

สิ่งที่เก็บก็เป็นพวกข้อมูลส่วนตัว ประวัติการซื้อ ประวัติการค้นหา พฤติกรรมการสั่งของ การบันทึกเสียง ประวัติการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ เป็นต้น
สาเหตุที่เก็บข้อมูลเยอะกว่าเพื่อนเพราะ Alexa เป็น IoT แบบอเนกประสงค์ ทำได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการสั่งให้เปิดไฟ เปิดยูทูป กูเกิล เปิดเพลง สั่งของ และอีกมากมาย
สุดท้ายแล้วการใช้เทคโนโลยีก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย การได้มาซึ่งความสะดวกสบายก็ต้องแลกกับข้อมูลที่บริษัทสามารถนำไปทำอะไรก็ได้ เช่น นำไปวิเคราะห์การยิงโฆษณาที่ตรงใจเราทำให้เราอยากเสียเงินมากขึ้นยังไงล่ะ โฮ่ โฮ่ ~~
มือที่สามสามารถแฮกหรือดักอ่านข้อมูลของเราโดยไม่ได้ผ่านความยินยอมเป็นสิ่งที่ควรกังวล ผู้เชียวชาญด้าน VPN แนะนำ 4 วิธีป้องกันการโดนโจรกรรมข้อมูลครับ
เปลี่ยนชื่อและรหัสผ่านไวไฟ (ส่วนตัวผมแนะนำให้ใช้ Password Manager ร่วมด้วย)
อัพเดทเราเตอร์และ IoT อย่างสม่ำเสมอ
เปิดใช้งาน WPA2 (เป็นมาตรฐานความปลอดภัย Wi-Fi สามารถเข้าไปตั้งค่าในเราเตอร์ได้ครับ)
ใช้งาน VPN (แนะนำ VPN แบบจ่ายเงินนะครับ เพราะของฟรีบางทีเขาก็แอบเก็บข้อมูลเรา)
ที่มา: Techshielder

