Cover photo

...ตัวนิ่ม นิ่มจริงหรือเปล่า......

ก่อนวันขึ้นปีใหม่ ได้มีผู้หวังดีคนหนึ่งมอบลูกบอลประหลาดให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เพื่อเอาขึ้นมาปล่อยคืนชีวิตสู่พงไพร

หลังจากที่ท่านไปเดินตลาดในหมู่บ้านใกล้แนวเขต แล้วบังเอิญไปเจอ

เจ้าตัวที่ว่า เข้าให้

มันเหมือนดั่งของขวัญสำหรับผู้ที่ทำงานลาดตระเวนผืนป่าที่เฝ้ารักษาชีวิตสัตว์ป่าน้อยใหญ่ให้อยู่รอดปลอดภัย

ลักษณะมันเหมือน กระสุนพระอินทร์ลูกใหญ่ !

คนที่ทำงานด้านอนุรักษ์อาจจะมองออกว่ามันคือตัวอะไร?

แต่หากถามเพื่อนเราที่อยู่ไกลจากแวดวงออกไปนิดๆ ว่า มีใครรู้จัก ตัวนิ่มไหม? หลายคนคงจะส่ายหัวแกมทำหน้างุนงง เพราะเป็นเรื่องจริงที่ว่า

ผู้คนส่วนใหญ่ในโลก ไม่เคยได้ยินหรือรู้จัก ตัวนิ่ม มาก่อน

แต่เชื่อไหมครับว่า ตัวนิ่ม เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ถูกลักลอบค้ามากที่สุดในโลกเลยทีเดียว

และแน่นนอนว่ามันเป็นการเอาตัวนิ่มออกมาจากป่า มาขายกัน

อย่างผิดกฏหมาย

อ่า... แต่พ่อค้าบางคนอาจจะยืนยันหนักแน่นว่า ตัวนิ่มที่มีนั่น เป็นนิ่มถูกกฏหมายที่มาจากพม่า เพราะเมื่อสามปีก่อน กรมป่าไม้ของที่นั่น ได้อนุญาตให้ทำฟาร์มสัตว์ป่าหลายชนิดได้ ไม่ว่าจะเป็น เสือ ช้าง รวมไปถึงตัวนิ่มด้วย

ด้วยความต้องการเนื้อ ที่คิดฟังเชื่อมาว่า เป็นเมนูอาหารอันโอชะ และเกล็ดที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นยา ในการรักษาโรคตามตำราแพทย์แผนโบราณของจีน ที่ใช้ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี และลดอาการปวดอักเสบ ทำให้ตัวนิ่ม มักจะถูกพบเจอ ระหว่างตรวจค้นรถลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฏหมาย

แม้นว่าตัวนิ่มจะมีลักษณะและท่าทางเหมือน ตัวกินมด และ อามาดิลโล่ แต่ตัวนิ่มนั้นมีความเกี่ยวข้องกับหมี แมวและหมา มากกว่า

ทั่วโลกเรามีตัวนิ่มอยู่ 8 สายพันธุ์ อาศัยอยู่ในแอฟริกากับเอเชีย อย่างละครึ่ง

โดยเราสามารถแยกแยะตัวนิ่มเอเชียออกจากตัวนิ่มจากกาฬทวีปด้วย

post image

เส้นขนที่อยู่ระหว่างเกล็ดที่โผล่ออกมา

ตัวนิ่มเป็นสัตวฺ์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดเดียวที่มีลำตัวเป็นเกล็ด ซึ่งเอาไว้ใช้ในการป้องกันตัวจากสัตว์นักล่าต่างๆ ซึ่งได้แก่สัตว์กินเนื้อตัวเป้งอย่าง เสือ เสือดาว ไฮยีน่า ที่ต้องพบความยากลำบากในการกัดกินตัวนิ่มที่ม้วนตัวเป็นก้อนกลมแล้ว

แต่ก็มีผู้ล่าอีกหนึ่งตัวที่ไม่มีปัญหากับการจัดการตัวนิ่มที่ม้วนตัวปิดเกล็ดแล้ว แถมยังมีความยินดีปรีดาในเกล็ดของตัวนิ่ม ต่างจากพวกนักล่าจากพงไพร

เพราะผู้ล่าเผ่าพันธุ์นี้นั้น จะกินทั้งเนื้อและเกล็ดของตัวนิ่ม

ตัวนิ่มมีลิ้นที่ยาวมาก ประมาณ 40 ซม คืออาจยาวเท่าขนาดลำตัวของมันเลยทีเดียว และลิ้นมีความเหนียวเหนอะมาก เอาไว้ใช้แปะตัวมดตัวปลวกจากในรังมากิน

แต่ตัวนิ่มไม่มีฟัน เพราะไม่มีความจำเป็นในการเคี้ยวกัดกินอาหารที่แข็งโป๊กอย่างตัวมดหรือตัวปลวก

นอกจากมดปลวกแล้ว ตัวนิ่มยังกินหิน ก้อนเล็กๆด้วย

เหมือนกับที่สัตว์เลื้อยคลานอย่างจระเข้กิน เพื่อช่วยให้ย่อยอาหารดีขึ้น

ด้วยหินบดนั่นเอง!

มีการศึกษาพบว่า ตัวนิ่มหนึ่งตัวจะกินแมลงไปมากกว่า 70 ล้านตัวในปีนึงๆ

นอกจากการม้วนตัวเป็นลูกบอลแล้ว ตัวนิ่มยังมีการหลั่งสารเหม็นๆออกมาเพื่อป้องกันตัวเองด้วย รวมถึงเอาไว้เป็นหมายบอกอาณาเขตด้วย

นิ่มออกลูกเป็นตัว และลูกนิ่มน้อยจะออกไปเผชิญโลกหลังจากคลอดได้ 4 อาทิตย์ โดยมันจะขี่หลังหรือเกาะแกะตามเกล็ดหางแม่ไปไหนมาไหน

ครั้นเวลาแม่นิ่มรับรู้ถึงอันตราย มันจะม้วนเอาลูกน้อยเข้าไปไว้ภายในก้อนลูกบอลเกล็ดแข็งๆ โดยให้ลูกน้อยอยู่ในส่วนเนื้อที่นุ่มภายในของเกราะกำบัง

post image

แม้นว่าจะมีข่าวว่า บางประเทศอนุญาตให้เลี้ยงตัวนิ่มได้ แต่กว่า 70 %ของนิ่มที่เลี้ยงในกรงจะอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี เพราะความอ่อนไหวของการกักขังจะทำให้เกิดความเครียด รวมถึงความพิเศษของนิสัยการกินของมันด้วย อันส่งผลต่อสุขภาพของตัวนิ่ม

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะได้เห็นตัวนิ่มตัวเป็นๆ ที่ยังมีสภาพไปบาดเจ็บบอบช้ำจากการลักลอบขนส่ง แม้นช่างภาพระดับตำนานของทุ่งกะมังก็ตาม

เพราะตัวนิ่มเองเป็นสัตว์ที่ออกหากินกลางคืน กลางวันก็จะนอน ด้วยตัวนิ่มเป็นสัตว์ที่มีอัตราการเผาผลาญต่ำมากๆ จึงทำให้บางวัน มันจะนอนยาวไปถึง 16 ชั่วโมงเลยทีเดียวกว่าจะออกมาหากิน

ตัวนิ่มจะขุดโพรงลึกเข้าไปนอนหรือไม่ก็นอนในต้นไม้

และเวลานอนนั่น ตัวนิ่มจะม้วนตัวนอนเป็นลูกบอล

เพื่อความปลอดภัยระหว่างหลับฝัน

เมื่อไม่นานมานี้ ประชากรตัวนิ่มก็ได้รับข่าวดี

ด้วยรัฐบาลจีนได้ประกาศถอด “เกล็ดนิ่ม” ออกจากรายการส่วนผสมที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในการแพทย์แผนจีน

ซึ่งก็น่าจะทำให้ความต้องการตัวนิ่มลดลง

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมไทยเราจึงเรียก มันว่า ตัวนิ่ม!

ผมไปถามอากู๋มา ก็ไม่รู้ ไม่รู้ ...

ครั้นผมไปถามอาชัฏ ที่ช่วงนี้ใครๆก็ไปปรึกษาแก

ก็พอได้คำตอบมาเลาๆว่า ที่ไทยเราเรียกอย่างนั่น

มาจากคำเรียกมันว่า “ตาดทอง” ซึ่งแปลว่า ผิวทอง หรือประมาณว่า เนื้อนิ่ม ตัวนิ่ม

แต่เมื่อหาข้อมูลต่อไปอีกก็มืดมิด เหมือนโดยกอดรัดอยู่ท้องตัวนิ่มที่ม้วนกลมๆ

บางอย่างก็ปล่อยให้มันเป็นปริศนาก็ไม่เสียหายย

แต่บางอย่างก็ควรจะหาที่ปรึกษาเพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดแจ้งแทงทะลุ