่ทำให้มีความทุกข์
การยึดติด
การไม่ปล่อยวาง
การแสวงหาความสุขและไขว่คว้าแต่อนาคตที่มองไม่เห็นอย่างบ้าคลั่ง
ฉันดึงสติตัวเองกลับมา โดยไม่คิดแบบนิยาย และคิดแบบโลกเแห่งความจริงว่า
ฉันต้องเดินต่อไป ปล่อยวางบางเรื่อง ยึดติดแค่บางเรื่อง
ทุกข์เท่าที่ทุกข์ไหว คิดเท่าที่คิดไหว
เหนื่อยเท่าที่เหนื่อยได้
เปิดโอกาสให้ตัวเองเสียใจบ้างบางครั้ง
ระบายความทุกข์ผ่านการฟังเรื่องผีกับพี่แจ็กตอนกลางคืนบ้าง เพื่อให้ตัวเองผ่านคืนนั้นไปได้
บางทีก็ใช้ยานอนหลับเพื่อให้ลืมความทุกข์บางช่วงไป
มีความสุขกับเรื่องเล็กน้อย
ต้นไม้นี้น่ารักจัง
หน้าต่างกับผ้าม่านนี้สวยจัง
มุมมองบางมุมมองของคนที่กำลังทะเลาะกันตรงหน้าของเรา เป็นข้อคิดให้เราคิดในมุมมองของคนๆนั้นมากขึ้น
การมองโลกในแง่ดีมากขึ้น ทำให้ฉันใช้ชีวิตต่อไปได้
ฉันจะไม่บอกว่ามันพอจะเป็นความหมายในการอยู่ต่อไปของทุกคนได้มั้ย
หรือมันจะทำให้หลายๆคนที่เจอเจ้าความทุกข์ถาโถมเข้าหาพร้อมๆกันจากหลายๆที่ จะเจอเหตุผลรึยังว่าเราจะมีชีวิตอยู่ต่อทำไม
ที่แน่ๆ คือมีชีวิตอยู่เพื่อรอถึงวันสิ้นสุดของเราอยู่แล้ว
ฉันรู้สึกว่าเอ่ยคำนี้ออกมา ดูรุนแรงจัง
ใช่ค่ะ
เราทุกคนต้องตาย ไม่วันใดก็วันนึง
อาจจะพรุ่งนี้
มะรืน
เดือนหน้า หรือปีหน้า
ไม่มีใครอยู่เป็นอมตะแบบที่คิดไว้ได้หรอก
บางคนอาจจะคิดว่า ฉันไม่ได้อยากอยู่เป็นอมตะซะหน่อย
แต่การใช้ชีวิตโดยคิดถึงแต่เรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคตโดยไม่สนปัจจุบัน
มันน่าเศร้ามากนะคะ
ลืมไปแล้วหรอ เราตายได้นะทุกคน
สนใจกับเรื่องราวดีๆที่เล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมากๆ
พอย้อนกลับมาดูจริงๆ อาจจะมีความสุขมากกว่าการคิดถึงแต่อนาคตมากไปก็ได้ค่ะ
แต่สำหรับคนที่มีความทุกข์เยอะมาก จนคิดว่า ถ้าไหนๆเราต้องเจอจุดจบนั้นอยู่แล้ว
เป็นวันนี้ที่เราตัดสินใจด้วยตัวเองเลยได้มั้ย
ไม่เถียงว่าฉันคิดแบบนี้บ่อยค่ะ
แต่จะบอกว่า ฉันแอบสะใจตัวเองนิดๆที่ได้ชดใช้การกระทำของตัว ด้วยการมีความทุกข์ค่ะ
จะบอกว่าถึงจะทุกข์มากขนาดไหน ฉันยังอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อ
เหตุผลหลักๆคือ ดำเนินชีวิตไปแบบที่มีทั้งความทุกข์ และสุข ปะปนไป
มีทั้งเศร้า ผิดหวัง กับการตัดสินใจที่ผิดพลาดของตัวเองแบบนี้
ทั้งเสียดายกับการกระทำในอดีต
ทนทุกข์กับความทะเยอทะยานของตัวเองที่อยากให้เกิดในอนาคต
เสียใจกับการไม่ได้เป็นที่รัก
และมีความสุขกับเรื่องเล็กๆน้อยๆที่จะเข้ามาหาฉันแบบไม่หยุดหย่อนค่ะ
สุดท้าย
ขอบคุณทุกเรื่องราวห่าเหวในชีวิต และเรื่องราวดีๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตนี้ค่ะ
ไม่สัญญาหรอกว่าชีวิตจะดำเนินไปได้ดีกว่านี้
แต่จะดำเนินชีวิตนี้ไป แบบที่ไม่ให้การกระทำของฉันไปทำให้คนอื่นเดือดร้อนให้ได้มากที่สุดค่ะ
หวังว่าทุกคนจะหาเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ให้เจอนะคะ
ฉันอยากให้ทุกคนมองจุดเล็กๆ ที่ทำให้ทุกคนมีความสุข และปล่อยวางความทุกข์ที่ควบคุมไม่ได้ไปบ้าง
เจอกันนะ เจ้าชีวิตที่ควบคุมไม่ได้ และเจ้าการกระทำในอนาคตของตัวฉัน

