Cover photo

Eigenlayer ของดีที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ !!!!!!

Eigenlayer คืออะไร ???

ช่วงต้นเดือนมกราคม ผมเห็นโพส 2023 Prediction ของ Protolambda (คนที่คิด EIP-4844) เกี่ยวกับ Eigenlayer ทำไมให้เกิดสงสัยว่า Eigenlayer มันคืออะไร ??? เพราะมีการพูดถึงในหมู่ Researcher ในวงการคริปโตหลายคนไม่ว่าจะเป็น Jon Charbonneau, Polynya, Olimpio, Westie จึงเริ่มสนใจเลยลองศึกษาเพิ่มเติมดู เลยอยากมาแชร์ว่ามันคืออะไร ??? ทำไมถึงน่าสนใจ ??? (ยิ่งศึกษายิ่งได้กลิ่นกาว !!!)

ก่อนอื่นขออนุญาตแปลความหมายศัพท์เทคนิคที่อาจทำให้มึนงง และ คำย่อตามด้านล่าง ลองเขียนดูครั้งแรกหากผิดพลาดประการใดสามารถชี้แนะเพิ่มเติมได้เลยครับ ขอบคุณครับ

Slashing = การที่ Node ในเครือข่ายทำผิดกฎจึงถูกลงโทษ

Veto Slashing = การยับยั้งการถูกลงโทษ

Middleware = เป็นเครือข่ายที่ให้บริการเสริมกับ Dapp เช่น Oracle

Economic Security = ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แปลง่ายๆคือ ความเข้มแข็งของ Chain นั้นๆ

withdrawal credentials = สิทธิ์ในการถอน ETH ที่ Stake ไว้

DAS = Data availability sampling

Pooled Security = การที่เราใช้เงินกองเดียวกันในการรักษาระบบของหลายๆเครือข่าย

Eigenlayer คือ protocol ที่สร้างบน ETH ที่ทำให้ ETH Staker สามารถทำการ “Restake” ได้ หมายความว่า ETH staker สามารถนำ ETH ที่ stake ไปทำการ stake อีกรอบเพื่อเพิ่มผลตอบแทนแต่ก็แลกมากับการที่ต้องรับความเสี่ยงมากขึ้นจากการ Slashing จากปกติ ETH staker จะทำการตรวจสอบความถูกต้องบน Ethereum จะต้องรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นมาจากการที่เราให้บริการด้านอื่นเพิ่มเติม เช่น  Oracle, Bridge, Data availability (โดยทั้งหมดนี้จะเรียกรวมๆว่า Middleware) แต่เราก็จะได้ผลตอบแทนมากขึ้นไปด้วย (อาจจะเป็น Oracle fee หรือ Data availability fee เป็นต้น) Eigenlayer สร้าง  Pooled Security ขึ้นมายืมความ Security จาก Ethereum ทำให้ Economic Security สูงทำให้ต้นทุนการโจมตีก็ใช้จำนวนเงินที่เยอะตามไปด้วย ซึ่งปกติ Middleware แต่ละตัวจะต้องสร้างระบบ Consensus ของตัวเองเพื่อให้ระบบมีความปลอดภัย และ น่าเชื่อถือ (ยกตัวอย่างเปรียบเทียบ Eigenlayer เป็น L2 ที่ Shared security กับ Ethereum ส่วน Middleware ตัวอื่นเป็น Cosmos App chains ที่ต้องสร้างระบบ Consensus ของตัวเองเพื่อให้ระบบมีความปลอดภัย)

ขอบคุณภาพจาก A16z talk with Eigenlayer founder Sreeram Kannan
ขอบคุณภาพจาก A16z talk with Eigenlayer founder Sreeram Kannan
ขอบคุณภาพจาก https://whitewash.substack.com/p/building-a-marketplace-for-decentralised
ขอบคุณภาพจาก https://whitewash.substack.com/p/building-a-marketplace-for-decentralised

Eigenlayer ทำงานอย่างไร ???

ปกติแล้วเวลาเรา Stake ETH เราจะมีสิ่งที่เรียกว่า “withdrawal credentials” ซึ่งจะเป็นสิทธิ์ในการถอน ETH ที่ Stake ไว้ โดยเราจะทำการใช้ Withdrawal credentials บน smart contract ของ Eigenlayer เพื่อเป็นหลักประกันเพื่อให้แน่ใจว่าเราจะไม่ทำผิด โดยหากทำผิด Smart contract ของ Eigenlayer จะทำการ Slashing และ ทาง Slashing Committee จะทำการ investigate และหากเกิดข้อผิดพลาดสามารถที่จะทำการ Veto Slashing ได้ และ หากผิดก็จะทำการ Approved (โดน Slash นั้นเอง)

ขอบคุณภาพจาก https://en.bitpush.news/articles/4959152
ขอบคุณภาพจาก https://en.bitpush.news/articles/4959152

ทำไม Eigenlayer ถึงเลือก Etheruem ??

แน่นอนว่าหนึ่งใน Chain ที่มีความ Decentralized มากที่สุดคงหนีไม่พ้น Ethereum และ Bitcoin แต่ทำไม Eigenlayer ถึงเลือก Ethereum เหตุผลหลักๆเลยคือระบบ POS เพราะ POS มีระบบ Slashing กับคนที่ทำผิดกฎซึ่งคนที่ทำผิดจะเสียเงินที่ Stake ไป ซึ่งต่างจาก POW ที่การจะลงโทษผู้ทำผิดจะไม่ได้เสียอะไรเลยนอกจากค่าไฟทำให้แรงจูงใจที่จะโจมตีระบบมีมากกว่า POS

Product

จริงๆแล้ว Eigenlayer สามารถทำอะไรได้หลายอย่างมาก แต่ Product ที่ทีมเลือกทำเป็นอย่างแรกจะเป็น EigenDA (DA ย่อมาจาก Data availability) คือ Data availability service โดยผสมผสานการใช้ Erasure code (Erasure code จะทำการแยกข้อมูลเป็นส่วนๆ และ ทำการกระจายไปยัง node โดยแต่ละ Node จะเก็บข้อมูลคนละส่วนกันแต่ก็จะสามารถนำข้อมูลนี้มา reconstruct ได้คล้ายกับ DAS) และ validity proofs (Proof เดียวกับที่ ZK rollup ใช้) ในการ scale โดยสามารถเพิ่ม data bandwidth ให้ Etheruem จาก 80 kilobyte ต่อวินาที เป็น 15 Megabyte โดยเพิ่มขึ้นเกือบ 200 เท่า โดยในทางทฤษฎียิ่งมีจำนวน Node มากเท่าไหร่จะยิ่ง Scale ได้มากเท่านั้นหมายความว่า data bandwidth สามารถเร็วได้กว่านี้ (ถ้าเข้าใจไม่ผิดหากสามารถ Scale Datalayer ได้จะทำให้เพิ่ม TPS ได้) แล้วทำไมมันถึงประมวลผลได้เร็วกว่าเหตุผลหลักๆเลยคือมันทำแค่หน้าที่เดียวคือ “Download Data” ตัวอย่างขำๆลองนึกภาพตามว่ามีคนสองคนที่มีทักษะฟุตบอลพอๆกันต้องแข่งเดาะบอลกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ โรนัลโด้ เป็น EigenDA กับ เมสซี่ เป็น Ethereum แต่เมสซี่ต้องเดาะบอลไปด้วย กินลูกชิ้นไปด้วย เล่นมือถือไปด้วย ส่วนโด้แค่เดาะบอลอย่างเดียวคำถามคือแล้วใน1นาทีใครจะเดาะบอลได้ไวกว่ากัน คำตอบง่ายๆก็คือโด้ เพราะโด้ทำหน้าที่เดียวแต่เมสซี่ต้องทำหน้าที่ 3 อย่างพร้อมกัน โดยปัจจุบัน Mantle (L2) ได้มีการ intregrate กับ EigenDA แล้ว

คู่แข่งโดยตรงของ EigenDA จะมี Polygonavail กับ Celestia ที่ทำเกี่ยวกับ Datalayer เหมือนกัน

ขอบคุณภาพจาก https://www.eigenlayer.com/
ขอบคุณภาพจาก https://www.eigenlayer.com/

ข้อดี

  1. สามารถเพิ่ม Capital efficiency ให้กับ ETH Staker ได้เป็นอย่างมากโดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินทุนเพิ่มหากเพราะเป็นการ Restake

  2. ความน่าเชื่อถือสูงมากเพราะหากคนที่เข้าร่วมทำผิดกฎจะถูก Slashing ซึ่งหลักประกันก็เป็น ETH ทำให้แรงจูงใจในการทำผิดน้อยลง (32 ETH ตีคร่าวๆก็อยู่ประมาณ 1.6 - 1.7 ล้านบาท)

  3. สามารถเพิ่ม Value ให้กับ ETH ได้ โดยการเพิ่ม Yield ให้กับ ETH Staker

  4. เพิ่มความ Security ให้กับ Middleware ต่างๆ โดยการยืม Trust มากจาก Etheruem ทำให้ Cost ในการโจมตีระบบค่อนข้างสูงทำให้ปลอดภัยมากขึ้น

  5. Low node requirement (ไม่ต้องใช้สเปคที่สูงในการรัน node)

  6. Eigenlayer สามารถต่อยอดในการเสริมความ Decentralized มากขึ้นเช่น MEV management, สร้าง Decentralized block building,สร้าง Decentralized seqencer

  7. เพิ่มความ Modular ให้ Ethereum ไปอีกขั้นโดยแทบไม่สูญความ Decentralized โดยการแยก Data layer แต่ยังระบบยังคงรักษาความปลอดภัยโดย ETH Staker

ความเสี่ยง !!!!

ทุกอย่างมาพร้อมกับความเสี่ยง แน่นอนว่าไอเดียของ Eigenlayer คือการสร้าง Pooled Security โดยทำการยืม Trust Network ของ Etheruem มาใช้สร้าง Middleware บน Eigenlayer ทำให้มี Economic Security สูง แต่อาจจะไม่เท่ากับ Etheruem เพราะว่าไม่ใช่ ETH Staker ทุกคนที่จะเข้ามาร่วมใช้งาน Eigenlayer แต่จะเป็นคนที่ต้องการ Yield ที่มากขึ้น และ สามารถรับความเสี่ยงเพิ่มเติมได้ โดยบางคนอาจจะพอใจกับผลตอบแทนจากการแค่ Stake ETH ก็เป็นไปได้ซึ่งปัจจุบันก็ค่อนข้างสูงอยู่ที่ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ โดยความเสี่ยงหลักๆคือ

  1. Smart contact bug ซึ่งปัญหา Bug ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นปัญหาของทุก Protocol กรณีที่เกิด bug อาจจะ Slashing ผิดพลาด โดยตัว Smart contract อาจจะไป Slashing Node ที่ทำถูกต้อง แต่ดันไม่ Slashing Node ที่ทำผิดแต่ทาง EigenDAO จะมีการจัดตั้ง Slashing Committee เพื่อลดความเสี่ยงในการ Slashing ผิดพลาดและเกิดการ Domino Slashing

  2. การตั้ง Slashing Committee ทำให้เกิดปัญหาอีกอย่างขึ้นมาคือ “Human-layer” แน่นอนว่าคนนี้แหละครับคือปัญหา แต่ว่า Committee แต่เงื่อนไขการ Slashing ก็ต้องมีการ Slashing จาก Smart Contract และ ก็ Approved โดย Committee

ความเห็นส่วนตัว

ถึงแม้ทุกอย่างจะฟังดูดีและน่าสนใจแต่ Eigenlayer ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาอยู่และมีความซับซ้อนมากสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ผมจะแปะลิงก์ข้อมูลทั้งหมดไว้ให้ ซึ่งมีทั้งบทความ และ คลิปวิดีโอเนื้อหาเยอะกว่าที่ผมนำมาเขียนมากแต่ผมพยายามเอาแก่นสำคัญของมันออกมาอาจจะมีตกหล่นไปบ้างมุมมองส่วนตัว คิดว่าการมาของ Eigenlayer จะส่งผลดีกับ Ethereum มากๆ ซึ่งทั้งเพิ่ม Capital efficiency ให้ ETH Staker, เพิ่มความปลอดภัยให้กับ Middleware โดยการยืมความแข็งแกร่งของ Ethereum มาทำให้ได้เปรียบคู่แข่งด้านความปลอดภัย แถมยังประยุกต์ใช้ได้ในหลายๆเรื่องเช่น  MEV management, สร้าง Decentralized block building, สร้าง Decentralized seqencer เป็นต้น ด้วย Narrative นี้ยังส่งผลดีไปยัง LSD (Liquid Staking Derivative) ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำมาใช้ Stake บน Eigenlayer ได้เหมือนกัน (แต่รายละเอียดน้อยมาก) และ มีความเป็นไปได้ที่จะร่วมงานกับพวก Rocket pool Node ซึ่งตอนนี้มีอยู่ถึง 2000 กว่า Node อ้างอิง ซึ่งทำให้ Eigenlayer เป็นที่น่าจับตามองมากๆ

post image

แหล่งข้อมูล

https://eigenlayer.xyz/whitepaper.pdf

Play VideoPlay VideoPlay VideoPlay Video

https://whitewash.substack.com/p/building-a-marketplace-for-decentralised

https://www.blockworksresearch.com/research/eigenlayer-supercharging-eth-through-restaking

https://thesis.neworder.network/#eigenlayer-will-be-the-most-important-innovation-for-ethereum

https://twitter.com/apolynya/status/1517137593531437058

https://mirror.xyz/jasperthefriendlyghost.eth/CvGJPdUZ7Fnnpa8DsEXtL-W4FxoBoublwsmN-Im0kfg

** **