Cover photo

ตีความ Meta Connect 2022 จากมุมมองที่อิงกับ NFT🌐

แต่ไงเราก็มาพูดคร่าวๆกันก่อน ว่ามีประเด็นอะไรบ้าง, หลักๆคือ:

  • อัพเดทความก้าวหน้าของ ecosystem จากปริมาณที่เพิ่มขึ้นของ user และ creator ที่อิงจาก VR related app ต่างๆบน store ของเค้าครับ โดยเฉพาะ app ที่เป็น social app

  • VR headset โมเดลใหม่อย่าง Quest Pro ที่เน้นการทำงานครับ; นอกจากประสิทธิภาพด้านภาพ/กราฟฟิคที่ดีขึ้นตามปกติที่ควรจะเป็น, sensitivity ก็มากขึ้น, interact ได้ลื่นขึ้นสำหรับการทำงานออกแบบต่างๆ เป็นต้น

Meta Quest Pro ! (มีพรีออเดอร์แล้วนะครับ, $1599)
Meta Quest Pro ! (มีพรีออเดอร์แล้วนะครับ, $1599)

- ทั้งนี้ ยังมีการร่วมพัฒนากับทาง Microsoft (Nadella โผล่มาใน presentation นี้ด้วย) โดย tools ต่างๆ (365/Azure/Team) ก็จะซัพพอร์ตกับระบบต่างๆของ Meta Quest ด้วยครับ อีกหนึ่งบริษัทที่มีสวนร่วมก็คือ Accenture (consulting) ที่กำลังเดินหน้ามามีส่วนร่วมการทำความเข้าใจความเป็นไปได้ทางธุรกิจต่างๆใน ‘the metaverse’ เต็มตัว เนื่องจากมีสมมุติฐานที่ว่าสิ่งนี้จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานในโลกอนาคตเป็นอย่างมากครับ

post image

- การอัพเกทรด avatar ใน horizon (social universe ของ Meta) ที่สมจริงขึ้น seamless ทาง expression ขึ้น และมีขาครับ ! (torso), ทั้งยังมี SDK ให้โมฯสำหรับเหล่า creator/artist ด้วย, Adobe ก็เข้ามามีส่วนร่วมด้วยครับ สำหรับ dev tools ต่างๆ (ทั้งนี้ก็ยังซัพพอรต Unreal Engine ด้วยนะ)

post image

- การเดินหน้าทาง AR (augmented reality) โดยการอัพเกรดแว่น AR กับทาง RayBan ครับ (ในชื่อ RayBan Stories), อันนี้ไม่ค่อยมีอะไรครับ

post image

- EMG (Electromyography; Neuro-Muscular Singals) ในส่วนที่เป็น controller; ก็คืออุปกรณ์จะอ่าน gesture มือ/แขนเราเพื่อเป็นการควบคุม AR ครับ (ส่วนตัวผมชอบอันนี้มาก ดูในคลิปช่วง 1:07:00 เป็นต้นไป สะดวกมากๆเลย)

post image

กลับมาถึงความเป็นไปได้กับ NFT กันครับ: สิ่งนึงที่ผมสังเกตุได้ตลอดคือ ตลอดชั่วโมงกว่า ไม่มีการพูดถึง NFT หรือ Blockchain เลยสักนิด แม้แต่ทางอ้อม ซึ่งก็ไม่แปลกใจนะ ผมเข้าใจเค้าต้องการตีตัวออกห่างสิ่งเหล่านี้ก่อน คือไม่ต้องการสร้างความสับสนที่อาจเกิดขึ้นได้ให้ ‘normal’ audience แถมจากเหตุผลด้วยภาพลักษณ์ที่ค่อนข้างจะไม่ดี อย่างที่เรารู้ๆกัน (ทุกวันนี้แอดยังไม่อยากพูดคำว่าคริปโตฯโดยไม่จำเป็นกับคนนอก space เลยด้วยครับ เพราะมัน imply ความหมายเชิงลบไปแล้ว)

แต่การไม่พูดถึง ณ ตอนนี้ ไม่ได้ความหมายว่าจะไม่มีสิ่้งเหล่านี้ integrated ครับ เนื่องจากมี hint ชัดๆหลายจุดเหมือนกัน ที่ค่อนข้างชัดว่านี่คือ role ของ NFT อย่างปฏิเสธไม่ได้เลย (provenance & ownership); มาดูกันครับ

  1. team lead คนนึงได้พูดถึง ownership สำหรับสิ่งต่างๆใน horizon, ซึ่งในที่นี่คือ personal space ครับ, ตรงนี้อาจสื่อว่า furniture ต่างๆอาจมี tradability บางอย่างก็เป็นได้ครับ (‘ ..you should feel the same level of comfort and OWNERSHIP as you do in your home in physical world’)

  2. ..putting people at the center of everything we build.. ‘ — zuckerberg, ตรงนี้อาจหมายถึงการให้มี element ของ web3 มากขึ้นครับ (เห็นแบบนี้ มันก็ดีกับเค้าด้วยครับ เค้าจะได้เก็บข้อมูลเราเนียนขึ้น ละเอียดขึ้น ฮ่า)

  3. mark เองพูดถึง openness หลายรอบมาก, บอกว่าปัญหานึงของ closed system คือคนจะไหลออกจาก platform เก่าไปใหม่เรื่อยๆ แต่ open ecosystems จะมีลักษณะของความช่วยกันสร้าง การทำงานร่วมกัน (อย่างที่เห็น จับมือกับ Microsoft ร่วมพัฒนาเลย) ซึ่งก็จะทำให้ participants มี upside ในทุกๆด้านมากขึ้น, มีความเป็น oneness มากขึ้นครับ (interoperability คือแก่นของ the metaverse, หากปราศจากสิ่งนี้ มันก็จะเป็นแค่ closed-platform นึงของบริษัทๆนึงเท่านั้นครับ ไม่ต่างกับทื่ผ่านมาที่มีมานานแล้ว) ตอนท้าย mark ก็ย้ำชัดเลย: ‘i strongly believe that an open ‘INTEROPERABLE’ metaverse built by many different developers and companies is going to be better for everyone’ (01:23:16)

ดังนั้นเมื่อคิดร่วมกับข่าวการรองรับ NFT บน ETH/Flow/Matic โดย Instagram ที่ออกมาราวเดือนก่อน, ก็เป็นไปได้ครับว่าอาจมี some kind of interoperability บางอย่างในอนาคต เพียงแต่ว่าจะมาในรูปแบบไหนเท่านั้นเองครับ

ใครสนใจไปดูตัวเต็มได้ครับ แต่ก็แปลกดี คนดูยังแค่ 30K เองครับ 55 หลายคนคงไม่ชอบหรือไม่ buy in จริงๆ ไหนจะตลาดหมีทาง NFT และเศรษฐกิจโลกอีก

post image