Cover photo

Web3 Subscription จากมุมมองของ Mail3

บทความนี้มาจากคุณ Posty จากทีม Mail3 ซึ่งเขาบอกว่า

เนื่องจาก Twitter ประกาศจะปิดการให้บริการจดหมายข่าว หรือ "Revue" ในไตรมาสที่ 1 ปี 2023 (สำนักข่าวไทยให้ข่าวว่าเป็นวันที่ 12 มกราคม) ในขณะนี้ทีมกำลังหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้กันอยู่ ยังมีอะไรอีกมากมายที่ต้องทำ รวมถึงระบบ — Web3 Subscription

โดยในโพสนี้จะพูดถึง:

  • ภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของเหล่าครีเอเตอร์

  • ความแตกแต่างระหว่าง Web3 Subscription และ Web2 Social Media

  • Web3 Subscription จะช่วยอะไรเหล่าครีเอเตอร์ได้บ้าง?

ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของเหล่าครีเอเตอร์

โซเชียลมีเดียเอื้อประโยชน์ให้แก่เหล่าครีเอเตอร์ด้วยผู้ติดตามและรายได้ แต่ก็ยังมีบางปัญหาต้องได้รับการแก้ไข

ในเรื่องของมุมมองทางด้านรายได้และการเผยแพร่เนื้อหา โซเชียลมีเดียวบน Web2 สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังนี้ Youtube นำเสนอประเภทการสร้างรายได้จากโฆษณาผนวกกับระบบอัลกอริทึม และ Substack ที่แสดงถึงการ Subscription และการกระจาย Subscription เพื่อสร้างรายได้ ไม่ว่าครีเอเตอร์จะเลือกทางไหนก็ต้องเผชิญหน้ากับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ปัญหาของ Youtube : โมเดลการโฆษณา

รายได้หลักสำหรับแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Youtube คือการโฆษณา ซึ่งมักจะชี้นำให้เหล่าครีเอเตอร์มุ่งเน้นไปที่การสร้างสรรค์เนื้อหา เพื่อให้ได้รายรับจากการโฆษณา คลิปของพวกเขาจะต้องมีคลิกเข้าไปดู, ยอดวิว, และยอด engagement รวมถึงตัวชี้วัดอื่นๆ แพลตฟอร์มเหล่านี้จะมีสิ่งจูงใจทางการเงิน มันเพียงพอที่จะปรับอัลกอริทึมให้เหมาะสม และทำการเผยแพร่คลิปที่มีค่าที่จะทำให้เกิดการเล่นโฆษณาแล้วทำการส่งไปให้ผู้ใช้จำนวนมาก จะเห็นได้ว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยการหาผลกำไรจำนวนมาก ในขณะที่คลิปเฉพาะกลุ่มและคลิปที่มีคุณภาพสูงกลับไม่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานเท่าไร

อาจมีข้อโต้แย้งว่า การเพิ่มขึ้นของครีเอเตอร์รายเล็กเป็นตัวขัดแย้งกับโมเดลการโฆษณา พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้อยู่ภายใต้ผลประโยชน์เช่นเดียวกับครีเอเตอร์รายใหญ่ๆ ซึ่งมีเนื้อหาคุณภาพดีกว่า และเป็นที่นิยมในคนหมู่มาก การเป็นครีเอเตอร์รายเล็กซึ่งมีผู้ชมน้อยกว่า รายได้น้อยกว่า ส่งผลต่อแรงในในการผลิตผลงาน ซึ่งยังไม่มีระบบที่จะช่วยให้ครีเอเตอร์รายเล็กเหล่านี้สักเท่าไรนัก

ปัญหาของ Substack : ราคา

ทางด้านของ Substack ไม่ได้ใช้โมเดลทางด้านการโฆษณา และเชื่อว่าระบบ Subscribe เป็นตัวสร้างรายได้อีกทางหนึ่งระหว่างนักเขียนและผู้อ่าน Substack เป็นตัวเชื่อมโยงทั้ง 2 ฝ่ายเอาไว้ ฝั่งครีเอเตอร์ได้รับรายได้ และฝั่งแพลตฟอร์มได้รับรายได้จากค่าคอมมิชชัน แต่สิ่งนี้คือความจริงทั้งหมดหรือเปล่าหล่ะ?

Substack สร้างตัวเชื่อมโยงระหว่างครีเอเตอร์และผู้ติดตาม แต่ Substack เองก็มีสิทธิ์ที่จะกำหนดอัตราค่าคอมมิชชันรวมถึงนโยบายทางด้านการกำหนดราคา แถมครีเอเตอร์แทบไม่ได้พูดเรื่องนี้เลย ค่าคอมมิชชั่น 10% นั้นใช้กับครีเอเตอร์ทุกคนหรือเปล่า เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน

ความแตกต่างระหว่าง Web3 Subscription และ Web2 Social Media

Web3 Subscription สร้างขึ้นจากเทคโนโลยีบล็อกเชนที่มีความ decentralize ด้วย "smart contract" ซึ่งเป็นตัวที่สร้างความไว้วางใจให้กับบล็อกเชน ทำให้ทุกคนสามารถอ่าน-เขียน ได้โดยไม่ต้องขออนุญาต รวมถึงเปิดกว้างและสามารถตรวจสอบได้

การปรับแต่งราคา

การสร้างกลไกผ่าน smart contract ช่วยให้ฝ่ายต่างๆ มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์มากขึ้น เช่น การแบ่งปันรายได้อาจจะถูกแบ่งกันระหว่างครีเอเตอร์และผู้ติดตาม กลไกที่ถูกเปิดเผยไปล่าสุดนี้สามารถสร้างการกระตุ้นในฝั่งของผู้ติดตามได้ในระดับหนึ่ง และพยายามแก้ปัญหาด้านรายได้ของครีเอเตอร์

Subscriber Community

นี่คืออีกสเตปที่สนับสนุนให้ผู้สร้างรายเล็กสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ในระยะยาว Web3 Subscription เป็นตัวเชื่อมโยงครีเอเตอร์และผู้ติดตามด้วยโทเคน เช่น SBT และ .bit subdomain

Web3 Subscription จะช่วยอะไรเหล่าครีเอเตอร์ได้บ้าง?

สร้าง Infrastructure

  • ประสบการณ์ของผู้ใช้เปรียบได้กับ Web2 Social media และผู้ติดตามเปลี่ยนไปใช้ Web3 Subscription อย่างราบลื่น

  • สร้างแพลตฟอร์มและช่อง ลดขั้นตอนที่น่าเบื่อที่ครีเอเตอร์ต้องมานั่งสร้างเว็บไซต์ และค่าใช้จ่ายในการซื้อโดเมน

  • รองรับเบราว์เซอร์ทุกชนิดและไม่ต้องใช้แอพฯเพื่ออ่านเนื้อหา

  • รองรับสื่อหลากหลายประเภทในอนาคต

การเชื่อมโยงระหว่าง Web2 และ Web3 Subscription

Subscription ไม่ได้เป็นเพียงความต้องการเฉพาะผู้ใช้ Web3 เท่านั้น ยังมีผู้ใช้งานจำนวนมากบน Web2 การมาของ Web3 Subscription จะช่วยให้ผู้ใช้ Web2 ได้พบกับประสบการณ์ใหม่ๆ

Subscriber Community

  • ระหว่างครีเอเตอร์และผู้ติดตาม จะสร้างความสัมพันธ์ร่วมกันผ่าน SBT, .bit และโทเคนอื่นๆ จาก Web3

  • ครีเอเตอร์สามารถจัดการดูแลคอมมูนิตี้ และคอมมูนิตี้ก็ยังสามารถพัฒนาตัวเองได้ ซึ่งไม่สามารถทำได้ในระบบ Subscription ในรุ่นก่อนๆ

เปิดแพลตฟอร์มที่ทำงานร่วมกัน

  • คุณลักษณะของ Web3 นั้นไม่ได้รับอนุญาตและไม่น่าเชื่อถือ แอปพลิเคชันของบุคคลที่สามสามารถใช้ข้อมูลและความสัมพันธ์ทางสังคมบนเครือข่ายจากการสมัครรับข้อมูล Web3 เพื่อมอบคุณค่าให้กับผู้สร้างและผู้สมัครสมาชิก

  • 0xEcho เปิดใช้งานการสมัครสมาชิก Web3 ด้วยฟังก์ชั่นการแสดงความคิดเห็น การถูกใจ และการให้ทิป

  • .bit เปิดใช้งานโดเมนย่อยของชุมชนและการสมัครสมาชิกแบบชำระเงิน

  • บริการ Web3 ของบุคคลที่สามเพิ่มเติม จะรวมเข้ากับการสมัคร Web3

การต่อต้านการเซ็นเซอร์และการจัดเก็บถาวร

  • ผู้สร้างหรือผู้สมัครสมาชิก สามารถสร้างการเชื่อมต่อส่วนตัวกับผู้อื่นได้โดยตรง โดยไม่ถูกตรวจสอบและเซ็นเซอร์

  • ข้อมูลส่วนตัว ความสัมพันธ์ทางสังคม ฯลฯ จะถูกจัดเก็บแบบกระจายและถาวร

ใครมีคำถามอะไรสามารถไปถามเขาได้ครับ Twitter, with me.