
A Deep Dive into Mysticeti: The New Consensus Powering Sui
Written by Fieldlnwza007, infographics by EarthMysticetiIn July, Sui announced a shift from using Narwhal and Bullshark as their consensus protocol to Mysticeti[1]. In this article, I will do my best to simplify the Mysticeti paper and explain how Mysticeti works and why it was chosen from my perspective, while preserving the core ideas.Narwhal and Bullshark RecapTo understand the need for Mysticeti, let’s first review Narwhal and Bullshark. If you’re familiar with these protocols, feel free ...
Celestia: A Summary of How Fraud Proofs and Data Availability Proofs Work
1 OverviewData availability (DA) is crucial to the functionality and security of blockchains. In traditional monolithic blockchain structures, full nodes retrieve blocks from peers to verify the integrity of the entire history of their chain based on predefined rules. This process relies on the assumption that data on the blockchain remains consistently "available" for access by all nodes in the network. This principle holds not just for layer-1 blockchains but also for layer-2 blockchains, w...

Introduction to Walrus: A Note on How the Red Stuff Protocol Works
1. IntroductionSo far, we’ve discussed two decentralized storage networks: Celestia [1] and Espresso [2]. Unlike traditional decentralized storage systems that rely on full replication, where every node stores a complete copy of the original data, Celestia and Espresso use erasure coding. This method splits data into encoded fragments, allowing reconstruction from only a subset of these fragments. By requiring nodes to store only a small fraction of the encoded data (much smaller than the ful...

Subscribe to ContributionDAO

A Deep Dive into Mysticeti: The New Consensus Powering Sui
Written by Fieldlnwza007, infographics by EarthMysticetiIn July, Sui announced a shift from using Narwhal and Bullshark as their consensus protocol to Mysticeti[1]. In this article, I will do my best to simplify the Mysticeti paper and explain how Mysticeti works and why it was chosen from my perspective, while preserving the core ideas.Narwhal and Bullshark RecapTo understand the need for Mysticeti, let’s first review Narwhal and Bullshark. If you’re familiar with these protocols, feel free ...
Celestia: A Summary of How Fraud Proofs and Data Availability Proofs Work
1 OverviewData availability (DA) is crucial to the functionality and security of blockchains. In traditional monolithic blockchain structures, full nodes retrieve blocks from peers to verify the integrity of the entire history of their chain based on predefined rules. This process relies on the assumption that data on the blockchain remains consistently "available" for access by all nodes in the network. This principle holds not just for layer-1 blockchains but also for layer-2 blockchains, w...

Introduction to Walrus: A Note on How the Red Stuff Protocol Works
1. IntroductionSo far, we’ve discussed two decentralized storage networks: Celestia [1] and Espresso [2]. Unlike traditional decentralized storage systems that rely on full replication, where every node stores a complete copy of the original data, Celestia and Espresso use erasure coding. This method splits data into encoded fragments, allowing reconstruction from only a subset of these fragments. By requiring nodes to store only a small fraction of the encoded data (much smaller than the ful...
Share Dialog
Share Dialog
>100 subscribers
>100 subscribers


เมื่อวันที่ 15 เมษายน ทาง Contribution DAO ได้จัด AMA เพื่อพูดคุยระหว่าง คุณชม (chompk), คุณกัน (Kingbund) และ Brent Xu ผู้เป็น Founder ของ Umee และมีประสบการณ์มากมายในตลาด bond และ crypto
โดยใน AMA นี้เราจะพูดถึงคำถามต่างๆเกี่ยวกับ Umee และเรื่องราวของปัญหาที่ Umee ต้องการจะแก้ และเป้าหมายของบทความนี้คือการสรุป AMA นี้ให้กับผู้อ่านทุกคนได้อ่านหลังอีกทีครับ
สามารถรับชมวีดีโอเต็มได้ที่นี่
คุณ Brent เป็น CEO ของ Umee และทางคุณ Brent ยังเคยทำงานที่ Tendermint ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเหมือน OG ของ Tendermint เลยก็ว่าได้ (เป็น 30 คนแรกซึ่งปัจจุบัน มีมากกว่า 1000 คน)
Umee เป็น cross-chain interoperability ที่โฟกัสไปที่การ lending ในโลกของเราก็จะมีตลาดกู้ยืม ซึ่งมี London จะคอย Set Standard ซึ่งทาง Umee อยากให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นกับโลกของคริปโตเช่นเดียวกัน จึงได้อยากที่จะวางลากฐานของตลาดคริปโต ให้เป็นเหมือนกับตลาด Bond ของโลก โดยที่มี Umee คอย Set Standard
Oracle เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง เพราะในการที่เรากู้ก็จะมีการบังคับขายหรือ liquidate จากการที่สินทรัพย์ที่ไปค้ำนั้นไม่พอ ก็จะมีการบังคับขายเกิดขึ้น ดังนั้น Oracle นั้นเป็นอีกหนึ่ง Structure ที่สำคัญอย่างยิ่ง ใน traditional finance นั้นตลาด Bond นั้นใหญ่กว่าตลาดหุ้นหลายเท่าตัว
Cosmos นั้นเป็นโปรเจคที่ทำมาแล้วหลายปี ค่อนข้างเป็น Chain ที่ดีอยู่แล้ว ซึ่งการที่ Umee ไปเปิดบน Cosmos ก็จะช่วยปลดล็อคความเป็นไปได้ต่างๆของ Cosmos และยังเพิ่ม Liquidity ให้กับ Cosmos
(คำถามจากคุณ Suppharoek Jiramanon)
Umee เป็น Blockchain ส่วน Aeve นั้นเป็น Smart contact ซึ่งจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่ง Umee ก็จะมีเรื่องของ Cross chainแต่ Aeve ก็จะจบใน Chain เดียว แล้วเนื่องจาก Umee นั้นเป็น Blockchain สามารถเขียน Dapps ต่างๆที่ใช้ Base Structure ของ Umee มาลงที่ Umee ได้เช่นเดียวกัน Umee นั้นมีวิสัยทัศน์ที่ค่อนข้างไกลกว่าทาง Aeve เพราะ Umee จะไม่ได้เป็นเหมือนธนาคารทั่วไปแต่จะวาง Structure ให้กับตลาดหนี้ บน Blockchain
Umee = You and Me การที่เรา Stake หรือฝากบางอย่างใน Defi เราจะได้เหรียญที่เป็นหลักประกันออกมาซึ่ง You token จะทำหน้าที่คล้ายกับสิ่งนั้นเป็น token ที่แสดงความเป็นเจ้าของในการฝากเงินของเรา ส่วนทาง Me token นั้นจะเป็นเหมือนสิ่งใหม่ เวลาเรา Stake เข้าไปใน Proof of Stake chain ส่วนใหญ่เราจะฝากไว้เฉยๆ แต่ถ้าเราฝากกับ Umee เราจะได้สิ่งที่เรียกว่า Me token ออกมา
ตัวอย่างเช่น ถ้าเราฝาก eth ใน Binance เราจะได้เหรียญ Beth ออกมาซึ่งสามารถเอาไปใช้ทำอย่างอื่นได้
เช่นเดียวกันกับ Me Token ของทาง Umee ซึ่งยังสามารถนำไปเป็นหลักค้ำประกันเพื่อกู้ออกมาเพิ่มได้อีกเช่นเดียวกัน ความเสี่ยงของการทำแบบนี้จะมีความเสี่ยงที่น้อยกว่า Defi
ถ้าทาง Lido นั้นเกิดทำ Cross Chain ก็จะไม่มีผลเสียต่อ Umee เพราะ Umee ก็จะรับทาง Lido มาเป็นส่วนหนึ่งของตลาดได้อีกด้วย Umee นั้นจะเป็นเหมือน Universal Protocol ที่สามารถมาฝากสิ้นทรัพย์อะไรก็ได้ที่มี ทาง Umee นั้นไม่ได้จะทำการปล่อยกู้ธรรมดา แต่จะวางลากฐานตลาดเงินกู้ในโลก Crypto ให้มั่นคง
ทางคุณ Brent ได้ยกตัวอย่างมาว่า การที่เค้าจะ trading bond จะคำนึงถึง 2 อย่างในการ trade จะคอยสลับ mindset ระหว่าง trader กับการเป็น yield chaser เพราะในเรื่องของการซึ้อ Bond จะมีช่วงที่ต้องเลือกว่า จะหา yield หรือช่วงไหนที่ควรซื้อขาย ในปัจจุบัน Chain ใหม่ที่เกิดขึ้นมาสิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงจะนึกถึง yield เป็นอันดับแรก แต่การที่คุณ Brent อยู่ใน Traditional finance มานานก็จะรู้ว่า Yield chasing นั้นมีอยู่ทุกตลาดเพราะว่าผลตอบแทนที่สูงจะดึงดูดผู้คนได้มาก แต่การมีอยู่แบบนี้จะเป็นแค่ชั่วคราว เพราะไม่มีใครที่สามารถให้ yield ได้ขนาดนั้นอย่างถาวร เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม สุดท้ายแล้วก็จะ reflect ถึง rate ที่แท้จริงแล้วก็จะเริ่มมาในสิ่งที่มั่นคง
จะเป็นเหมือน Defi ทั่วไปที่ได้รายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียม จากการทำ transaction ของผู้ใช้งาน
แน่นอนว่าทาง Umee จะ Support stable coins ต่างๆเพิ่มขึ้นอีก
ทาง Umee พึ่งปล่อยในส่วนของ Umeemania ซึ่งเป็น testnet ตัวใหม่ที่พึ่งเปิดมาได้ไม่นาน สามารถไปช่วยทดลองและให้ feedback กับทาง Umee ได้
Discord: https://discord.com/invite/umee
Twitter: https://twitter.com/Umee_CrossChain
Website: https://www.umee.cc/
Telegram: https://t.me/umeecrosschain
Github: https://github.com/umee-network
Discord: https://discord.gg/contributiondao
Twitter: https://twitter.com/contributedao
Telegram: https://t.me/thaitalent
สวัสดีครับทุกคน เรียกผมว่าอิงแลนด์ก็ได้นะครับ ผมค่อนข้างเป็น Crypto Enthusiast เลยก็ว่าได้ครับและตื่นเต้นกับโลกการเงินในอนาคตมากๆ โดยการเขียนพวกนี้เหมือนเป็นการที่ผมได้ทบทวนความรู้ต่างๆ จึงอยากจะมาแชร์ให้กับทุกคนด้วยเหมือนกันครับ
เป็น proofreader และคนคอยอ่านและเรียบเรียงบทความอีกรอบ ทำงานด้าน AI เป็นงานประจำและศึกษา crypto เป็นอาชีพเสริม มีความสนใจทั้งในด้าน AI และ blockchain และยังหลงไหลในแนวเพลง math rock เป็นพิเศษ งานอดิเรกคือการเล่นกีต้าร์ วิ่ง ฟังเพลง และ ทำงาน ทำงาน ทำงาน
เมื่อวันที่ 15 เมษายน ทาง Contribution DAO ได้จัด AMA เพื่อพูดคุยระหว่าง คุณชม (chompk), คุณกัน (Kingbund) และ Brent Xu ผู้เป็น Founder ของ Umee และมีประสบการณ์มากมายในตลาด bond และ crypto
โดยใน AMA นี้เราจะพูดถึงคำถามต่างๆเกี่ยวกับ Umee และเรื่องราวของปัญหาที่ Umee ต้องการจะแก้ และเป้าหมายของบทความนี้คือการสรุป AMA นี้ให้กับผู้อ่านทุกคนได้อ่านหลังอีกทีครับ
สามารถรับชมวีดีโอเต็มได้ที่นี่
คุณ Brent เป็น CEO ของ Umee และทางคุณ Brent ยังเคยทำงานที่ Tendermint ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเหมือน OG ของ Tendermint เลยก็ว่าได้ (เป็น 30 คนแรกซึ่งปัจจุบัน มีมากกว่า 1000 คน)
Umee เป็น cross-chain interoperability ที่โฟกัสไปที่การ lending ในโลกของเราก็จะมีตลาดกู้ยืม ซึ่งมี London จะคอย Set Standard ซึ่งทาง Umee อยากให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นกับโลกของคริปโตเช่นเดียวกัน จึงได้อยากที่จะวางลากฐานของตลาดคริปโต ให้เป็นเหมือนกับตลาด Bond ของโลก โดยที่มี Umee คอย Set Standard
Oracle เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง เพราะในการที่เรากู้ก็จะมีการบังคับขายหรือ liquidate จากการที่สินทรัพย์ที่ไปค้ำนั้นไม่พอ ก็จะมีการบังคับขายเกิดขึ้น ดังนั้น Oracle นั้นเป็นอีกหนึ่ง Structure ที่สำคัญอย่างยิ่ง ใน traditional finance นั้นตลาด Bond นั้นใหญ่กว่าตลาดหุ้นหลายเท่าตัว
Cosmos นั้นเป็นโปรเจคที่ทำมาแล้วหลายปี ค่อนข้างเป็น Chain ที่ดีอยู่แล้ว ซึ่งการที่ Umee ไปเปิดบน Cosmos ก็จะช่วยปลดล็อคความเป็นไปได้ต่างๆของ Cosmos และยังเพิ่ม Liquidity ให้กับ Cosmos
(คำถามจากคุณ Suppharoek Jiramanon)
Umee เป็น Blockchain ส่วน Aeve นั้นเป็น Smart contact ซึ่งจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่ง Umee ก็จะมีเรื่องของ Cross chainแต่ Aeve ก็จะจบใน Chain เดียว แล้วเนื่องจาก Umee นั้นเป็น Blockchain สามารถเขียน Dapps ต่างๆที่ใช้ Base Structure ของ Umee มาลงที่ Umee ได้เช่นเดียวกัน Umee นั้นมีวิสัยทัศน์ที่ค่อนข้างไกลกว่าทาง Aeve เพราะ Umee จะไม่ได้เป็นเหมือนธนาคารทั่วไปแต่จะวาง Structure ให้กับตลาดหนี้ บน Blockchain
Umee = You and Me การที่เรา Stake หรือฝากบางอย่างใน Defi เราจะได้เหรียญที่เป็นหลักประกันออกมาซึ่ง You token จะทำหน้าที่คล้ายกับสิ่งนั้นเป็น token ที่แสดงความเป็นเจ้าของในการฝากเงินของเรา ส่วนทาง Me token นั้นจะเป็นเหมือนสิ่งใหม่ เวลาเรา Stake เข้าไปใน Proof of Stake chain ส่วนใหญ่เราจะฝากไว้เฉยๆ แต่ถ้าเราฝากกับ Umee เราจะได้สิ่งที่เรียกว่า Me token ออกมา
ตัวอย่างเช่น ถ้าเราฝาก eth ใน Binance เราจะได้เหรียญ Beth ออกมาซึ่งสามารถเอาไปใช้ทำอย่างอื่นได้
เช่นเดียวกันกับ Me Token ของทาง Umee ซึ่งยังสามารถนำไปเป็นหลักค้ำประกันเพื่อกู้ออกมาเพิ่มได้อีกเช่นเดียวกัน ความเสี่ยงของการทำแบบนี้จะมีความเสี่ยงที่น้อยกว่า Defi
ถ้าทาง Lido นั้นเกิดทำ Cross Chain ก็จะไม่มีผลเสียต่อ Umee เพราะ Umee ก็จะรับทาง Lido มาเป็นส่วนหนึ่งของตลาดได้อีกด้วย Umee นั้นจะเป็นเหมือน Universal Protocol ที่สามารถมาฝากสิ้นทรัพย์อะไรก็ได้ที่มี ทาง Umee นั้นไม่ได้จะทำการปล่อยกู้ธรรมดา แต่จะวางลากฐานตลาดเงินกู้ในโลก Crypto ให้มั่นคง
ทางคุณ Brent ได้ยกตัวอย่างมาว่า การที่เค้าจะ trading bond จะคำนึงถึง 2 อย่างในการ trade จะคอยสลับ mindset ระหว่าง trader กับการเป็น yield chaser เพราะในเรื่องของการซึ้อ Bond จะมีช่วงที่ต้องเลือกว่า จะหา yield หรือช่วงไหนที่ควรซื้อขาย ในปัจจุบัน Chain ใหม่ที่เกิดขึ้นมาสิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงจะนึกถึง yield เป็นอันดับแรก แต่การที่คุณ Brent อยู่ใน Traditional finance มานานก็จะรู้ว่า Yield chasing นั้นมีอยู่ทุกตลาดเพราะว่าผลตอบแทนที่สูงจะดึงดูดผู้คนได้มาก แต่การมีอยู่แบบนี้จะเป็นแค่ชั่วคราว เพราะไม่มีใครที่สามารถให้ yield ได้ขนาดนั้นอย่างถาวร เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม สุดท้ายแล้วก็จะ reflect ถึง rate ที่แท้จริงแล้วก็จะเริ่มมาในสิ่งที่มั่นคง
จะเป็นเหมือน Defi ทั่วไปที่ได้รายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียม จากการทำ transaction ของผู้ใช้งาน
แน่นอนว่าทาง Umee จะ Support stable coins ต่างๆเพิ่มขึ้นอีก
ทาง Umee พึ่งปล่อยในส่วนของ Umeemania ซึ่งเป็น testnet ตัวใหม่ที่พึ่งเปิดมาได้ไม่นาน สามารถไปช่วยทดลองและให้ feedback กับทาง Umee ได้
Discord: https://discord.com/invite/umee
Twitter: https://twitter.com/Umee_CrossChain
Website: https://www.umee.cc/
Telegram: https://t.me/umeecrosschain
Github: https://github.com/umee-network
Discord: https://discord.gg/contributiondao
Twitter: https://twitter.com/contributedao
Telegram: https://t.me/thaitalent
สวัสดีครับทุกคน เรียกผมว่าอิงแลนด์ก็ได้นะครับ ผมค่อนข้างเป็น Crypto Enthusiast เลยก็ว่าได้ครับและตื่นเต้นกับโลกการเงินในอนาคตมากๆ โดยการเขียนพวกนี้เหมือนเป็นการที่ผมได้ทบทวนความรู้ต่างๆ จึงอยากจะมาแชร์ให้กับทุกคนด้วยเหมือนกันครับ
เป็น proofreader และคนคอยอ่านและเรียบเรียงบทความอีกรอบ ทำงานด้าน AI เป็นงานประจำและศึกษา crypto เป็นอาชีพเสริม มีความสนใจทั้งในด้าน AI และ blockchain และยังหลงไหลในแนวเพลง math rock เป็นพิเศษ งานอดิเรกคือการเล่นกีต้าร์ วิ่ง ฟังเพลง และ ทำงาน ทำงาน ทำงาน
No activity yet