ในโลกของ Cryptocurrency คงไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก “Ethereum” โดยเหรียญ Ethereum (ETH) เคยทำ All-Time-High (ATH) ที่กว่า 4,800 USD หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 160,000 บาท ต่อ 1 ETH เลยทีเดียว
ณ ปัจจุบัน Ethereum ยังคงมี Market Cap สูงถึง $349,000,000,000 (ข้อมูล ณ วันที่ 3/1/2022) โดยเป็นรองแค่ Bitcoin ซึ่งมี Market Cap มูลค่ากว่า $818,000,000,000 เท่านั้น
แล้วคุณรู้ไหมล่ะ ว่าใครคือผู้ก่อตั้ง Ethereum
Vitalik Buterin คือเด็กหนุ่มที่อายุเพียง 28 ปีและยังถูกจัดอันดับเป็นมหาเศรษฐีจาก Cryptocurrency ที่ก้าวสู่ระดับ Billionaire คนแรกของโลกอีกด้วย เขาคือผู้ก่อตั้ง Ethereum Blockchain
Vitalik Buterin เกิดวันที่ 31 มกราคม 1994 ที่เมือง Kolomna ประเทศรัฐเชีย และได้ย้ายไปอยู่ที่เมือง Toronto ประเทศแคนาดากับครอบครัว Vitalik เป็นเด็กที่เรียนดีในด้านวิชาคณิตศาสตร์และการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และยังเคยสอบแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกจนได้เหรียญทองแดง
ในปี 2012 ขณะที่เขาอายุเพียง 18 ปี ได้เขียนบทความให้กับ Bitcoin Magazine กับ Mihai Alisie และถูกคัดเลือกเป็น 1 ในทีมพัฒนา Bitcoin และนี้คือจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการเงินดิจิตอลของเขา
เมื่อทำงานไปซักระยะนึงเขาพบว่าตัวเขาเองไม่ได้สนใจตัวเหรียญ Bitcoin เท่าไรนัก เขาคิดว่ามันไม่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน และระบบ Blockchain นั้นยังมีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง แต่ในช่วงเวลานั้นยังมีคนรอบๆตัวที่คอยพูดถึงการทำกำไรจากการขาย Bitcoin จนทำให้เขาเปิดใจ และเริ่มมาวิเคราะห์ดูดีๆ ทำให้เขาเดินหน้าพัฒนา Bitcoin ต่อมาเรื่อยๆ และได้เสนอไอเดียที่จะปรับปรุง Bitcoin ต่อทีมพัฒนา แต่ทว่ากลับไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร
ทำให้ในปี 2013 เขาได้คิดค้น Platform ที่รองรับสกุลเงินดิจิตอลขึ้นมาใหม่ และได้นำเสนอ white paper เกี่ยวกับ Ethereum แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับกลุ่มโปแกรมเมอร์นักพัฒนาในวงการ Cryptocurrency เพื่อโปรโมท Ethereum ด้วย
จนกระทั่งปี 2014 เขาได้รางวัลพร้อมเงินทุนจาก Thiel Fellowship มีมูลค่า $100,000 สำหรับเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 23 ปี เพื่อต่อยอดความสนใจนอกสถาบันการศึกษา โดยทุนนี้ได้รับการสนับสนุนโดย Peter Thiel หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง paypal และยังเป็นผู้ร่วมลงทุนใน facebook ตั้งแต่แรกๆ
จากทุนที่เขาได้มาทำให้ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2015 Vitalik ได้ก่อตั้งบริษัทและรวบรวมคนเพื่อมาพัฒนา Ethereum blockchain
Blockchain ของ Ethereum มีข้อแตกต่างจาก Bitcoin คือมีระบบ Smart Contract ซึ่งรองรับการทำธุรกรรมได้หลายประเภท และยังให้ใครก็ได้เข้ามาใช้ Platform บน Ethereum ซึ่งคนที่เข้าใช้สามารถพัฒนา app ต่างๆได้หลายประเภทไม่จำกัดแค่ธุรกรรมทางการเงินเท่านั้น เพราะถือว่า Ethereum เป็นระบบ Decentralized Finance (DeFi) ไม่มีตัวกลางเข้ามาเกี่ยวข้อง และการจัดเก็บข้อมูลยังถูกกระจายได้ตามคอมพิวเตอร์ต่างๆทั่วโลกอีกด้วย
และในปี 2022 Ethereum ได้ถูกพัฒนาไปเป็น Ethereum 2.0 ซึ่งปรับปรุงในด้านประสิทธิภาพ ความเร็ว ความแออัดในการทำธุรกรรมต่างๆ เพื่อให้ประมวลได้มากขึ้น และเชื่อได้ว่า Vitalik Buterin ยังคงไม่หยุดพัฒนาเพียงแค่นี้แน่!!
