วันนี้จะเป็นบทความสั้นๆจาก AMA ระหว่าง Arjun, Co-Founder ของ Connext ที่พูดถึงความปลอดภัยของ Cross-Chain Protocol หรือการที่เราต้องการ Bridge Asset ของเราข้ามไปอีก Chain หนึ่ง เเละเหตุผลทำไม Connext ถึงตอบโจทย์ในเรื่องนี้
ก่อนอื่นต้องขออธิบายถึงประเภทของ Bridge ก่อน โดยหลักๆ ณ ปัจจุบัน จะถูกจำเเนกเป็น 3 ประเภทคือ
Locally verified ซึ่งเป็นประเภทที่ Connext ใช้อยู่ ณ ปัจจุบัน โดยข้อดีของประเภทนี้คือมีความปลอดภัยที่สูง เพราะพูดกันง่ายๆคือเงินของเราที่ Router จะช่วยส่งเงินไปอีก Chain หนึ่ง จะถูก Lock ไว้เเละจะปลดก็ต่อเมื่อเรา Sign Transaction เท่านั้น เเต่ข้อเสียของประเภทนี้ก็คือความล่าช้าเนื่องจากจะต้องรอในการกด Sign เเละถ้า Router เกิด Offline ระหว่างทางเงินของเราจะถูก Lock ทันที 72 ชม. เเละข้อเสียอีกอย่างหนึ่งก็คือจะไม่สามารถส่ง Asset ที่ไม่สามารถตีมูลค่าได้ไปยัง Chain อื่น เช่นข้อความเป็นต้น
Externally verified หรือ Multisig โดยประเภทนี้เมื่อเราทำ Transaction จะต้องได้รับการ Approve หรือ Sign จาก Node Validator เช่นได้รับการยืนยันจาก 5 คนใน 8 คน(เเล้วเเต่ Bridge)ถึงจะทำธุรกรรมผ่าน ซึ่งเราจะต้องมั่นใจว่าบุคคลเหล่านี้จะไม่โกงเรา ซึ่งตามตรงก็คือเป็น Concept Centralized ซึ่งก็ผิดหลักของ Decentralized ที่หลายๆคนต้องการจะทำ เเต่ด้วยข้อดีหลายๆอย่าง เช่น สามารถส่ง Massage หรือ Asset ทั้งทีตีมูลค่าได้เเละไม่ได้ไปยังอีก Domain นึงได้ง่ายเเละสามารถพัฒนาต่อหรือขยายได้ง่ายทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หลายๆ Bridge เลือกใช้ เช่น Ronin Bridge
Natively verified หรือ การที่ไม่มีตัวกลางในการรับส่งเงินของเรา ซึ่ง Chain จะเป็นคน Verify เเละ Transfer Liquidity ไปอีก Chain โดยตรง ซึ่งข้อดีของประเภทนี้ก็คือจะ Trustless ที่สุดเพราะไม่มีตัวกลางเเละเราไม่ต้องไว้ใจใคร เราสามารถส่ง Massage ไปอีก Domain นึงได้ไม่ได้เลย เเม้ว่า Asset นั้นจะตีมูลค่าไม่ได้เหมือนกับ Locally Verifies ที่ส่งได้เเค่ Asset ที่สามารถตีมูลค่าได้ เเต่จะมีข้อเสียบางอย่างเช่นประเภทนี้จะไม่สามารถใช้กับทุก Bridge ได้เเละ Cost ค่อนข้างจะสูงกว่าอีก 2 ประเภทที่กล่าวไปข้างต้น

ทั้ง 3 ประเภทนี้ มีข้อดีที่เหมือนกันเลยก็คือเรื่อง Security ผมจึงอยากจะยกตัวอย่าง Case Study ของ Ronin Bridge ที่ถึงเเม้จะมีการ Implement External Verified เเต่ก็ยังสามารถโดน Hack ได้เช่นกัน
โดย Ronin Bridge มีการใช้ External Verified Bridges ซึ่งในเคสนี้จะต้องมี 5 Node Validator จาก 9 Validator ในการยืนยัน Transaction เเละด้วยช่องโหว่นี้ทำให้ Hacker สามารถ Hack private key ของทั้ง 5 Node ไปได้เเละทำการยืนยัน Transaction ส่งเงินมูลค่ารวมกว่า 600 ล้านดอลล่าออกจาก Ronin
คุณ Arjun, Co-Founder ของ Connext ได้กล่าวระหว่าง AMA กับ Spearbit เรื่อง Ronin Bridge ที่ถูก Hack เช่นกัน เเละได้พูดถึงอีกเคสหนึ่งว่า สำหรับ External Verified ซึ่งเป็น Bridge ประเภทที่ค่อนข้างจะ Centralize ถ้าเกิดมีคนจ้องจะโจมตี Bridge เเละสามารถหาที่ตั้ง Server ของ Node Validator ได้อาจจะทำให้ Bridge นั้นล่มได้เลย
เเล้วการ Hack Bridge มีกี่วิธีหละ?
จาก AMA ของคุณ Arjun Bridge สามารถถูกเเฮกได้ 3 วิธีหลักๆคือ
Implementation hacks ซึ่งเป็นการ Hack มาจาก Smart Contract ของ Chain นั้นที่เชื่อมกับ Bridge ซึ่งการเเฮกจะอาศัยช่องโหว่จากการที่เรา audit หรือตรวจดู Smart Contract ไม่ดีพอ เเละมักเกิดกับ Polygon Network
Complexity of dependencies ซึ่งเกิดจากการที่ Chain ใด Chain หนึ่งมีความ Complex มากๆ หรือมีความซับซ้อนมากๆ เช่น Solona ซึ่งระหว่างที่เรากำลังอัพเดตอะไรต่างๆเข้ากับระบบที่ซับซ้อนนี้อยู่ หรือเรากำลังจะอัพเดต เเต่ยังไม่ได้ทำทันที ทำให้มีช่องโหว่ที่ Hacker สามารถเข้าไปเจาะเเละดึงเงินออกมาได้ ซึ่ง Case นี้จะเป็น Case ของ Wormhole Bridge ซึ่ง Hacker สามารถดึงเงินออกไปได้กว่า 200 ล้านดอลล่า
Compromise root of trust ซึ่งเป็นประเภทสุดท้ายเเละเป็นประเภทที่มีเเนวโน้มเกิดการโดน Hack ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นประเภทของ Bridge ที่ใช้ External Verifies เช่น Ronin Bridge ซึ่งต้องอาศัย Node Validator ในการอนุมัติ Transaction ต่างๆ เเละเราจะต้องอาศัยเเละเชื่อใจบุคคลเหล่านี้ในการดูเเลเงินของเรา ซึ่งถ้าบุคคลเหล่านี้เป็นเป้าหมายของผู้หวังร้ายก็อาจจะทำให้เงินของเราหายไปได้
ซึ่งด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงเป็นเหตุผลที่ Connext ทำการ Upgrade Network ของตัวเองไปเป็น Amarok Upgrade (Network ที่รวม Locally Verified เข้ากับ Optimistic Bridge) เพื่อที่จะเพิ่มความปลอดภัย สามารถที่จะส่ง Message ทุกรูปเเบบไปยังอีก Chain ได้(ตัวที่ใช้อยู่ปัจจุบันไม่สามารถส่ง Message ที่ตีมูลค่าข้าม Chain ได้) อีกทั้งค่า Fee ยังถูกกว่าเดิมอีกด้วย ซึ่งสามารถบรรลุทั้ง 3 เป้าหมายเเละคุณสมบัติหลักของ Bridge ที่ดีได้คือ
Trustlessness — ผู้ใช้งานต้องไม่จำเป็นต้องเชื่อใจใครในระบบว่าจะโกงหรือไม่ ความปลอดภัยต้องเทียบเท่ากับ chain ต้นทางที่เริ่มทำการ crosschain
Extensibility — เพิ่ม support chain ใหม่ๆได้ง่าย
Generalizeability — สามารถย้ายข้อมูลอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นการ transfer token ข้าม chain เสมอไป

สามารถไปลอง Bridge ได้ทาง Connext.Network
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Controbutor Program, Airdrop หรือข่าวสารอื่นๆที่เกี่ยวของกับ Connext สามารถเข้ามาสอบถามหรือพูดคุยได้ตามช่องทาง Facebook, Twitter, Discord
Referance

