Subscribe to NZ Research
Subscribe to NZ Research
<100 subscribers
<100 subscribers
Share Dialog
Share Dialog



ด้วยข้อจำกัดด้านการ Scale Up ของ Ethereum ในปัจจุบัน กำลังขัดขวางนวัตกรรม dApp ในการเข้าสู่ Mass Adoption และเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ถึงความเป็นไปได้ในการไปประยุกต์ใช้แทนระบบที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน (Non-blockchain system)
Eclipse ได้บอกใน Twitter Post ว่าเป็น Ethereum เร็วที่สุดบน Layer 2 ที่ผนวกรวมข้อดีของแต่ละส่วนของ Modular Stack เข้าไว้ด้วยกัน ดังนี้
1.1 Settlement Layer — Ethereum
การบันทึกธุรกรรมบน Ethereum ทำให้ Eclipse มีความปลอดภัยที่อยู่ในระดับสูง เนื่องจากการทำธุรกรรม (Transaction) ที่เกิดขึ้นนั้นจะได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐานของ Ethereum Layer1 และจะใช้ Ethereum เป็น Gas Token
1.2 Execution Layer — Solana Virtual Machine (SVM)
ด้วยเทคโนโลยี SVM ทำให้ Eclipse สามารถทำธุรกรรมด้วยความรวดเร็วและมีค่าธรรมเนียมที่ถูก
- SVM ทำให้การทำธุรกรรมต่างๆเกิดขึ้นเป็น Parallel (คำสั่งถูกส่งไปบันทึกพร้อมๆกัน) ซึ่งจะช่วยทำให้มีประสิทธิภาพและเพิ่มความเร็วในการประมวลผลของระบบได้ดียิ่งขึ้น
- SVM สามารถช่วยให้ค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วบนช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่นการ Mint NFT จะไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนที่เหลือของระบบ Blockchain

1.3 Data Availability — ใช้การบันทึกข้อมูลต่างๆ บน Celestia เพื่อ Scalable Data Availability (DA)
1.4 Proving — RISC Zero ด้วยเทคโนโลยี Zero Proof ทำให้สามารถตรวจสอบการ Fraud ได้ โดยไม่มี Intermediate State Serialization

ด้วยความแตกต่างของ Eclipse ที่ใช้เทคโนโลยี SVM ผนวกกับ Optimistic Rollup รวมทั้ง ZK Rollup ที่คาดว่าจะถูกนำมาใช้ในอนาคต เมื่อทุกอย่างทำงานทำงานผสานกันอย่างสอดคล้อง ทำให้ Eclipse มีความโดดเด่นกว่า Layer2 Blockchain อื่นๆ อย่างเช่น
- Scalability & Speed: ด้วยเทคโนโลยี SVM การ Scale up สามารถทำได้ง่ายกว่าเนื่องจาก Transaction ต่างๆที่เกิดขึ้น สามารถดำเนินการได้พร้อมกัน (Parallel) โดยไม่ต้องดำเนินการตามลำดับ (Sequential)
- Local Fee Markets: Transaction ต่างๆที่เกิดขึ้น บน Eclipse สามารถการันตีได้ว่าเมื่อมีธุรกรรมหนาแน่นบน dAPP แห่งหนึ่ง จะไม่สงผลต่อ Fee ที่เกิดขึ้นโดยรวมบน Blockchain

- Metamask Snaps: ปัญหาที่ผู้ใช้งานต้องติดตั้งหลาย Wallet Extension บน Browser จะหมดไป เมื่อ Eclipse สามารถใช้งานบน Metamask หรือ Salmon ซึ่งเป็น Non-Custodial Wallet ที่ทางทีมงานสร้างขึ้น ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งาน Metamask บน Solana ได้ โดยไม่ต้องพึ่งพา Solana Compatible Wallet อย่าง Phantom, Solflare หรือ Backpack
- DA Scaling จากการสนับสนุน Light Node Support ของ Celestia ช่วยให้ Eclipse สามารถรักษาความมีเสถียรภาพและความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพื่อรองรับ Transaction ที่อาจจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญได้ในอนาคต

ล่าสุดทาง Eclipse ระดมทุนเพิ่มได้ $50M เมื่อเดือนมีนาคม 2024 และมี VC ชั้นนำมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Polychain Capital, Delphi Ventures, Fenbushi Capital และ Venture Capital Top Tier อื่นๆ ทำให้ตอนนี้ Eclipse ระดมทุนรวมกันไปแล้วมากถึง $65M
ด้วยการระดมทุนที่สูงระดับนี้ ทำให้ Eclipse เป็นหนึ่งในโปรเจค Top Tier ที่น่าสนใจและน่าจับตามองที่สุดในปี 2024
- A Dominant L2 Solution for Ethereum: Eclipse เป็นแพลตฟอร์มอันดับต้น ๆ สำหรับการสร้าง dApp ที่สามารถ Scale Up ได้ และปลอดภัยบนบล็อคเชน Ethereum โดยการใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของทั้ง Ethereum และ Solana ซึ่งจะกลายเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
- A Catalyst for Innovation in DeFi: เทคโนโลยีของ Eclipse อาจปูทางไปสู่ dApp รูปแบบใหม่ ๆ ที่สร้างสรรค์ในหลายภาคส่วน ไม่เพียงแค่ DeFi เท่านั้น
- A Thriving Ecosystem: Eclipse มองเห็นตัวเองเป็น Hub ของ Developer ที่ส่งเสริมการทำงานร่วมกันและการสร้างเครื่องมือและบริการใหม่ที่ทรงพลังสำหรับแวดวงบล็อคเชน
ทีมงาน Eclipse จะเปิดตัว Mainnet ในไตรมาสที่สองของปีนี้ ซึ่งในขณะนี้ได้เปิดตัว Devnet และ Testnet เป็นที่เรียบร้อยแล้วบน Protocol ของโปรเจคเอง และวางแผนที่จะเปิดตัว dApp บน Mainnet ที่ร่วมมือกับทาง Rarible, Pyth Network และ Solend ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2024
โดยรวมนั้น Eclipse เป็น Layer 2 Blockchain ที่น่าสนใจทีเดียว ด้วยการเอาความโดดเด่นของ modular stack แต่ละส่วนต่างๆ มารวมเข้าด้วยกัน ทำให้ Eclipse น่าจะเป็นหนึ่งใน Blockchain ที่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Scalability, Speed, Security รวมทั้ง Fee ที่สูงจนเป็นปัญหาใหญ่ในการทำ Mass Adoption
ท่านที่สนใจศึกษา Project Eclipse เพิ่มเติม สามารถดูรายละเอียดได้
ดัง Link ข้างล่าง
Official website: https://www.eclipse.builders/
Mirror: https://mirror.xyz/eclipsemainnet.eth
Docs: https://docs.eclipse.xyz/
Twitter: https://twitter.com/EclipseFND
Discord: https://discord.gg/eclipse-labs
Telegram: https://t.me/eclipse_labs

NZ Research
Medium: NZ Research
Twitter: NZ Research
Paragraph: https://paragraph.xyz/@nzresearch
Website: https://nzlab.co/

ด้วยข้อจำกัดด้านการ Scale Up ของ Ethereum ในปัจจุบัน กำลังขัดขวางนวัตกรรม dApp ในการเข้าสู่ Mass Adoption และเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ถึงความเป็นไปได้ในการไปประยุกต์ใช้แทนระบบที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน (Non-blockchain system)
Eclipse ได้บอกใน Twitter Post ว่าเป็น Ethereum เร็วที่สุดบน Layer 2 ที่ผนวกรวมข้อดีของแต่ละส่วนของ Modular Stack เข้าไว้ด้วยกัน ดังนี้
1.1 Settlement Layer — Ethereum
การบันทึกธุรกรรมบน Ethereum ทำให้ Eclipse มีความปลอดภัยที่อยู่ในระดับสูง เนื่องจากการทำธุรกรรม (Transaction) ที่เกิดขึ้นนั้นจะได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐานของ Ethereum Layer1 และจะใช้ Ethereum เป็น Gas Token
1.2 Execution Layer — Solana Virtual Machine (SVM)
ด้วยเทคโนโลยี SVM ทำให้ Eclipse สามารถทำธุรกรรมด้วยความรวดเร็วและมีค่าธรรมเนียมที่ถูก
- SVM ทำให้การทำธุรกรรมต่างๆเกิดขึ้นเป็น Parallel (คำสั่งถูกส่งไปบันทึกพร้อมๆกัน) ซึ่งจะช่วยทำให้มีประสิทธิภาพและเพิ่มความเร็วในการประมวลผลของระบบได้ดียิ่งขึ้น
- SVM สามารถช่วยให้ค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วบนช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่นการ Mint NFT จะไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนที่เหลือของระบบ Blockchain

1.3 Data Availability — ใช้การบันทึกข้อมูลต่างๆ บน Celestia เพื่อ Scalable Data Availability (DA)
1.4 Proving — RISC Zero ด้วยเทคโนโลยี Zero Proof ทำให้สามารถตรวจสอบการ Fraud ได้ โดยไม่มี Intermediate State Serialization

ด้วยความแตกต่างของ Eclipse ที่ใช้เทคโนโลยี SVM ผนวกกับ Optimistic Rollup รวมทั้ง ZK Rollup ที่คาดว่าจะถูกนำมาใช้ในอนาคต เมื่อทุกอย่างทำงานทำงานผสานกันอย่างสอดคล้อง ทำให้ Eclipse มีความโดดเด่นกว่า Layer2 Blockchain อื่นๆ อย่างเช่น
- Scalability & Speed: ด้วยเทคโนโลยี SVM การ Scale up สามารถทำได้ง่ายกว่าเนื่องจาก Transaction ต่างๆที่เกิดขึ้น สามารถดำเนินการได้พร้อมกัน (Parallel) โดยไม่ต้องดำเนินการตามลำดับ (Sequential)
- Local Fee Markets: Transaction ต่างๆที่เกิดขึ้น บน Eclipse สามารถการันตีได้ว่าเมื่อมีธุรกรรมหนาแน่นบน dAPP แห่งหนึ่ง จะไม่สงผลต่อ Fee ที่เกิดขึ้นโดยรวมบน Blockchain

- Metamask Snaps: ปัญหาที่ผู้ใช้งานต้องติดตั้งหลาย Wallet Extension บน Browser จะหมดไป เมื่อ Eclipse สามารถใช้งานบน Metamask หรือ Salmon ซึ่งเป็น Non-Custodial Wallet ที่ทางทีมงานสร้างขึ้น ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งาน Metamask บน Solana ได้ โดยไม่ต้องพึ่งพา Solana Compatible Wallet อย่าง Phantom, Solflare หรือ Backpack
- DA Scaling จากการสนับสนุน Light Node Support ของ Celestia ช่วยให้ Eclipse สามารถรักษาความมีเสถียรภาพและความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพื่อรองรับ Transaction ที่อาจจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญได้ในอนาคต

ล่าสุดทาง Eclipse ระดมทุนเพิ่มได้ $50M เมื่อเดือนมีนาคม 2024 และมี VC ชั้นนำมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Polychain Capital, Delphi Ventures, Fenbushi Capital และ Venture Capital Top Tier อื่นๆ ทำให้ตอนนี้ Eclipse ระดมทุนรวมกันไปแล้วมากถึง $65M
ด้วยการระดมทุนที่สูงระดับนี้ ทำให้ Eclipse เป็นหนึ่งในโปรเจค Top Tier ที่น่าสนใจและน่าจับตามองที่สุดในปี 2024
- A Dominant L2 Solution for Ethereum: Eclipse เป็นแพลตฟอร์มอันดับต้น ๆ สำหรับการสร้าง dApp ที่สามารถ Scale Up ได้ และปลอดภัยบนบล็อคเชน Ethereum โดยการใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของทั้ง Ethereum และ Solana ซึ่งจะกลายเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
- A Catalyst for Innovation in DeFi: เทคโนโลยีของ Eclipse อาจปูทางไปสู่ dApp รูปแบบใหม่ ๆ ที่สร้างสรรค์ในหลายภาคส่วน ไม่เพียงแค่ DeFi เท่านั้น
- A Thriving Ecosystem: Eclipse มองเห็นตัวเองเป็น Hub ของ Developer ที่ส่งเสริมการทำงานร่วมกันและการสร้างเครื่องมือและบริการใหม่ที่ทรงพลังสำหรับแวดวงบล็อคเชน
ทีมงาน Eclipse จะเปิดตัว Mainnet ในไตรมาสที่สองของปีนี้ ซึ่งในขณะนี้ได้เปิดตัว Devnet และ Testnet เป็นที่เรียบร้อยแล้วบน Protocol ของโปรเจคเอง และวางแผนที่จะเปิดตัว dApp บน Mainnet ที่ร่วมมือกับทาง Rarible, Pyth Network และ Solend ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2024
โดยรวมนั้น Eclipse เป็น Layer 2 Blockchain ที่น่าสนใจทีเดียว ด้วยการเอาความโดดเด่นของ modular stack แต่ละส่วนต่างๆ มารวมเข้าด้วยกัน ทำให้ Eclipse น่าจะเป็นหนึ่งใน Blockchain ที่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Scalability, Speed, Security รวมทั้ง Fee ที่สูงจนเป็นปัญหาใหญ่ในการทำ Mass Adoption
ท่านที่สนใจศึกษา Project Eclipse เพิ่มเติม สามารถดูรายละเอียดได้
ดัง Link ข้างล่าง
Official website: https://www.eclipse.builders/
Mirror: https://mirror.xyz/eclipsemainnet.eth
Docs: https://docs.eclipse.xyz/
Twitter: https://twitter.com/EclipseFND
Discord: https://discord.gg/eclipse-labs
Telegram: https://t.me/eclipse_labs

NZ Research
Medium: NZ Research
Twitter: NZ Research
Paragraph: https://paragraph.xyz/@nzresearch
Website: https://nzlab.co/
No activity yet