
Link3 Handbook for Personal Profile
Welcome, our web3 fellows. In this article, you will find everything you need to know about using Link3 - setting up your profile, adding content, joining an event and raffle, claiming and checking your W3ST, and all other useful tips. 🎀 Link3 is here to help and give us better discoverability of many interesting web3 events as well as a better way for trustworthy and meaningful networkingA link to a new version of Link3 Guide (January updated) - https://cyberconnect.notion.site/Link3-Guide-...

ขอแนะนำให้รู้จักกับ CyberConnect FanClub
เปิดให้ทดลองใช้แล้วสำหรับฟีเจอร์ใหม่ Link3 loyalty program คอมมูที่เข้มแข็งถูกถักทอเข้าด้วยกันด้วยภารกิจร่วมกันและการมีส่วนร่วมอย่างไม่มีที่สิ้นสุดต่อภารกิจนั้น แล้วคอมมูจะแนะนำให้สมาชิกบรรลุเป้าหมายร่วมกันและจดจำสมาชิกแต่ละคนอย่างเหมาะสมเมื่อเวลาผ่านไปได้อย่างไงหละ? Link3 เปิดตัว W3ST (Web3 Status Token อ่านว่า West) เมื่อปีที่แล้ว เพื่อนำเสนอความสำคัญของการมีส่วนร่วมในด้านเวลาและความพยายามในรูปแบบออนไลน์ ตรวจสอบได้ และโอนไม่ได้ ตอนนี้เรากำลังยกระดับ community feature game ด้วยการเคลื่อนไหวค...

วิธีเล่น ReadON ให้ได้ FanPoints บน Link3
วิธีเล่น ReadON ให้ได้ FPs ใน LInk3 และ วิธีเชื่อมต่อ ReadON เข้ากับ Wallet ที่เราใช้ใน Link3ใครที่มาใหม่ แล้วยังไม่รู้จักกับฟีเจอร์ FanClub ของ Link3 สามารถเข้าไปอ่านบทความได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลยนะครับ https://mirror.xyz/goldenloop.eth/XWtFXrpwhZnLHN6SHoRqcVjwkc4_zkdUvY1VzX7ebX0 เก็บแต้ม CyberConnect FanPoints ง่าย ๆ แค่ทำภารกิจรายวันบน ReadON เพื่อเข้าร่วม raffle แจกของมูลค่ารวมกว่า $100,000 แล้วยังได้ ReadON Points ไว้ไปแลก RBB Boxes ด้วยนะ เรียกได้ว่า ได้ทั้งอ่านความรู้ใหม่ ๆ แล้วยังได้...
Build relationships and connections on web3! https://twitter.com/goldenloop_ https://link3.to/goldenloop

Link3 Handbook for Personal Profile
Welcome, our web3 fellows. In this article, you will find everything you need to know about using Link3 - setting up your profile, adding content, joining an event and raffle, claiming and checking your W3ST, and all other useful tips. 🎀 Link3 is here to help and give us better discoverability of many interesting web3 events as well as a better way for trustworthy and meaningful networkingA link to a new version of Link3 Guide (January updated) - https://cyberconnect.notion.site/Link3-Guide-...

ขอแนะนำให้รู้จักกับ CyberConnect FanClub
เปิดให้ทดลองใช้แล้วสำหรับฟีเจอร์ใหม่ Link3 loyalty program คอมมูที่เข้มแข็งถูกถักทอเข้าด้วยกันด้วยภารกิจร่วมกันและการมีส่วนร่วมอย่างไม่มีที่สิ้นสุดต่อภารกิจนั้น แล้วคอมมูจะแนะนำให้สมาชิกบรรลุเป้าหมายร่วมกันและจดจำสมาชิกแต่ละคนอย่างเหมาะสมเมื่อเวลาผ่านไปได้อย่างไงหละ? Link3 เปิดตัว W3ST (Web3 Status Token อ่านว่า West) เมื่อปีที่แล้ว เพื่อนำเสนอความสำคัญของการมีส่วนร่วมในด้านเวลาและความพยายามในรูปแบบออนไลน์ ตรวจสอบได้ และโอนไม่ได้ ตอนนี้เรากำลังยกระดับ community feature game ด้วยการเคลื่อนไหวค...

วิธีเล่น ReadON ให้ได้ FanPoints บน Link3
วิธีเล่น ReadON ให้ได้ FPs ใน LInk3 และ วิธีเชื่อมต่อ ReadON เข้ากับ Wallet ที่เราใช้ใน Link3ใครที่มาใหม่ แล้วยังไม่รู้จักกับฟีเจอร์ FanClub ของ Link3 สามารถเข้าไปอ่านบทความได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลยนะครับ https://mirror.xyz/goldenloop.eth/XWtFXrpwhZnLHN6SHoRqcVjwkc4_zkdUvY1VzX7ebX0 เก็บแต้ม CyberConnect FanPoints ง่าย ๆ แค่ทำภารกิจรายวันบน ReadON เพื่อเข้าร่วม raffle แจกของมูลค่ารวมกว่า $100,000 แล้วยังได้ ReadON Points ไว้ไปแลก RBB Boxes ด้วยนะ เรียกได้ว่า ได้ทั้งอ่านความรู้ใหม่ ๆ แล้วยังได้...
Build relationships and connections on web3! https://twitter.com/goldenloop_ https://link3.to/goldenloop

Subscribe to GoldenLoop

Subscribe to GoldenLoop
Share Dialog
Share Dialog
<100 subscribers
<100 subscribers


“ทุกคนต่างมีขอบเขตความสามารถที่แตกต่างกัน สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ขอบเขตนั้นใหญ่แค่ไหน สิ่งที่สำคัญคือการอยู่ภายในขอบเขตนั้นต่างหาก” — วอร์เรน บัฟเฟตต์
ปล. คำบางคำจะใช้ภาษาอังกฤษและคำทับศัพท์ไปเลย
องค์กรอัตโนมัติแบบกระจายศูนย์ (Decentralised Autonomous Organization)
การกระจายอำนาจ (Decentralization) กล่าวถึงการถ่ายโอนอำนาจการควบคุมและการตัดสินใจจากกลุ่มคนที่มีอำนาจในการควบคุมตัดสินใจ (รายบุคคล, องค์กร, หรือกลุ่มต่างๆ) ไปสู่เครือข่ายที่กระจายตัวในด้านนี้
อัตโนมัติ, อิสระ (Autonomous) กล่าวถึงระบบปฏิบัติการปกครองตนเองที่แข็งแกร่งและเป็นที่สุด ตามอุดมคติแล้วนั้น กฎระเบียบที่ตั้งขึ้นซึ่งถูกเข้ารหัสเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่โปร่งใส ควบคุมโดยสมาชิกขององค์กร และไม่ถูกอิทธิพลจากทางรัฐบาลกลางหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
องค์กร (Organization) กล่าวถึงการรวมตัวของผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจ สังคม หรือสมาคม ที่มีจุดมุ่งหมายโดยเฉพาะ

บอกแบบง่ายๆตามอุดมคติเลยก็คือ DAOs เป็นกลุ่มที่ตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะในการปกครองตนเอง โดยระบบปฏิบัติการอัตโนมัติที่แข็งแกร่งจะทำให้ DAOs สามารถตัดสินใจร่วมกันอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกันได้นั่นเอง
DAOs ที่มีอยู่นั้นส่วนมากเป็น DOs เนื่องจากที่แกนหลักขององค์กรการปกครองตนเองคือระบบความคิดใครดีใครได้ (เรียกให้ดูดีขึ้นกว่าเดิมแต่เข้าใจยากก็คือระบบคุณธรรม) ซึ่งไม่อยู่ในระบบการปกครองใน DAOs ส่วนมาก โครงสร้างปัจจุบันของ DAOs สามารถถูกจัดประเภทได้ตามนี้
DAOs ที่มีโครงสร้างการปกครองอำนาจโดยคนมีเงิน (1 โหวตต่อ 1 โทเค็น) นั้นคล้ายคลึงกับโคลงสร้างของบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นอยู่ ลักษณะโดยทั่วไปของโครงสร้างการปกครองโดยคนมีเงินคือการออกนโยบาบายเอื้อประโยชน์ให้คนมีอำนาจทางการเงินอยู่บ่อยครั้ง บ่อยครั้งที่เป็นผลเสียต่อชนชั้นล่าง ในมุมนี้นั้น ผู้ออก governance token อาจได้ประโยชน์จากอำนาจการกำกับดูแลที่มากกว่า กว่าผู้ถือโทเค็นน้อยกว่าที่มาเข้าร่วมที่หลัง ถ้าดำเนินการอย่างถูกต้อง ไอระบบการปกครองตัวนี้สามารถทำประโยชน์แก่ DAOs ได้ดังต่อไปนี้
การตัดสินใจที่ผิดพลาดมาพร้อมกับการเดิมพันที่ใหญ่ยิ่ง เพราะฉะนั้นแล้วทุกๆการโหวตตัดสินใจจะถูกทำอย่างระมัดระวัง
เนื่องจากใอ้ตัวระบบการปกครองนี้มันผลิตความไม่เท่าเทียมอย่างมากในเรื่องการแชร์โทเค็น ผู้เข้าร่วมจำนวนน้อยนั้นสามารถโหวตข้อเสนอจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ (มีคนน้อยแต่มีเงิน) ถึงแม้ว่าจะเกิดการสมรู้ร่วมคิดบ่อยครั้ง
ความได้เปรียบของระบบนี้ตกไปอยู่ที่คนรวยจัดๆใน DAOs ซึ่งคนพวกนี้รู้สึกกังวลในเรื่องนี้เพราะพวกเขามีอำนาจในการควบคุม DAOs นั้นๆได้ ส่วนความเสียเปรียบของระบบนี้ตกไปอยู่กับทุกคนใน DAOs โดยความกังวลของพวกเขาก็คือไม่มีอำนาจในการสร้างกฎเกณฑ์ที่ปกครองสังคมนี้อยู่

อัตตาธิปไตย คือระบบการปกครองโดยที่คนๆเดียวที่มีอำนาจเด็ดขาด นี่เป็นสิ่งที่เห็นได้ทั่วไปในช่วง Defi summer ที่โปรเจกต์จำนวนมากได้ก่อตั้ง DAOs ขึ้นมาเพื่อให้ตัวเองดูมีความแฟร์ต่อคอมมิวนิตี้มากขึ้น แต่ความจริงแล้วโปรเจกต์เหล่านี้มีอำนาจการตัดสินใจในอนาคตต่างๆแต่เพียงผู้เดียว ประโยชน์ของระบบนี้คือมันทำให้การตัดสินใจและการกระทำเร็วขึ้น มีสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน และรับมือกับสถานการณ์วิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยคนหนึ่งคนหรือกลุ่มคนจำนวนน้อยทำการตัดสินใจอะไร ข้อสรุปและทางเลือกสามารถทำได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่ไม่มีการอภิปรายของพรรคการเมืองขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม อัตตาธิปไตยมีข้อเสียมากมายต่อการปกครองเมื่อ DAOs ขยายขนาดขึ้น
นำไปสู่การสมรู้ร่วมคิดที่บ่อยขึ้น
ไม่ได้ให้ความรู้สึกเป็นเจ้าของที่เป็นมืออาชีพ
สร้างระบบที่ต้องพึ่งพา core team
สร้างความไม่เชื่อใจในคอมมิวนิตี้

คณาธิปไตยคือโครงสร้างที่คนกลุ่มเล็กหรือบ่อยครั้งคือผู้ริเริ่มมีอำนาจควบคุมทั้ง DAOsDAOs ส่วนมากเป็นไม่เป็นในรูปแบบธนาธิปไตย (Plutocracy) ก็เป็นคณาธิปไตยโดยธรรมชาติ อย่างใดอย่างหนึ่ง เนื่องมาจากความคิดที่ว่าผู้ออกโทเค็นของโปรเจกต์หรือ DAO คือคนที่ให้ความสำคัญกับข้อเสนอเฉพาะเจาะจงที่เกิดขึ้นใน DAO นั่นเอง คณาธิปไตยอาจรวบรวมอำนาจและจำกัดการเข้าถึง ให้ตัวเองเพียงผู้เดียว แต่คณาธิปไตยที่แท้จริงนั้นสามารถตระหนักได้ว่าคนที่มีทักษะดีที่สุดควรเป็นคนคุมอีกด้วย นี่หมายความว่าใครก็ตามที่มีศักยภาพสามารถเข้าร่วมกับชนชั้นการปกครองได้ โดนเฉพาะอย่างยิ่งในมุมด้านธุรกิจ
โครงสร้างการปกครองคณาธิปไตยบน DAOs มีข้อเสียคล้ายกับพวกประเทศที่ใช้ระบบนี้ปกครองในอดีต
ผู้คนถูกปลูกฝังให้แชร์ค่านิยมที่เหมือนกัน พวกคนที่เป็นชนชั้นปกครองก็แชร์ประสบการณ์ที่คล้ายๆกัน นั่นหมายความว่าทำให้เกิดการขาดความหลากหลายอย่างมากใน core team และในท้ายที่สุดจะยับยั้งการเจริญเติบโตของ DAOs เมื่อเวลาล่วงเลยไป
มันมีโอกาสน้อยกว่าสำหรับคนอื่นๆใน DAOs เพราะผู้ถือโทเค็นที่ร่ำรวยสามารถคว้าโอกาสแรกที่มาหาพวกคนรวยได้ทุกครั้ง
มันสามารถดิสรัปต์ tokenomics คณาธิปไตยสามารถกำหนดราคาได้ ให้ประโยชน์แก่บางชนชั้น หรือจำกัดอุปทาน (supplies) ที่มีอยู่กับประชาชนทั่วไป สิ่งนี้ทำลายกฎอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายให้กับคนส่วนมาก ในขณะที่คนส่วนน้อยได้ประโยชน์

อย่างไรก็ตาม มันสำคัญที่จะรับทราบถึงข้อเท็จจริงที่ว่า DAOs หลายๆที่ไม่ได้ใช้แนวทางประชาธิปไตยเพราะขาดการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน ซึ่งบังคับให้ผู้ริเริ่มหลักของ DAOs เข้าร่วมการลงคะแนนโหวตในประเด็นที่สำคัญ
แนวทางทุนนิยม
อาณาจักรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ (จักรวรรดิดัตช์ จักรวรรดิอังกฤษ สหรัฐอเมริกา และจีนสมัยใหม่) ได้ใช้แนวทางทุนนิยมเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ขยันขันแข็งให้มาลงทุนและคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อขยายขอบเขตความเป็นไปได้ในการผลิตDAOs ได้ให้เงินช่วยเหลือและเงินรางวัลเพื่อจูงใจให้ผู้เข้าร่วมสร้างผลงานให้กับ DAOs ซึ่งเป็นแนวทางทุนนิยมตามธรรมชาติอยู่แล้ว นี่เป็นแนวทางที่ถูกจัดว่ามีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับ DAOs ดังนั้นสเต็ปต่อไปที่เราต้องคิดหาวิธีคือ รูปแบบไหนดีที่สุดที่จูงใจการมีส่วมร่วมสนับสนุนจากปัจเจคบุคคลในสาขาที่พวกเขาเชี่ยวชาญได้มากที่สุด
เรย์ ดาลิโอ, ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates, เป็นผู้ริเริ่มความคิดระบบความคิดใครดีใครได้ขึ้นมา — เป็นระบบที่นำคนฉลาดและนักคิดอิสระเข้ามารวมด้วยกันและเห็นต่างกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ได้ความคิดส่วนร่วมที่ดีที่สุด และหาทางออกให้ความเห็นที่ต่างกันในทางที่เชื่อถือได้และมีน้ำหนัก

ระบบความคิดใครดีใครได้ คือระบบปกครองที่ดีที่สุดเพราะว่ามันไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนได้รางวัลเหมือนกันโดยไม่สนผลลัพท์ของคนๆนั้น มันไม่ใช่ระบอบอัตตาธิปไตยเช่นกัน ที่คนเข้าร่วมได้รางวัลตามชนชั้นทางสังคม ดังนั้นสเต็ปต่อไปสำหรับ DAOs ที่ต้องทำความเข้าใจวิธีที่จะปกครองให้มีประสิทธิภาพคือออกแบบระบบปฏิบัติการอัตโนมัติที่อิงตามระบบความคิดใครดีใครได้นี้เอง
การที่ไม่มีข้อกำหนดและข้อบังคับเฉพาะที่ต้องปฏิบัติตาม DAOs ระยะเริ่มต้นมีความคล่องตัวสูงในด้านส่วนประกอบไหนของ Web3 ที่จะมีปฏิสัมพันธ์และปกครองด้วย ถึงแม้ว่า DAOs บางส่วนพยายามที่จะปฏิบัติตามกฎของ ก.ล.ต ซึ่งมันก็ยังไม่ชัดเจนในขณะนั้น ระบบของการปกครองและชุดเครื่องมือใช้ความสัมพันธ์กับความสามารถของ DAOs ในการขยายตัวและระดับความแข็งแกร่งของการกระจายอำนาจ
อย่างไรก็ตาม คุณลักษณะของ Web3 พัฒนาไปเร็วมาก และชุดเครื่องมือที่ถูกพิจารณาว่าเร็วและมีประสิทธิภาพในวันนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ในเร็ววัน DAOs ควรใช้โครงสร้างที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพในการบูรณาการและการกำกับดูแล และเพื่อที่จะบรรลุผลลัพธ์ที่ดีที่สุด DAOs ควรที่จะจูงใจผู้เข้าร่วมที่ดีที่สุดที่จะเสนอเครื่องมือที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้เพื่อเอาไปใช้ในเวลาที่เหมาะสม

ด้านล่างคือภาพของเบรดบอร์ด ต้องขอบคุณแถวและคอลัมน์ของคลิปสปริงที่เชื่อมต่อภายในภายใต้โครงพลาสติกที่เจาะรู เบรดบอร์ดทำให้นักพัฒนาเชื่อมต่อส่วนประกอบหรือสายไฟได้อย่างง่ายดาย สำหรับตัวผู้เขียนแล้ว DAOs ในอุดมคตินั้นดูเหมือนเบรดบอร์ด และในทางกลับกัน ควรทำงานให้เหมือนกัน DAOs ควรมีความยืดหยุ่นสูงในแง่ของการใช้เครื่องมือและความเข้ากันได้ในรูปแบบของการปกครอง

นอกจากนี้แล้ว DAOs ควรเปิดใจให้กว้างต่อผู้เข้าร่วมที่ไม่ได้เป็นตามแบบแผน ยกตัวอย่างเช่น OpenSea ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการเพิ่มผู้ใช้งานที่ไม่ได้เคยใช้มาก่อน โดยการจัดหาตลาด NFT แบบรวมศูนย์มาให้พวกเขาใช้ ในขณะที่มีข้อกังวลเรื่องระดับของการรวมศูนย์และข้อเสียด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ OpenSea ประสบความสำเร็จในการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน (ส่วนมากเป็นคนที่ไม่เคยใช้มาก่อน) บนระบบนิเวศ Ethereum มากกว่าแพลตฟอร์ต Defi ส่วนใหญ่ซะอีก
DAOs ต้องรักษาความโปร่งใสและการมองเห็นในด้านการตัดสินใจและการไหลของเงินทุน ทั้งในและนอกคอมมู ซึ่งเป็นการกระทำที่เกี่ยวพันกันเป็นปกติอยู่แล้ว เครื่องมือ DAO ในระยายยาวนั้น ควรช่วยทำให้การกำกับดูแลแบบกระจายอำนาจเป็นไปโดยอัตโนมัติ
Gnosis Safe — กระเป๋าเงินสัญญาอัจฉริยะ ทำงานบน Ethereum ที่ต้องการจำนวนคนขั้นต่ำในการอนุมัติธุรกรรมก่อนที่จะเกิดการอนมัติ (M-of-N)
Snapshot — เครื่องมือลงคะแนนเสียงแบบกระจายอำนาจ
EthSign — แพลตฟอร์มการลงนามข้อตกลงและการดำเนินการแบบกระจายอำนาจ และ On Chain MirrorTable สร้างบน Ethereum
Dework — กระจายอำนาจการจัดการงานและการจ่ายเงินรางวัล
Mirror — แพลตฟอร์มการเผยแพร่งานเขียนแบบกระจายอำนาจบน Ethereum
Juicebox — Kickstarter ที่เป็นในรูปแบบการกระจายอำนาจที่มำให้โครงการต่างๆสามารถระดมทุนจากคอมมูได้ ขับเคลื่อนโดยสัญญาอัจฉริยะที่เป็นสาธารณะบน Ethereum
Sarcophagus — สวิตช์ Deadman (สวิตช์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อถูกใช้ในตอนที่ผู้ดำเนินการไม่สามรถดำเนินการได้) แบบกระจายอำนาจที่สร้างขึ้นบน Ethereum และ Arweave
Aragon — การสร้างและการกำกับดูแล DAO แบบไร้ความยากลำบาก
และอื่นๆอีกมากมาย
สัญญาอัจฉริยะในตอนแรกเริ่มถูกใช้เพื่อออกและมอบหมายสิทธิแก่บล็อกเชนโทเค็น ต่อมานักพัฒนาของ Oracle เริ่มใช้ประโยชน์จากสัญญาอัจฉริยะพวกนี้เพื่อสร้างสัญญาอัจฉริยะแบบไฮบริด โดยใช้ประโยชน์จากการคำนวนแบบ Off Chain และข้อมูลภายนอกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของแอปพลิเคชันที่กระจายอำนาจเช่น Uniswap
ยุคใหม่ของสัญญาอัจฉริยะได้มาถึงแล้วในฐานะเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานที่ขาดหายไปซึ่งเรียกกันว่า คีปเปอร์ หรือ ผู้รักษา, ผู้ดูแลนั่นเอง ธรรมชาติของโค๊ดสัญญาอัจฉริยะระบุว่า “ถ้าเหตุการณ์ x เกิดขึ้น ให้เปิดใช้ การปฏิบัติการ y” อย่างไรก็ตาม สัญญาอัจฉริยะเหล่านี้ไม่สามารถดำเนินการได้เองได้โดยปราศจากการถูกเปิดใช้งานโดยการทำธุรกรรมแบบ On Chain มันมีหลายกรณีมากที่สัญญาอัจฉริยะเหล่านี้ต้องปฏิบัติการแบบ On Chain เพื่อที่จะรักษาอายุการใช้งานของโปรโตคอล โดยไม่ต้องมีการโต้ตอบกับผู้ใช้โดยตรงเพื่อดำเนินการ ผู้ดูแลช่วยแก้ไขปัญหานี้โดยจูงใจ EOAs ให้ดำเนินการกระตุ้นการทำงานของสัญญาอัจฉริยะตามเงื่อนไขการดำเนินการกระตุ้นที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เงื่อนไขต่างๆถูกกำหนดไว้ในงานและถูกส่งโดยทีมพัฒนา, DAO, หรือผู้ใช้งานโปรโตคอลนั้นๆ ไปยังเครือข่ายผู้ดูแลของ Chainlink พร้อมกับรางวัล ซึ่งขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของผู้ดูแล

ตัวอย่างที่สำคัญของสัญญาอัจฉริยะยุคใหม่ที่ใช้งาน dApp คือแดชบอร์ดการลงทุน DAO แบบ KPI ที่ทีม EthSign กำลังทำงานอยู่ ซึ่งกรณีการใช้งานตัวโปรดักท์ของข้อตกลงที่ชาญฉลาด (Smart Agreement) ที่กว้างขวางได้ใช้ประโยชน์สูงสุดของ “คีปเปอร์ (ผู้ดูแล)” เพื่อที่จะเพิ่มผู้ใช้งานให้มากขึ้น dApps ต้องพัฒนาหน้าการใช้งานที่เข้าใจง่ายที่ทำให้ผู้ใช้งานมีปฏิสัมพันธ์กับสัญญาอัจฉริยะแบบที่พวกเขาไม่ทันสังเกต EthSign Signatures คือตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมสำหรับสิ่งนี้เช่นกัน ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมี native tokens เพื่อที่จะใช้งานบริการ EthSign บนเชนที่เลือกให้การสนับสนุนเรื่อง gas
เนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์กับสัญญาอัจฉริยะแล้ว DAOs ในตอนนี้มีความคล่องตัวและความสามารถสูงมากขึ้นในด้านของการเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมที่ไม่ได้ใช้ native cypto ให้กว้างมากขึ้นไปจนถึงรูปแบบการควบคุมดูแล ดังนั้นแล้ว คำว่า “อิสระ” “อัตโนมัติ” อธิบาย DAOs ที่พึ่งพาตนเองที่ดำเนินงานโดยใช้เครื่องมือการกำกับดูแลได้อย่างสมบูรณ์แบบ การคิดค้นชุดเครื่องมือของ DAOs นั้นโคตรที่จะสำคัญ เพราะว่ามันทำให้ DAOs ดำเนินงานได้โดยปราศจากกลุ่มนิติบุคคลแบบรวมศูนย์ ทำให้คอมมูของ DAOs เติบโตและขยายขนาดได้นั่นเอง
ในขณะที่พื้นที่ของสิ่งเหล่านี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ให้คำนึงถึงแก่นหลักที่ชี้นำสิ่งเหล่านี้มาจากจุดเริ่มต้น: ความเข้ากันได้ (compatibility), ความไม่ไว้วางใจ (trustlessness), และที่สำคัญที่สุด การกระจายอำนาจ (decentralization)
References
Dalio, Ray. The Changing World Order. Simon & Schuster, 2021.
“Democracy or Plutocracy? — America’s Existential Question.” CIRSD, https://www.cirsd.org/en/horizons/horizons-autumn-2020-issue-no-17/democracy-or-plutocracy---americas-existential-question.
“Introduction to Chainlink Keepers: Chainlink Documentation.” Chainlink Developers, https://docs.chain.link/docs/chainlink-keepers/introduction/.
เข้ามาติดตามเข้ามาพูดคุยกับ SnakeDAO กันครับ
Twitter : https://twitter.com/SnakeDAOproject
Discord : SnakeDAO
Support snakeDAO : Debank profile https://debank.com/profile/0xd803589968d4dcd57a97d897693c45c8bb753b16
“ทุกคนต่างมีขอบเขตความสามารถที่แตกต่างกัน สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ขอบเขตนั้นใหญ่แค่ไหน สิ่งที่สำคัญคือการอยู่ภายในขอบเขตนั้นต่างหาก” — วอร์เรน บัฟเฟตต์
ปล. คำบางคำจะใช้ภาษาอังกฤษและคำทับศัพท์ไปเลย
องค์กรอัตโนมัติแบบกระจายศูนย์ (Decentralised Autonomous Organization)
การกระจายอำนาจ (Decentralization) กล่าวถึงการถ่ายโอนอำนาจการควบคุมและการตัดสินใจจากกลุ่มคนที่มีอำนาจในการควบคุมตัดสินใจ (รายบุคคล, องค์กร, หรือกลุ่มต่างๆ) ไปสู่เครือข่ายที่กระจายตัวในด้านนี้
อัตโนมัติ, อิสระ (Autonomous) กล่าวถึงระบบปฏิบัติการปกครองตนเองที่แข็งแกร่งและเป็นที่สุด ตามอุดมคติแล้วนั้น กฎระเบียบที่ตั้งขึ้นซึ่งถูกเข้ารหัสเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่โปร่งใส ควบคุมโดยสมาชิกขององค์กร และไม่ถูกอิทธิพลจากทางรัฐบาลกลางหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
องค์กร (Organization) กล่าวถึงการรวมตัวของผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจ สังคม หรือสมาคม ที่มีจุดมุ่งหมายโดยเฉพาะ

บอกแบบง่ายๆตามอุดมคติเลยก็คือ DAOs เป็นกลุ่มที่ตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะในการปกครองตนเอง โดยระบบปฏิบัติการอัตโนมัติที่แข็งแกร่งจะทำให้ DAOs สามารถตัดสินใจร่วมกันอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกันได้นั่นเอง
DAOs ที่มีอยู่นั้นส่วนมากเป็น DOs เนื่องจากที่แกนหลักขององค์กรการปกครองตนเองคือระบบความคิดใครดีใครได้ (เรียกให้ดูดีขึ้นกว่าเดิมแต่เข้าใจยากก็คือระบบคุณธรรม) ซึ่งไม่อยู่ในระบบการปกครองใน DAOs ส่วนมาก โครงสร้างปัจจุบันของ DAOs สามารถถูกจัดประเภทได้ตามนี้
DAOs ที่มีโครงสร้างการปกครองอำนาจโดยคนมีเงิน (1 โหวตต่อ 1 โทเค็น) นั้นคล้ายคลึงกับโคลงสร้างของบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นอยู่ ลักษณะโดยทั่วไปของโครงสร้างการปกครองโดยคนมีเงินคือการออกนโยบาบายเอื้อประโยชน์ให้คนมีอำนาจทางการเงินอยู่บ่อยครั้ง บ่อยครั้งที่เป็นผลเสียต่อชนชั้นล่าง ในมุมนี้นั้น ผู้ออก governance token อาจได้ประโยชน์จากอำนาจการกำกับดูแลที่มากกว่า กว่าผู้ถือโทเค็นน้อยกว่าที่มาเข้าร่วมที่หลัง ถ้าดำเนินการอย่างถูกต้อง ไอระบบการปกครองตัวนี้สามารถทำประโยชน์แก่ DAOs ได้ดังต่อไปนี้
การตัดสินใจที่ผิดพลาดมาพร้อมกับการเดิมพันที่ใหญ่ยิ่ง เพราะฉะนั้นแล้วทุกๆการโหวตตัดสินใจจะถูกทำอย่างระมัดระวัง
เนื่องจากใอ้ตัวระบบการปกครองนี้มันผลิตความไม่เท่าเทียมอย่างมากในเรื่องการแชร์โทเค็น ผู้เข้าร่วมจำนวนน้อยนั้นสามารถโหวตข้อเสนอจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ (มีคนน้อยแต่มีเงิน) ถึงแม้ว่าจะเกิดการสมรู้ร่วมคิดบ่อยครั้ง
ความได้เปรียบของระบบนี้ตกไปอยู่ที่คนรวยจัดๆใน DAOs ซึ่งคนพวกนี้รู้สึกกังวลในเรื่องนี้เพราะพวกเขามีอำนาจในการควบคุม DAOs นั้นๆได้ ส่วนความเสียเปรียบของระบบนี้ตกไปอยู่กับทุกคนใน DAOs โดยความกังวลของพวกเขาก็คือไม่มีอำนาจในการสร้างกฎเกณฑ์ที่ปกครองสังคมนี้อยู่

อัตตาธิปไตย คือระบบการปกครองโดยที่คนๆเดียวที่มีอำนาจเด็ดขาด นี่เป็นสิ่งที่เห็นได้ทั่วไปในช่วง Defi summer ที่โปรเจกต์จำนวนมากได้ก่อตั้ง DAOs ขึ้นมาเพื่อให้ตัวเองดูมีความแฟร์ต่อคอมมิวนิตี้มากขึ้น แต่ความจริงแล้วโปรเจกต์เหล่านี้มีอำนาจการตัดสินใจในอนาคตต่างๆแต่เพียงผู้เดียว ประโยชน์ของระบบนี้คือมันทำให้การตัดสินใจและการกระทำเร็วขึ้น มีสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน และรับมือกับสถานการณ์วิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยคนหนึ่งคนหรือกลุ่มคนจำนวนน้อยทำการตัดสินใจอะไร ข้อสรุปและทางเลือกสามารถทำได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่ไม่มีการอภิปรายของพรรคการเมืองขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม อัตตาธิปไตยมีข้อเสียมากมายต่อการปกครองเมื่อ DAOs ขยายขนาดขึ้น
นำไปสู่การสมรู้ร่วมคิดที่บ่อยขึ้น
ไม่ได้ให้ความรู้สึกเป็นเจ้าของที่เป็นมืออาชีพ
สร้างระบบที่ต้องพึ่งพา core team
สร้างความไม่เชื่อใจในคอมมิวนิตี้

คณาธิปไตยคือโครงสร้างที่คนกลุ่มเล็กหรือบ่อยครั้งคือผู้ริเริ่มมีอำนาจควบคุมทั้ง DAOsDAOs ส่วนมากเป็นไม่เป็นในรูปแบบธนาธิปไตย (Plutocracy) ก็เป็นคณาธิปไตยโดยธรรมชาติ อย่างใดอย่างหนึ่ง เนื่องมาจากความคิดที่ว่าผู้ออกโทเค็นของโปรเจกต์หรือ DAO คือคนที่ให้ความสำคัญกับข้อเสนอเฉพาะเจาะจงที่เกิดขึ้นใน DAO นั่นเอง คณาธิปไตยอาจรวบรวมอำนาจและจำกัดการเข้าถึง ให้ตัวเองเพียงผู้เดียว แต่คณาธิปไตยที่แท้จริงนั้นสามารถตระหนักได้ว่าคนที่มีทักษะดีที่สุดควรเป็นคนคุมอีกด้วย นี่หมายความว่าใครก็ตามที่มีศักยภาพสามารถเข้าร่วมกับชนชั้นการปกครองได้ โดนเฉพาะอย่างยิ่งในมุมด้านธุรกิจ
โครงสร้างการปกครองคณาธิปไตยบน DAOs มีข้อเสียคล้ายกับพวกประเทศที่ใช้ระบบนี้ปกครองในอดีต
ผู้คนถูกปลูกฝังให้แชร์ค่านิยมที่เหมือนกัน พวกคนที่เป็นชนชั้นปกครองก็แชร์ประสบการณ์ที่คล้ายๆกัน นั่นหมายความว่าทำให้เกิดการขาดความหลากหลายอย่างมากใน core team และในท้ายที่สุดจะยับยั้งการเจริญเติบโตของ DAOs เมื่อเวลาล่วงเลยไป
มันมีโอกาสน้อยกว่าสำหรับคนอื่นๆใน DAOs เพราะผู้ถือโทเค็นที่ร่ำรวยสามารถคว้าโอกาสแรกที่มาหาพวกคนรวยได้ทุกครั้ง
มันสามารถดิสรัปต์ tokenomics คณาธิปไตยสามารถกำหนดราคาได้ ให้ประโยชน์แก่บางชนชั้น หรือจำกัดอุปทาน (supplies) ที่มีอยู่กับประชาชนทั่วไป สิ่งนี้ทำลายกฎอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายให้กับคนส่วนมาก ในขณะที่คนส่วนน้อยได้ประโยชน์

อย่างไรก็ตาม มันสำคัญที่จะรับทราบถึงข้อเท็จจริงที่ว่า DAOs หลายๆที่ไม่ได้ใช้แนวทางประชาธิปไตยเพราะขาดการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน ซึ่งบังคับให้ผู้ริเริ่มหลักของ DAOs เข้าร่วมการลงคะแนนโหวตในประเด็นที่สำคัญ
แนวทางทุนนิยม
อาณาจักรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ (จักรวรรดิดัตช์ จักรวรรดิอังกฤษ สหรัฐอเมริกา และจีนสมัยใหม่) ได้ใช้แนวทางทุนนิยมเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ขยันขันแข็งให้มาลงทุนและคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อขยายขอบเขตความเป็นไปได้ในการผลิตDAOs ได้ให้เงินช่วยเหลือและเงินรางวัลเพื่อจูงใจให้ผู้เข้าร่วมสร้างผลงานให้กับ DAOs ซึ่งเป็นแนวทางทุนนิยมตามธรรมชาติอยู่แล้ว นี่เป็นแนวทางที่ถูกจัดว่ามีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับ DAOs ดังนั้นสเต็ปต่อไปที่เราต้องคิดหาวิธีคือ รูปแบบไหนดีที่สุดที่จูงใจการมีส่วมร่วมสนับสนุนจากปัจเจคบุคคลในสาขาที่พวกเขาเชี่ยวชาญได้มากที่สุด
เรย์ ดาลิโอ, ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates, เป็นผู้ริเริ่มความคิดระบบความคิดใครดีใครได้ขึ้นมา — เป็นระบบที่นำคนฉลาดและนักคิดอิสระเข้ามารวมด้วยกันและเห็นต่างกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ได้ความคิดส่วนร่วมที่ดีที่สุด และหาทางออกให้ความเห็นที่ต่างกันในทางที่เชื่อถือได้และมีน้ำหนัก

ระบบความคิดใครดีใครได้ คือระบบปกครองที่ดีที่สุดเพราะว่ามันไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนได้รางวัลเหมือนกันโดยไม่สนผลลัพท์ของคนๆนั้น มันไม่ใช่ระบอบอัตตาธิปไตยเช่นกัน ที่คนเข้าร่วมได้รางวัลตามชนชั้นทางสังคม ดังนั้นสเต็ปต่อไปสำหรับ DAOs ที่ต้องทำความเข้าใจวิธีที่จะปกครองให้มีประสิทธิภาพคือออกแบบระบบปฏิบัติการอัตโนมัติที่อิงตามระบบความคิดใครดีใครได้นี้เอง
การที่ไม่มีข้อกำหนดและข้อบังคับเฉพาะที่ต้องปฏิบัติตาม DAOs ระยะเริ่มต้นมีความคล่องตัวสูงในด้านส่วนประกอบไหนของ Web3 ที่จะมีปฏิสัมพันธ์และปกครองด้วย ถึงแม้ว่า DAOs บางส่วนพยายามที่จะปฏิบัติตามกฎของ ก.ล.ต ซึ่งมันก็ยังไม่ชัดเจนในขณะนั้น ระบบของการปกครองและชุดเครื่องมือใช้ความสัมพันธ์กับความสามารถของ DAOs ในการขยายตัวและระดับความแข็งแกร่งของการกระจายอำนาจ
อย่างไรก็ตาม คุณลักษณะของ Web3 พัฒนาไปเร็วมาก และชุดเครื่องมือที่ถูกพิจารณาว่าเร็วและมีประสิทธิภาพในวันนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ในเร็ววัน DAOs ควรใช้โครงสร้างที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพในการบูรณาการและการกำกับดูแล และเพื่อที่จะบรรลุผลลัพธ์ที่ดีที่สุด DAOs ควรที่จะจูงใจผู้เข้าร่วมที่ดีที่สุดที่จะเสนอเครื่องมือที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้เพื่อเอาไปใช้ในเวลาที่เหมาะสม

ด้านล่างคือภาพของเบรดบอร์ด ต้องขอบคุณแถวและคอลัมน์ของคลิปสปริงที่เชื่อมต่อภายในภายใต้โครงพลาสติกที่เจาะรู เบรดบอร์ดทำให้นักพัฒนาเชื่อมต่อส่วนประกอบหรือสายไฟได้อย่างง่ายดาย สำหรับตัวผู้เขียนแล้ว DAOs ในอุดมคตินั้นดูเหมือนเบรดบอร์ด และในทางกลับกัน ควรทำงานให้เหมือนกัน DAOs ควรมีความยืดหยุ่นสูงในแง่ของการใช้เครื่องมือและความเข้ากันได้ในรูปแบบของการปกครอง

นอกจากนี้แล้ว DAOs ควรเปิดใจให้กว้างต่อผู้เข้าร่วมที่ไม่ได้เป็นตามแบบแผน ยกตัวอย่างเช่น OpenSea ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการเพิ่มผู้ใช้งานที่ไม่ได้เคยใช้มาก่อน โดยการจัดหาตลาด NFT แบบรวมศูนย์มาให้พวกเขาใช้ ในขณะที่มีข้อกังวลเรื่องระดับของการรวมศูนย์และข้อเสียด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ OpenSea ประสบความสำเร็จในการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน (ส่วนมากเป็นคนที่ไม่เคยใช้มาก่อน) บนระบบนิเวศ Ethereum มากกว่าแพลตฟอร์ต Defi ส่วนใหญ่ซะอีก
DAOs ต้องรักษาความโปร่งใสและการมองเห็นในด้านการตัดสินใจและการไหลของเงินทุน ทั้งในและนอกคอมมู ซึ่งเป็นการกระทำที่เกี่ยวพันกันเป็นปกติอยู่แล้ว เครื่องมือ DAO ในระยายยาวนั้น ควรช่วยทำให้การกำกับดูแลแบบกระจายอำนาจเป็นไปโดยอัตโนมัติ
Gnosis Safe — กระเป๋าเงินสัญญาอัจฉริยะ ทำงานบน Ethereum ที่ต้องการจำนวนคนขั้นต่ำในการอนุมัติธุรกรรมก่อนที่จะเกิดการอนมัติ (M-of-N)
Snapshot — เครื่องมือลงคะแนนเสียงแบบกระจายอำนาจ
EthSign — แพลตฟอร์มการลงนามข้อตกลงและการดำเนินการแบบกระจายอำนาจ และ On Chain MirrorTable สร้างบน Ethereum
Dework — กระจายอำนาจการจัดการงานและการจ่ายเงินรางวัล
Mirror — แพลตฟอร์มการเผยแพร่งานเขียนแบบกระจายอำนาจบน Ethereum
Juicebox — Kickstarter ที่เป็นในรูปแบบการกระจายอำนาจที่มำให้โครงการต่างๆสามารถระดมทุนจากคอมมูได้ ขับเคลื่อนโดยสัญญาอัจฉริยะที่เป็นสาธารณะบน Ethereum
Sarcophagus — สวิตช์ Deadman (สวิตช์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อถูกใช้ในตอนที่ผู้ดำเนินการไม่สามรถดำเนินการได้) แบบกระจายอำนาจที่สร้างขึ้นบน Ethereum และ Arweave
Aragon — การสร้างและการกำกับดูแล DAO แบบไร้ความยากลำบาก
และอื่นๆอีกมากมาย
สัญญาอัจฉริยะในตอนแรกเริ่มถูกใช้เพื่อออกและมอบหมายสิทธิแก่บล็อกเชนโทเค็น ต่อมานักพัฒนาของ Oracle เริ่มใช้ประโยชน์จากสัญญาอัจฉริยะพวกนี้เพื่อสร้างสัญญาอัจฉริยะแบบไฮบริด โดยใช้ประโยชน์จากการคำนวนแบบ Off Chain และข้อมูลภายนอกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของแอปพลิเคชันที่กระจายอำนาจเช่น Uniswap
ยุคใหม่ของสัญญาอัจฉริยะได้มาถึงแล้วในฐานะเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานที่ขาดหายไปซึ่งเรียกกันว่า คีปเปอร์ หรือ ผู้รักษา, ผู้ดูแลนั่นเอง ธรรมชาติของโค๊ดสัญญาอัจฉริยะระบุว่า “ถ้าเหตุการณ์ x เกิดขึ้น ให้เปิดใช้ การปฏิบัติการ y” อย่างไรก็ตาม สัญญาอัจฉริยะเหล่านี้ไม่สามารถดำเนินการได้เองได้โดยปราศจากการถูกเปิดใช้งานโดยการทำธุรกรรมแบบ On Chain มันมีหลายกรณีมากที่สัญญาอัจฉริยะเหล่านี้ต้องปฏิบัติการแบบ On Chain เพื่อที่จะรักษาอายุการใช้งานของโปรโตคอล โดยไม่ต้องมีการโต้ตอบกับผู้ใช้โดยตรงเพื่อดำเนินการ ผู้ดูแลช่วยแก้ไขปัญหานี้โดยจูงใจ EOAs ให้ดำเนินการกระตุ้นการทำงานของสัญญาอัจฉริยะตามเงื่อนไขการดำเนินการกระตุ้นที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เงื่อนไขต่างๆถูกกำหนดไว้ในงานและถูกส่งโดยทีมพัฒนา, DAO, หรือผู้ใช้งานโปรโตคอลนั้นๆ ไปยังเครือข่ายผู้ดูแลของ Chainlink พร้อมกับรางวัล ซึ่งขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของผู้ดูแล

ตัวอย่างที่สำคัญของสัญญาอัจฉริยะยุคใหม่ที่ใช้งาน dApp คือแดชบอร์ดการลงทุน DAO แบบ KPI ที่ทีม EthSign กำลังทำงานอยู่ ซึ่งกรณีการใช้งานตัวโปรดักท์ของข้อตกลงที่ชาญฉลาด (Smart Agreement) ที่กว้างขวางได้ใช้ประโยชน์สูงสุดของ “คีปเปอร์ (ผู้ดูแล)” เพื่อที่จะเพิ่มผู้ใช้งานให้มากขึ้น dApps ต้องพัฒนาหน้าการใช้งานที่เข้าใจง่ายที่ทำให้ผู้ใช้งานมีปฏิสัมพันธ์กับสัญญาอัจฉริยะแบบที่พวกเขาไม่ทันสังเกต EthSign Signatures คือตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมสำหรับสิ่งนี้เช่นกัน ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมี native tokens เพื่อที่จะใช้งานบริการ EthSign บนเชนที่เลือกให้การสนับสนุนเรื่อง gas
เนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์กับสัญญาอัจฉริยะแล้ว DAOs ในตอนนี้มีความคล่องตัวและความสามารถสูงมากขึ้นในด้านของการเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมที่ไม่ได้ใช้ native cypto ให้กว้างมากขึ้นไปจนถึงรูปแบบการควบคุมดูแล ดังนั้นแล้ว คำว่า “อิสระ” “อัตโนมัติ” อธิบาย DAOs ที่พึ่งพาตนเองที่ดำเนินงานโดยใช้เครื่องมือการกำกับดูแลได้อย่างสมบูรณ์แบบ การคิดค้นชุดเครื่องมือของ DAOs นั้นโคตรที่จะสำคัญ เพราะว่ามันทำให้ DAOs ดำเนินงานได้โดยปราศจากกลุ่มนิติบุคคลแบบรวมศูนย์ ทำให้คอมมูของ DAOs เติบโตและขยายขนาดได้นั่นเอง
ในขณะที่พื้นที่ของสิ่งเหล่านี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ให้คำนึงถึงแก่นหลักที่ชี้นำสิ่งเหล่านี้มาจากจุดเริ่มต้น: ความเข้ากันได้ (compatibility), ความไม่ไว้วางใจ (trustlessness), และที่สำคัญที่สุด การกระจายอำนาจ (decentralization)
References
Dalio, Ray. The Changing World Order. Simon & Schuster, 2021.
“Democracy or Plutocracy? — America’s Existential Question.” CIRSD, https://www.cirsd.org/en/horizons/horizons-autumn-2020-issue-no-17/democracy-or-plutocracy---americas-existential-question.
“Introduction to Chainlink Keepers: Chainlink Documentation.” Chainlink Developers, https://docs.chain.link/docs/chainlink-keepers/introduction/.
เข้ามาติดตามเข้ามาพูดคุยกับ SnakeDAO กันครับ
Twitter : https://twitter.com/SnakeDAOproject
Discord : SnakeDAO
Support snakeDAO : Debank profile https://debank.com/profile/0xd803589968d4dcd57a97d897693c45c8bb753b16
No activity yet