สรุป ครบ จบโพสต์เดียว โครงสร้าง Chain Layer: L1/L2 /Cross-chain/Bridge
สวัสดีค่า 👋🏻🤓 มายด์ ปนัสยานะคะ I learn to share and make the world a little better place to live in!วันนี้มาแชร์เกี่ยวกับ Ecosystem ที่สำคัญที่สุดของโลกคริปโท คือ Chain Layer ถ้าจะให้เห็นภาพง่ายๆ การสร้างบ้านที่ดี ต้องมีเสาเข็มที่แข็งแรงเป็นรากฐาน เช่นเดียวกัน สิ่งที่เป็นฐานรองรับแอปพลิเคชั่นในวงการคริปโท คือ Chain Layer อย่าง Smart Contract Ecosystem เช่น Ethereum, Solana, BSC, Near, Avax ที่ทำให้ DAPPs สร้าง on top บนแต่ละเชน และยังมีพวก scaling solution ที่มีเป้าหมายเพื่อให้การทำธุรกรรม...

สรุปเทรนด์เทคโนโลยี 2000-2023 Gartner Hype Cycle เครื่องมือทำนายอนาคตของผู้บริหารระดับโลก
สวัสดีค่า 👋🏻🤓 มายด์ ปนัสยานะคะ I'm on a mission to learn and share as much as I can, with the hope that it'll make our world a bit better to live in.บทความนี้พูดถึง ✅ Gartner Hype Cycle คืออะไร ✅ เทรนด์ Gartner Hype Cycle ปี 2023 ✅ สรุปเทรนด์ Gartner Hype Cycle ปี 2000-2023Gartner Hype Cycle คืออะไรนักการตลาดหรือผู้บริหารระดับโลกทุกคนล้วนให้ความสำคัญกับ “เทรนด์” และการเติบโตหลังสภาวะโรคระบาด ฉะนั้นการมีข้อมูล data ที่สามารถอ้างอิงได้จะทำให้เราสามารถ ปรับตัว ได้ทันกระแสที่เปลี่ยนไ...
Layer2 | Scaling Solution สรุปครบ จบ โพสต์เดียว!
ฮัลโหลลล 👋🏻🤓 มายด์ ปนัสยานะคะI learn to share and make the world a little better place to live in!หลายๆ คนที่ได้แวะไป Ethereum คงเห็นแล้วว่าทำธุรกรรมแต่ละที ค่าแก๊สแพงหูฉีกมาก 😱 จึงเกิด scaling solution เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำธุรกรรม หรือที่เราเรียกว่าสเกล (Scalability) ได้มากขึ้นโดยที่ไม่ต้องเพิ่ม Node Loadแล้วมันดีกว่ายังไง?โดยปกติ บน ETH เชน layer1 สามารถทำธุรกรรมได้~15 txn/secondแต่ Layer 2 ได้กว่า~2–4k txn/second!!!แล้ว ETH 2.0 ล่ะ?= ก็สามารถเพิ่มความสามารถในการทำธุรกรรมได้เช่นกั...
I'm on a mission to learn and share as much as I can, with the hope that it'll make our world a bit better to live in.
สรุป ครบ จบโพสต์เดียว โครงสร้าง Chain Layer: L1/L2 /Cross-chain/Bridge
สวัสดีค่า 👋🏻🤓 มายด์ ปนัสยานะคะ I learn to share and make the world a little better place to live in!วันนี้มาแชร์เกี่ยวกับ Ecosystem ที่สำคัญที่สุดของโลกคริปโท คือ Chain Layer ถ้าจะให้เห็นภาพง่ายๆ การสร้างบ้านที่ดี ต้องมีเสาเข็มที่แข็งแรงเป็นรากฐาน เช่นเดียวกัน สิ่งที่เป็นฐานรองรับแอปพลิเคชั่นในวงการคริปโท คือ Chain Layer อย่าง Smart Contract Ecosystem เช่น Ethereum, Solana, BSC, Near, Avax ที่ทำให้ DAPPs สร้าง on top บนแต่ละเชน และยังมีพวก scaling solution ที่มีเป้าหมายเพื่อให้การทำธุรกรรม...

สรุปเทรนด์เทคโนโลยี 2000-2023 Gartner Hype Cycle เครื่องมือทำนายอนาคตของผู้บริหารระดับโลก
สวัสดีค่า 👋🏻🤓 มายด์ ปนัสยานะคะ I'm on a mission to learn and share as much as I can, with the hope that it'll make our world a bit better to live in.บทความนี้พูดถึง ✅ Gartner Hype Cycle คืออะไร ✅ เทรนด์ Gartner Hype Cycle ปี 2023 ✅ สรุปเทรนด์ Gartner Hype Cycle ปี 2000-2023Gartner Hype Cycle คืออะไรนักการตลาดหรือผู้บริหารระดับโลกทุกคนล้วนให้ความสำคัญกับ “เทรนด์” และการเติบโตหลังสภาวะโรคระบาด ฉะนั้นการมีข้อมูล data ที่สามารถอ้างอิงได้จะทำให้เราสามารถ ปรับตัว ได้ทันกระแสที่เปลี่ยนไ...
Layer2 | Scaling Solution สรุปครบ จบ โพสต์เดียว!
ฮัลโหลลล 👋🏻🤓 มายด์ ปนัสยานะคะI learn to share and make the world a little better place to live in!หลายๆ คนที่ได้แวะไป Ethereum คงเห็นแล้วว่าทำธุรกรรมแต่ละที ค่าแก๊สแพงหูฉีกมาก 😱 จึงเกิด scaling solution เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำธุรกรรม หรือที่เราเรียกว่าสเกล (Scalability) ได้มากขึ้นโดยที่ไม่ต้องเพิ่ม Node Loadแล้วมันดีกว่ายังไง?โดยปกติ บน ETH เชน layer1 สามารถทำธุรกรรมได้~15 txn/secondแต่ Layer 2 ได้กว่า~2–4k txn/second!!!แล้ว ETH 2.0 ล่ะ?= ก็สามารถเพิ่มความสามารถในการทำธุรกรรมได้เช่นกั...
I'm on a mission to learn and share as much as I can, with the hope that it'll make our world a bit better to live in.

Subscribe to Panassaya L.

Subscribe to Panassaya L.
<100 subscribers
<100 subscribers
Share Dialog
Share Dialog
สวัสดีค่า👋🏻🤓 มายด์ ปนัสยานะคะ
I learn to share and make the world a little better place to live in!

วันนี้มาสรุปแบบครบ จบโพสต์เดียวกับ Web3 ที่ชาวคริปโท พูดถึงและสนใจกันมาก มันคือการเปลี่ยนแปลงสู่ democratized Internet หรือการคืนผลประโยชน์ให้ users มากขึ้น!
หัวข้อในบทความ
ต้นกำเนิด Web3
Web3 โอกาสใหม่สำหรับผู้ใช้งาน
แล้วนำมาใช้จริงยังไง? ตัวอย่าง Web 3 เด็ดๆ
จริงๆ แล้ว web 3 เกิดมาตั้งแต่ปี 2014 และเริ่มเป็นที่รู้จักกับผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum และ Gavin Wood ผู้ก่อตั้ง Polkadot กล่าวไว้ว่า
“I think it would be possible for BitDNS to be a completely separate network and separate blockchain, yet share CPU power with Bitcoin.” — Satoshi (2010)
เค้าเชื่อว่าองค์กรให้บริการ Domain Name อย่าง BitDNS สามารถเป็น decentralized Domain Name System (DNS) ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน จึงไม่ต้องรวมศูนย์อีกต่อไปได้
เนื่องจากเว็บไซต์ต่างๆ มักถูกดูแล ควบคุม จำกัดสิทธิเสรีภาพ (Centralized สูงมาก) ในการแสดงออกทางความคิดเห็นจากคนเพียงกลุ่มเดียว (unilateral control) อย่าง WikiLeaks เว็บไซต์บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับสงครามอิรัก อัฟกานิสถานที่ถูกปิดตัวลง โดย U.S Department of Commerce
หลายๆครั้งที่เว็บไซต์จะถูก Censor หรือไม่ จะขึ้นอยู่กับผู้ควบคุมอย่างรัฐบาล หรือองค์กรต่างๆ เท่านั้น ซึ่งการกระทำอาจไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมในทุกครั้งอย่างแน่นอน โดย Satoshi ผู้มาก่อนกาล จึงสร้าง Namecoin หรือ .bit domain website แต่คือ ยุคนั้นมันเร็วเกิน ผู้คนยังไม่เข้าใจ การใช้งานที่ยุ่งยาก จึงยังไม่ประสบความสำเร็จเป็นที่แพร่หลาย
ประโยคด้านบนไม่เกินจริงเลย เพราะอินเตอร์เน็ตคือสิ่งที่มา Disrupt โลกในทุกด้านจริงๆ
🔵 เศรษฐกิจ (Economy) อินเตอร์เน็ต Disrupt สร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดให้กับธรกิจยุคใหม่อย่าง eCommerce โดยเฉพาะปี 2017–2019 หุ้น S&P 500 ที่เกี่ยวข้องกับเทคมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า และในปัจจุบันมีมูลค่าเทียบเท่า 25% ของตลาดหุ้น S&P 500
🔵 สังคม (Social) เราติดต่อกันได้แค่ปลายนิ้ว
🔵 การเมือง วัฒนธรรม การเงิน และทุกด้าน
เว็บไซต์จะเป็นการให้บริการแบบ Passive คือ มีเนื้อหาตายตัว ผู้ใช้สามารถเข้าเว็บไซต์เพื่ออ่านเนื้อหาได้เพียงอย่างเดียว เป็นการสื่อสารทางเดียว นำเสนอข้อมูลแบบคงที่ (Static) ด้วย HTML, XML ซึ่งเมื่อความเร็วอินเทอร์เน็ตพัฒนา จึงทำให้ Web 2.0 เกิดขึ้น อัตราการใช้อินเทอร์เน็ตจึงเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
ผู้ใช้สามารถสร้างเนื้อหาบนเว็บไซต์ สื่อสาร 2 ทาง ตอบโต้กันได้ระหว่าง Users
🔵 เป็นยุครุ่งเรืองของ E-commerce มีบริการ social media และ mobile apps เกิดขึ้นมากมาย อย่าง Facebook, Google, Amazon, Microsoft, และ Apple
🔵 องค์ประกอบสำคัญของ Web 2.0 ที่ปรากฏอย่างชัดเจน คือ Smart Phone, Social network และ Cloud (Centralized)
แม้อินเตอร์เน็ต Web2.0 จะสามารถทำลายกำแพงการสื่อสาร แต่ก็ยังถูกควบคุม บล็อก และถูกใช้เป็นเครื่องมือการตลาด ปลูกฝังแนวความคิดในทุกวินาที มีข่าวปลอม (Fake News) แพร่กระจายที่ก่อเกิดการสูญเสียกว่า 78,000 ล้านดอลลาร์ ต่อเศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งการสร้างตัวตนในโลกอินเตอร์เน็ตอย่างเน็ตไอดอล คนไทยเองก็มีสร้างเน็ตไอดอลออนไลน์ละนะ หรือ ร่างสมมุติโดย AI
🔵 เงินกระจุกกับคนกลุ่มเดียว ธุรกิจขนาดเล็กอยู่รอดด้วยการยิง Ads Facebook โดย Social Media ต่างๆ ถูกควบคุมด้วยองค์กรเดียว ที่ centralized และยัง monopoly อีก ถ้าเค้าขึ้นราคา ธุรกิจขนาดเล็กจะไปรอดมั้ย ?
🔵 ไหนจะเรื่อง Data ที่ Centralized สุดๆ ถูกควบคุมโดยองค์กรอย่าง Facebook, Google, Amazon, Alibaba สำหรับการทำการตลาด (เคยรู้สึกมั้ย ทำไมพูดกับเพื่อนเรื่องนี้ สักพักโฆษณานั้นๆ เด้ง?!?) ล่าสุด whatsapp ประกาศแชร์ Data กับบริษัทแม่อย่าง Facebook
🔵 บริษัท และโปรเจ็ค Open Source ต้องพึ่ง Github สำหรับการบริหาร Software และบันทึก code ต่างๆ
🔵 ผู้พัฒนาแอพลิเคชั่นต้องพึ่ง Apple app store, Google store, Pinata
🔵 ทุกอย่างขึ้นกับผู้ควบคุม และกฎต่างๆ ตลอดเวลา
ในขณะที่ธุรกิจเป็นเสมือนสื่อกลางในการให้บริการในละด้าน ที่แต่ละบริษัทไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ web3 เป็นอินเตอร์เน็ตยุคใหม่สำหรับผู้ใช้งานที่เปิดกว้าง (open protocols) สร้างบนเทคโนโลยี บล็อกเชน ที่โปร่งใส (transparent blockchain networks) Users สามารถใช้งานแอพลิเคชั่น บริการต่างๆ ร่วมกันบนเทคโนโลยีเดียวกัน

🔴 Web3 คือ ยุคที่นำความสามารถของ Web2 ที่สื่อสาร ปฏิสัมพันธ์ แต่ปรับให้คุณค่า มูลค่ามาอยู่ที่ผู้ใช้งานจริงๆ ก่อเกิด Decentralized Incentive Economy ที่ผลประโยชน์ส่วนมากกระจายศูนย์ มูลค่ากลับมาอยู่ที่ผู้ใช้งาน
🔵 จุดเด่น คือ ความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันบนเครือข่ายโลกอย่างไร้ขีดจำกัด (Semantic Web) เปรียบเทียบง่ายๆ คือ ข้อมูลทั้งโลกอยู่รวมกันเป็น Database
สรุป… Web1 เน้นอ่านข้อมูลอย่างเดียว Web 2 อ่าน สื่อสารและสร้างคอนเท้นท์ผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์สูงสุด คือ เจ้าของ Platform Web 3 อ่าน สร้างคอนเท้นท์และมูลค่า ได้รับผลประโยชน์กลับมาสู่ผู้ใช้งาน!
ทุกวันนี้ก็ดีอยู่แล้ว Google หาข้อมูล Spotify ฟังเพลง ทำไมต้องมานั่งเชื่อม Metamask ต่อ Trezor ให้ยุ่งยากกับ web3…
ปัจจุบัน เราเหมือนยุคเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ตที่ต้องเชื่อมต่อโทรศัพท์บ้าน กว่าจะติดรอเว็บโหลดไปเถอะ ! แต่ทุกวันนี้เราใช้งานได้แบบง่ายสุดๆ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราทุกคน
ซึ่งในชีวิตประจำวันของเรา เราใช้บริการบริษัทอย่างหลากหลายมาก ต้องดาวน์โหลดแอพมากมาย แล้ว web3 นี่แหละจะเข้ามาแก้จุดนี้…
🔵 ถ้าสมมุติว่า ทุกบริษัท ทุกแอพเชื่อมโยงกันได้ ชีวิตเราจะง่ายขึ้นขนาดไหน ไม่มีคำว่าเมมเต็ม เน็ตหลุด สัญญาณหาย ทำเพจหรือโปรโมทง่ายขึ้น ไม่มี AI มาปิดการมองเห็นเพราะอยากให้เราจ่ายเงินซื้อ ads! เพราะทุกคน back up ข้อมูลได้ โดยที่ไม่พึ่งตัวกลาง
🔵 การส่งต่อ เข้าถึงข้อมูลระหว่างกันง่ายขึ้น (Interoperability) ไม่มีเวลาเปิดปิด
🔵 บริษัทขยายโมเดล สเกลธุรกิจง่ายกว่าเดิมเยอะมาก! (Infinite Scale) ราคาบริการต่างๆ ถูกลง ไร้ตัวแทน (Agency) ตัดพ่อค้าคนกลาง เช่น นักร้อง ศิลปิน คอนเทนครีเอเตอร์ต่างๆ ได้เต็มๆ ไม่ต้องให้แพลตฟอร์มกลาง
🔵 โอกาสการสร้างรายได้ การลงทุนง่ายมากยิ่งขึ้น
🔵 ไม่ถูกปิดกั้น มีอิสระเสรี ทวงคืนสิทธิ ผลประโยชน์ของเรากลับมา เช่น WikiLeaks ให้ข้อมูลสงคราม คนก็จะเห็นอีกแง่มุมของโลกมากขึ้น
🔵 ข้อมูลส่วนตัว Data ต่างๆ ก็มีความเป็นส่วนตัว ปลอดภัย โปร่งใสมากขึ้น ไม่ถูกเอาไปใช้การตลาด ขายโดยที่เราไม่ยินยอม . . นั่นหมายถึง Web3 ให้ความสำคัญ กับ “ ทุกคน ” ไม่ใช่แค่กลุ่มนายทุน . . เพราะ Web3 มีรากฐานเดียวกันกับเทคโนโลยีบล็อกเชน ที่เน้นความกระจายศูนย์ (Decentralized) มากยิ่งขึ้น

🔵 บริการอินเตอร์เน็ต service ต่างๆ ปกติในบ้านเรา เราถูกบังคับใช้ True, DTAC, AIS หรือค่ายย่อยไม่กี่จำนวน จ่ายก็แพง เน็ตยังติดๆดับๆ สัญญาณไม่ขึ้น… จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราจะใช้เน็ตแบบความเร็วสูงสุด ไม่จำกัด ราคาถูกลง และสามารถลงทุนเป็นผู้ให้บริการเน็ต ได้รับเงินอีก!!! โคตรเฉียบ ตัวอย่างผู้ให้บริการ ลองไปส่องกันได้Andrena : https://andrena.com/ Althea : https://www.althea.net/
🔵 Domain name เว็บไซต์ต่างๆ มักถูกดูแล ควบคุม จำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดเห็นจากคนเพียงกลุ่มเดียว (unilateral control) อย่าง WikiLeaks เว็บไซต์บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับสงครามอิรัก อัฟกานิสถาน ดังนั้น จึงมีผู้ให้บริการ Domain แบบ Decentralized อย่าง https://handshake.org/ https://unstoppabledomains.com/Ethereum Name Service
🔵 Data Storage, Distribution, and Monetization Data การทำเงิน (Monetize) กับข้อมูลด้วยการปลี่ยนข้อมูลประเภทต่างๆ (Data) เป็นเหรียญ Token เพื่อรับผลตอบแทนโดยที่ยังรักษาความเป็นส่วนตัวอยู่เช่น Ocean Protocol, Streamr, และ Numerai
🔵 Decentralized Data Storage ปกติเราเก็บข้อมูลผ่าน google drive, onedrive แต่ปัจจุบัน เราสามารถเก็บข้อมูลผ่านระบบ Decentralized cloud ได้แล้ว และยังสามารถลงทุนเป็นผู้ให้บริการได้อีกด้วย อย่าง Sia : https://sia.tech/ Arweave : https://www.arweave.org/ Filecoin : https://filecoin.io/
🔵 Wifi ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต wireless เราสามารถใช้และเป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตบนบล็อกเชนด้วย Helium
🔵 บริการ GPS ผ่านระบบ Decentralized เพิ่มความเป็นส่วนตัว Foam
🔵 บริการ Video Streaming : Livepeer
🔵 บริการ VPN (Virtual Private Network หรือ เครือข่ายที่ใช้รับส่งข้อมูลภายในบริษัท) เช่น Orchid
🔵 บริการ Music Streaming: Audius
🔵 บริการ Open Media Market: OurZora
🔵 บริการสื่อ : Decentralized Publishing : Mirror และอื่นๆ อีกมากมาย
หากย้อนกลับไปช่วงปี 1999 สมัยอินเตอร์เน็ตเพิ่งเกิด ทุกคนคงยังไม่สนใจมันมากนัก แต่ดูทุกวันนี้ดิ มันคือชีวิตเราไปแล้ว และใช้เวลาในแต่ละวันไปกว่า 7–8 ชั่วโมงกับอินเตอร์เน็ต Social Media ต่างๆ เราไม่มีทางรู้ว่า Web3 จะถูกนำมาใช้จริงได้เมื่อไหร่ แต่ที่รู้ๆ มันกำลังมาปฏิวัติ เหมือนตอนที่ web2.0 มาเปลี่ยนโลก แนวคิด มายเซ็ต และวัฒนธรรมของคนทั้งโลก!!!
GN
ติดตามให้กำลังใจมายด์บน Web2 ได้ที่ linktr.ee/mild.panassayal
สวัสดีค่า👋🏻🤓 มายด์ ปนัสยานะคะ
I learn to share and make the world a little better place to live in!

วันนี้มาสรุปแบบครบ จบโพสต์เดียวกับ Web3 ที่ชาวคริปโท พูดถึงและสนใจกันมาก มันคือการเปลี่ยนแปลงสู่ democratized Internet หรือการคืนผลประโยชน์ให้ users มากขึ้น!
หัวข้อในบทความ
ต้นกำเนิด Web3
Web3 โอกาสใหม่สำหรับผู้ใช้งาน
แล้วนำมาใช้จริงยังไง? ตัวอย่าง Web 3 เด็ดๆ
จริงๆ แล้ว web 3 เกิดมาตั้งแต่ปี 2014 และเริ่มเป็นที่รู้จักกับผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum และ Gavin Wood ผู้ก่อตั้ง Polkadot กล่าวไว้ว่า
“I think it would be possible for BitDNS to be a completely separate network and separate blockchain, yet share CPU power with Bitcoin.” — Satoshi (2010)
เค้าเชื่อว่าองค์กรให้บริการ Domain Name อย่าง BitDNS สามารถเป็น decentralized Domain Name System (DNS) ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน จึงไม่ต้องรวมศูนย์อีกต่อไปได้
เนื่องจากเว็บไซต์ต่างๆ มักถูกดูแล ควบคุม จำกัดสิทธิเสรีภาพ (Centralized สูงมาก) ในการแสดงออกทางความคิดเห็นจากคนเพียงกลุ่มเดียว (unilateral control) อย่าง WikiLeaks เว็บไซต์บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับสงครามอิรัก อัฟกานิสถานที่ถูกปิดตัวลง โดย U.S Department of Commerce
หลายๆครั้งที่เว็บไซต์จะถูก Censor หรือไม่ จะขึ้นอยู่กับผู้ควบคุมอย่างรัฐบาล หรือองค์กรต่างๆ เท่านั้น ซึ่งการกระทำอาจไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมในทุกครั้งอย่างแน่นอน โดย Satoshi ผู้มาก่อนกาล จึงสร้าง Namecoin หรือ .bit domain website แต่คือ ยุคนั้นมันเร็วเกิน ผู้คนยังไม่เข้าใจ การใช้งานที่ยุ่งยาก จึงยังไม่ประสบความสำเร็จเป็นที่แพร่หลาย
ประโยคด้านบนไม่เกินจริงเลย เพราะอินเตอร์เน็ตคือสิ่งที่มา Disrupt โลกในทุกด้านจริงๆ
🔵 เศรษฐกิจ (Economy) อินเตอร์เน็ต Disrupt สร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดให้กับธรกิจยุคใหม่อย่าง eCommerce โดยเฉพาะปี 2017–2019 หุ้น S&P 500 ที่เกี่ยวข้องกับเทคมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า และในปัจจุบันมีมูลค่าเทียบเท่า 25% ของตลาดหุ้น S&P 500
🔵 สังคม (Social) เราติดต่อกันได้แค่ปลายนิ้ว
🔵 การเมือง วัฒนธรรม การเงิน และทุกด้าน
เว็บไซต์จะเป็นการให้บริการแบบ Passive คือ มีเนื้อหาตายตัว ผู้ใช้สามารถเข้าเว็บไซต์เพื่ออ่านเนื้อหาได้เพียงอย่างเดียว เป็นการสื่อสารทางเดียว นำเสนอข้อมูลแบบคงที่ (Static) ด้วย HTML, XML ซึ่งเมื่อความเร็วอินเทอร์เน็ตพัฒนา จึงทำให้ Web 2.0 เกิดขึ้น อัตราการใช้อินเทอร์เน็ตจึงเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
ผู้ใช้สามารถสร้างเนื้อหาบนเว็บไซต์ สื่อสาร 2 ทาง ตอบโต้กันได้ระหว่าง Users
🔵 เป็นยุครุ่งเรืองของ E-commerce มีบริการ social media และ mobile apps เกิดขึ้นมากมาย อย่าง Facebook, Google, Amazon, Microsoft, และ Apple
🔵 องค์ประกอบสำคัญของ Web 2.0 ที่ปรากฏอย่างชัดเจน คือ Smart Phone, Social network และ Cloud (Centralized)
แม้อินเตอร์เน็ต Web2.0 จะสามารถทำลายกำแพงการสื่อสาร แต่ก็ยังถูกควบคุม บล็อก และถูกใช้เป็นเครื่องมือการตลาด ปลูกฝังแนวความคิดในทุกวินาที มีข่าวปลอม (Fake News) แพร่กระจายที่ก่อเกิดการสูญเสียกว่า 78,000 ล้านดอลลาร์ ต่อเศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งการสร้างตัวตนในโลกอินเตอร์เน็ตอย่างเน็ตไอดอล คนไทยเองก็มีสร้างเน็ตไอดอลออนไลน์ละนะ หรือ ร่างสมมุติโดย AI
🔵 เงินกระจุกกับคนกลุ่มเดียว ธุรกิจขนาดเล็กอยู่รอดด้วยการยิง Ads Facebook โดย Social Media ต่างๆ ถูกควบคุมด้วยองค์กรเดียว ที่ centralized และยัง monopoly อีก ถ้าเค้าขึ้นราคา ธุรกิจขนาดเล็กจะไปรอดมั้ย ?
🔵 ไหนจะเรื่อง Data ที่ Centralized สุดๆ ถูกควบคุมโดยองค์กรอย่าง Facebook, Google, Amazon, Alibaba สำหรับการทำการตลาด (เคยรู้สึกมั้ย ทำไมพูดกับเพื่อนเรื่องนี้ สักพักโฆษณานั้นๆ เด้ง?!?) ล่าสุด whatsapp ประกาศแชร์ Data กับบริษัทแม่อย่าง Facebook
🔵 บริษัท และโปรเจ็ค Open Source ต้องพึ่ง Github สำหรับการบริหาร Software และบันทึก code ต่างๆ
🔵 ผู้พัฒนาแอพลิเคชั่นต้องพึ่ง Apple app store, Google store, Pinata
🔵 ทุกอย่างขึ้นกับผู้ควบคุม และกฎต่างๆ ตลอดเวลา
ในขณะที่ธุรกิจเป็นเสมือนสื่อกลางในการให้บริการในละด้าน ที่แต่ละบริษัทไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ web3 เป็นอินเตอร์เน็ตยุคใหม่สำหรับผู้ใช้งานที่เปิดกว้าง (open protocols) สร้างบนเทคโนโลยี บล็อกเชน ที่โปร่งใส (transparent blockchain networks) Users สามารถใช้งานแอพลิเคชั่น บริการต่างๆ ร่วมกันบนเทคโนโลยีเดียวกัน

🔴 Web3 คือ ยุคที่นำความสามารถของ Web2 ที่สื่อสาร ปฏิสัมพันธ์ แต่ปรับให้คุณค่า มูลค่ามาอยู่ที่ผู้ใช้งานจริงๆ ก่อเกิด Decentralized Incentive Economy ที่ผลประโยชน์ส่วนมากกระจายศูนย์ มูลค่ากลับมาอยู่ที่ผู้ใช้งาน
🔵 จุดเด่น คือ ความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันบนเครือข่ายโลกอย่างไร้ขีดจำกัด (Semantic Web) เปรียบเทียบง่ายๆ คือ ข้อมูลทั้งโลกอยู่รวมกันเป็น Database
สรุป… Web1 เน้นอ่านข้อมูลอย่างเดียว Web 2 อ่าน สื่อสารและสร้างคอนเท้นท์ผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์สูงสุด คือ เจ้าของ Platform Web 3 อ่าน สร้างคอนเท้นท์และมูลค่า ได้รับผลประโยชน์กลับมาสู่ผู้ใช้งาน!
ทุกวันนี้ก็ดีอยู่แล้ว Google หาข้อมูล Spotify ฟังเพลง ทำไมต้องมานั่งเชื่อม Metamask ต่อ Trezor ให้ยุ่งยากกับ web3…
ปัจจุบัน เราเหมือนยุคเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ตที่ต้องเชื่อมต่อโทรศัพท์บ้าน กว่าจะติดรอเว็บโหลดไปเถอะ ! แต่ทุกวันนี้เราใช้งานได้แบบง่ายสุดๆ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราทุกคน
ซึ่งในชีวิตประจำวันของเรา เราใช้บริการบริษัทอย่างหลากหลายมาก ต้องดาวน์โหลดแอพมากมาย แล้ว web3 นี่แหละจะเข้ามาแก้จุดนี้…
🔵 ถ้าสมมุติว่า ทุกบริษัท ทุกแอพเชื่อมโยงกันได้ ชีวิตเราจะง่ายขึ้นขนาดไหน ไม่มีคำว่าเมมเต็ม เน็ตหลุด สัญญาณหาย ทำเพจหรือโปรโมทง่ายขึ้น ไม่มี AI มาปิดการมองเห็นเพราะอยากให้เราจ่ายเงินซื้อ ads! เพราะทุกคน back up ข้อมูลได้ โดยที่ไม่พึ่งตัวกลาง
🔵 การส่งต่อ เข้าถึงข้อมูลระหว่างกันง่ายขึ้น (Interoperability) ไม่มีเวลาเปิดปิด
🔵 บริษัทขยายโมเดล สเกลธุรกิจง่ายกว่าเดิมเยอะมาก! (Infinite Scale) ราคาบริการต่างๆ ถูกลง ไร้ตัวแทน (Agency) ตัดพ่อค้าคนกลาง เช่น นักร้อง ศิลปิน คอนเทนครีเอเตอร์ต่างๆ ได้เต็มๆ ไม่ต้องให้แพลตฟอร์มกลาง
🔵 โอกาสการสร้างรายได้ การลงทุนง่ายมากยิ่งขึ้น
🔵 ไม่ถูกปิดกั้น มีอิสระเสรี ทวงคืนสิทธิ ผลประโยชน์ของเรากลับมา เช่น WikiLeaks ให้ข้อมูลสงคราม คนก็จะเห็นอีกแง่มุมของโลกมากขึ้น
🔵 ข้อมูลส่วนตัว Data ต่างๆ ก็มีความเป็นส่วนตัว ปลอดภัย โปร่งใสมากขึ้น ไม่ถูกเอาไปใช้การตลาด ขายโดยที่เราไม่ยินยอม . . นั่นหมายถึง Web3 ให้ความสำคัญ กับ “ ทุกคน ” ไม่ใช่แค่กลุ่มนายทุน . . เพราะ Web3 มีรากฐานเดียวกันกับเทคโนโลยีบล็อกเชน ที่เน้นความกระจายศูนย์ (Decentralized) มากยิ่งขึ้น

🔵 บริการอินเตอร์เน็ต service ต่างๆ ปกติในบ้านเรา เราถูกบังคับใช้ True, DTAC, AIS หรือค่ายย่อยไม่กี่จำนวน จ่ายก็แพง เน็ตยังติดๆดับๆ สัญญาณไม่ขึ้น… จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราจะใช้เน็ตแบบความเร็วสูงสุด ไม่จำกัด ราคาถูกลง และสามารถลงทุนเป็นผู้ให้บริการเน็ต ได้รับเงินอีก!!! โคตรเฉียบ ตัวอย่างผู้ให้บริการ ลองไปส่องกันได้Andrena : https://andrena.com/ Althea : https://www.althea.net/
🔵 Domain name เว็บไซต์ต่างๆ มักถูกดูแล ควบคุม จำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดเห็นจากคนเพียงกลุ่มเดียว (unilateral control) อย่าง WikiLeaks เว็บไซต์บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับสงครามอิรัก อัฟกานิสถาน ดังนั้น จึงมีผู้ให้บริการ Domain แบบ Decentralized อย่าง https://handshake.org/ https://unstoppabledomains.com/Ethereum Name Service
🔵 Data Storage, Distribution, and Monetization Data การทำเงิน (Monetize) กับข้อมูลด้วยการปลี่ยนข้อมูลประเภทต่างๆ (Data) เป็นเหรียญ Token เพื่อรับผลตอบแทนโดยที่ยังรักษาความเป็นส่วนตัวอยู่เช่น Ocean Protocol, Streamr, และ Numerai
🔵 Decentralized Data Storage ปกติเราเก็บข้อมูลผ่าน google drive, onedrive แต่ปัจจุบัน เราสามารถเก็บข้อมูลผ่านระบบ Decentralized cloud ได้แล้ว และยังสามารถลงทุนเป็นผู้ให้บริการได้อีกด้วย อย่าง Sia : https://sia.tech/ Arweave : https://www.arweave.org/ Filecoin : https://filecoin.io/
🔵 Wifi ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต wireless เราสามารถใช้และเป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตบนบล็อกเชนด้วย Helium
🔵 บริการ GPS ผ่านระบบ Decentralized เพิ่มความเป็นส่วนตัว Foam
🔵 บริการ Video Streaming : Livepeer
🔵 บริการ VPN (Virtual Private Network หรือ เครือข่ายที่ใช้รับส่งข้อมูลภายในบริษัท) เช่น Orchid
🔵 บริการ Music Streaming: Audius
🔵 บริการ Open Media Market: OurZora
🔵 บริการสื่อ : Decentralized Publishing : Mirror และอื่นๆ อีกมากมาย
หากย้อนกลับไปช่วงปี 1999 สมัยอินเตอร์เน็ตเพิ่งเกิด ทุกคนคงยังไม่สนใจมันมากนัก แต่ดูทุกวันนี้ดิ มันคือชีวิตเราไปแล้ว และใช้เวลาในแต่ละวันไปกว่า 7–8 ชั่วโมงกับอินเตอร์เน็ต Social Media ต่างๆ เราไม่มีทางรู้ว่า Web3 จะถูกนำมาใช้จริงได้เมื่อไหร่ แต่ที่รู้ๆ มันกำลังมาปฏิวัติ เหมือนตอนที่ web2.0 มาเปลี่ยนโลก แนวคิด มายเซ็ต และวัฒนธรรมของคนทั้งโลก!!!
GN
ติดตามให้กำลังใจมายด์บน Web2 ได้ที่ linktr.ee/mild.panassayal
No activity yet