
เนื่องจากที่เราเห็นข่าวเกี่ยวกับโปรเจค Contributor Connext ซึ่งเปิดให้คนที่สนใจเข้าร่วมโครงการนี้ได้ และมีการแบ่งกิจกรรมต่างๆให้เข้าร่วมดังนี้
Content & Education
Builder track
Community leader
Grant track
Router track
ในโพสต์นี้เราจะพูดถึงการเข้าร่วมโปรเจคนี้ในส่วนของหัวข้อ Router track สอนการ set up ต่างๆ เบื้องต้น รวมไปถึงวิธีการทำงานส่งในงานแรก
สิ่งที่เราต้องมีคือคอมพิวเตอร์ซึ่งใช้ในการทำงานในส่วนนี้ แต่ว่าเราจะรันผ่าน Cloud Server ทำให้เราสามารถทำงานในส่วนนี้ได้โดยที่เราไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์ของเราในการทำงาน
เราจะทำการเช่า Could Server ของ Digital Ocean ในการทำงานนี้กันนะครับสำหรับคนที่ยังไม่ได้สมัครสามารถสมัครในลิงก์นี้ได้เลยครับ
https://m.do.co/c/d7494e5ae846
หลังจากที่สมัครผ่านลิงก์ด้านบนและทำการผูกบัตรเรียบร้อยแล้ว (จะมีการตัดเงินในบัญชีประมาณ 170บาท เป็นการทดสอบว่าบัตรเครดิตเราสามารถใช้งานได้ และจะได้รับคืนในภายหลัง) คุณจะได้ Credit 100$ ในการใช้ทำงานฟรีๆ
เมื่อเรามี Digital Ocean และเงินในการเช่า(Credit 100$ Free) Could server ในการทำงานแล้ว เราก็มาเริ่มทำตามขั้นตอนเลยครับ
1. เช่า Could server และ Set up สำหรับการทำงาน

คลิกที่ New Project ทางซ้ายมือ
ตั้งชื่อโปรเจคของเราอะไรก็ได้ในช่อง Name your project
เลือก Other ในส่วนของช่อง Tell us what it's for
กด Create Project
จากนั้นหน้าต่างจะเปลี่ยนไปให้เรากด Skip for now ได้เลย

กด Create ขวามือบนสีเขียว
คลิก Droplets

สเปคขั้นต่ำที่แนะนำสำหรับใช้ในการทำงานนี้
8GB RAM
30GB Storage
Redis
ในขั้นตอนนี้สามารถคลิกตามได้เลยครับ

เลื่อนลงมาต่อให้เราเลือก server ในการทำงานให้ทำการเลือก Singapore ตาม
ในหัวข้อ Authentication ให้เลือก Password และทำการตั้ง Password ของเราในช่องเลข 3

เมื่อตั้ง Password เรียบร้อยแล้วให้เลื่อนลงมา จะเจอในส่วนของ additional options ให้เราเลือก Monitoring
จากนั้นให้เราตั้งชื่อ Hostname
Create Droplet

รอ Sever ในการสร้าง Droplets สำหรับการทำงานสักครู่

เมื่อเตรียมความพร้อมในการสร้างเรียบร้อยแล้วให้ทำการคลิกตามในรูป เพื่อเปิดหน้าต่าง Console สำหรับทำงานขึ้นมา

จากนั้นจะมีหน้าต่างสำหรับใส่ Command ขึ้นมา
2. Install docker
Install repository
copy & paste & run ส่วนแรกก่อน แล้วให้ copy & paste & run 4 บรรทัดที่เหลือทีเดียวได้เลย
sudo apt-get update
sudo apt-get install \ ca-certificates \ curl \ gnupg \ lsb-release

Add Docker’s official GPG key
copy & paste & run ทีเดียวได้เลย
sudo mkdir -p /etc/apt/keyrings curl -fsSL https://download.docker.com/linux/ubuntu/gpg | sudo gpg --dearmor -o /etc/apt/keyrings/docker.gpg
Set up the stable repository
copy & paste & run ทีเดียวได้เลย
echo \ "deb [arch=$(dpkg --print-architecture) signed-by=/etc/apt/keyrings/docker.gpg] https://download.docker.com/linux/ubuntu \ $(lsb_release -cs) stable" | sudo tee /etc/apt/sources.list.d/docker.list > /dev/null
Install the latest version of Docker Engine
copy & paste & run ทีละส่วน
sudo apt-get update
sudo apt-get install docker-ce docker-ce-cli containerd.io docker-compose-plugin

Install Docker Compose ให้เข้าถึง Amarok
copy & paste & run ทีเดียวได้เลย
sudo curl -L "https://github.com/docker/compose/releases/download/1.29.2/docker-compose-$(uname -s)-$(uname -m)" -o /usr/local/bin/docker-compose

Change File Permission & Check version
copy & paste & run ทีละส่วน
sudo chmod +x /usr/local/bin/docker-compose
sudo docker-compose --version

3. Cloning Connext Respository and Set up
Cloning the Repository
copy & paste & run ทีละส่วน
git clone https://github.com/connext/nxtp-router-docker-compose.git
cd nxtp-router-docker-compose/
git checkout amarok
จากนั้นเราจะทำการ Set up env.example, config.example.json, key.example.json
env.example
copy & paste & run
จะได้หน้าต่าง command แบบรูปด้านล่าง
nano .env.example

ให้เราทำการแก้ไข ROUTER_VERSION ให้เป็น Version ปัจจุบัน ซึ่งสามารถเช็คได้ที่ github.com/connext

ให้เราทำการแก้ไข Version ใน Command ของเราให้ตรงกับ Version ปัจจุบัน

เมื่อเราแก้ไขได้แบบรูปด้านบนแล้วให้เรากด Ctrl+S เพื่อทำการ Save
จากนั้นกด Ctrl+X เพื่อกลับไปหน้าต่าง Command ก่อนหน้า
รัน code ด้านล่าง
cp .env.example .env
config.example.json
copy & paste & run ทีละส่วน
จะได้หน้าต่าง command แบบรูปด้านล่าง
cp config.example.json config.json
cat config.json

ถ้า Run แล้วได้ตามในรูปก็ไขั้นตอนต่อไปได้เลยครับ
key.example.yaml
copy & paste & run ทีละส่วน
ถ้าทำถูกต้องจะได้หน้าต่าง command แบบรูปด้านล่าง
cp key.example.yaml key.yaml
nano key.yaml

ในส่วนนี้เราจะทำการแก้ PrivateKey ซึ่งเราจะไปหา PrivateKey จากเว็บ allprivatekeys

เมื่อเราเข้ามาในเว็บไซต์แล้วให้เราเลือก Coin เป็น ETH และกด Generate

จากนั้นให้เราเลื่อนมาด้านล่างเราจะเจอกับ Derived Addresses ให้เราทำการ Copy PrivateKey โดยที่ตัด 0x ทิ้ง

ให้เรานำ PrivateKey ที่ Copy มาใส่ตรงนี้ แบบรูปด้านบน
ทำการ Save (Ctrl+S) และกลับไปหน้า Command (Ctrl+X)
4. Run Router
Copy & Paste & Run
เมื่อทำทุกขั้นตอนถูกต้องและเสร็จสิ้นให้ทำการ Run ได้เลยครับ
docker-compose up -d

เมื่อทำขั้นตอนทุกอย่างเสร็จสิ้นจะได้หน้าตาประมาณนี้ครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก
https://medium.com/@Yuuno46/router-track-guide-ii-c2d1b7da3d35
