NFTs & The Metaverse research partially done by AI while writing is 100% by human)
NFTs & The Metaverse research partially done by AI while writing is 100% by human)

Subscribe to Thailand JPEG Holder

Subscribe to Thailand JPEG Holder
<100 subscribers
<100 subscribers
Share Dialog
Share Dialog


เหตุการณ์เหล่านี้บ่งบอกถึงคุณบ้างหรือเปล่า
มิ้นฟรี Cryptopunk ไม่ทันใน 2017 (หลายคนตอนนั้น, NFT คืออะไร?)
มิ้น BAYC 0.08e ไม่ทันต้นปี 2021
Cyberkongz กับ Pixel Vault Meta Hero ก็ยังลังเล
Art Blocks หลายตัวแรกๆก็ไม่รู้การมีตัวตนของมัน
ปลายปี 2021 ต่อมาก็ตกรถ CloneX อีก ไม่ก็มืออ่อน
Azuki ก็พลาดอีก หาว่ามิ้นแพง
Moonbirds ก็อด raffle, แถมไม่ยอมเข้าตอนมัน single digit จนมันไปเกือบ 40E .
ยิ่งช่วงขาลงตั้งแต่ต้นปี 2022 มา ถึงแม้ตลาดจะย่อยยับ แต่รถไฟมาหลายขบวนมากจริงๆ หากสังเกุตดีๆ
Mfers ก็หาว่าขี้ก้าง ปั่น ขึ้นไปได้ไง 4-5E
ก้อบลินต้อนรับตลาดหมี ฟรีมิ้นที่ไปถึง 8E ก็อด
WAGDIE ฟรีมิ้นที่ไปเกือบ 2E ก็พลาด
God Hate NFT ก็ซื้อไม่ลง เพราะมีแต่คนแช่ง (55)
Renga ก็หาว่าเขาทีมมีปัญหา
Reddit ก็พลาด ไม่รู้จักด้วยซ้ำ
ไหนจะ Creeps, Okay Bears, 8LIEN, Raft ฯลฯ อีกมากมาย แอดก็นึกมาเขียนไม่หมด วันก่อนล่าสุดก็ Dori

ทั้งหมดนี้มันสะท้อนได้ว่า แม้ในช่วงที่ความสนใจเบนไปที่อื่น มันยังมีโอกาสการทำเงินและได้เรียนรู้อยู่เสมอครับ ซ้ำยังดีเสียอีกในหลายๆกรณี เพราะนี่หมายถึงบางอย่างอาจ discount และเพิ่มโอกาสให้เราเป็นต้นสายด้วย
อย่าลืมนะครับ อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับโลกการเงิน ที่หลักทรัพยใดๆ (จริงๆ NFT ไม่ใช่หลักทรัพย (security) นะครับ แต่ ณ ที่นี้เราพูดให้เข้าใจหลักการ ในแง่ที่มันเป็นอะไรสักอย่างที่เราหวังลงเงินไปแล้วได้กลับมามากขึ้น) อาศัยการ leverage เงินคนอื่นนั้น การจะทำเงิน เราต้องไม่เป็นคนส่วนมาก ถ้าเป็นคนส่วนมาก ก็จะเป็น exit liquidity ครับ NFT Trading Space ก็ไม่ต่างกับตลาดหุ้นในส่วนนี้ คือมีคนได้เสียเงินมากกว่าได้ (capital gain) ถ้าพอจะ relate หลายๆอย่างข้างบน แอดพบว่ามีข่าวดีและข่าวร้ายของกรณีนี้ครับ
ข่าวร้ายที่ว่าคือ ถ้าคุณตกรถบ่อยๆ อนาคตก็คุณก็จะตกรถอีกเหมือนเดิม แม้อนาคตก็จะมีตัวที่เป็นโอกาสทำเงินมากมาย แบบข้างบน หรือยิ่งกว่า แต่คุณก็มีแนวโน้มที่จะตกรถอีก พลาดแล้วพลาดอีกซ้ำเดิมอยู่ดี ถ้ายังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมในตลาด (ส่วนคนที่ขึ้นรถทัน ทำเงินได้สม่ำเสมอ ก็จะทำเงินได้เรื่อยๆอยู่แบบนั้น) มนุษย์เราจริงๆแล้วมีพฤติกรรมเป็น pattern ซ้ำๆ แค่รายละเอียดต่างกันนิดหน่อย จนเราคิดว่ามันต่างออกไปครับ พูดง่ายๆคือถ้าเราไม่จัดการกับมันอย่างจริงจัง เปลี่ยนวิธีคิดหรือนิสัย เราก็จะเจอไอแพทเทิร์นหรือเหตุการณ์ที่มีหลักการแบบเดิม ที่เราพลาดซ้ำๆไปเรื่อยๆ จนออกมาเป็นผลลัพธการตกรถบ่อยๆนั่นเอง
หากพลาดจากการเกิดขึ้นจังหวะในที่เราเห็นทันแรกๆพอดี อันนี้อาจจะต้องกลับมาดูที่ตัวเองครับ ว่าเป็นเพราะอะไร ทำไมถึงไม่เข้า ทำไมถึงโดน FUD ต่างๆนาๆ เช่นตัวประหลาดๆบางตัว ทีทรงมันเหมือน rug จัดๆ อุบาทจัดๆ ปั่นจัดๆ แล้วตอนมัน 0.1 เราก็มองว่า เดียวก็โดนทุบ ดูุถูกมันต่างๆ ขณะที่ความจริงในไม่กี่วันต่อมามันขึ้นไปถึง 2E, แล้วๆหลายคนที่พลาด ก็ได้แต่นั่ง bitter และ 'รู้งี้' (บางคนพลาดซ้ำหนักอีก เสียระบบตัวเอง กลายเป็น FOMO เข้ายอดไปเป็น exit liquidity ดอยตลอดชั่วกาลปาวสานอีก)
ตลาดกำหนด value ของมันเสมอ ถ้าเราไม่ทำเงิน หรือเสียเงิน แสดงว่าเราไม่ได้ฉลาด และเรามีความคิดบางอย่างที่มีปัญหา อย่างกรณี NFT degen ที่พุ่งเกินคาดหลายๆตัว ที่เรามองว่ามันไม่สมเหตุสมผลอย่างมาก แท้จริงแล้ว มันอาจมีความสมเหตุสมผลจากลักษณะของธรรมชาติตลาดอยู่; NFT space ช่วงแรกๆเป็นพื้นที่ที่มีการเก็งกำไรสูงมาก มันอยู่กับจินตนาการและ culture ครับ (อนาคตสิ่งนี้จะหายไปเรื่อยๆ แต่ก็มีเงื่อนไขที่เป็นคุณลักษณะใหม่ๆเข้ามาแทนอยู่ดี) ในช่วงที่ตลาดยังไม่มี mature แบบนี้ สิ่งที่ผู้คนส่วนมากให้ค่าคือ การไม่มีโปรดักที่แท้จริง การให้ค่าจับอะไรที่ต้องไม่ได้ ความแปลกใหม่ รวมถึงความเป็น MEME แม้กระทั่ง pump & dump scheme ของ influencers เพราะงั้นนี่คือความสมเหตุสมผลที่สะท้อนออกมาใน floor price ณเวลานั้นๆครับ แต่หลายๆคนไม่เข้าใจ มองข้าม หรืออะไรก็ตามแต่ แล้วก็ตัดสินว่ามันไม่สมเหตุสมผล ก็สมควรที่จะตกรถ และพลาดโอกาสทำเงินไปครับ
ขณะที่ Art Block บางตัว ที่หลายคนดูไม่เห็นรู้เรื่องเลย เหมือนกันไปหมด จะแยกยังไงว่ารูปนี้กับรูปนี้ ทำไมมูลค่ามันต่างกัน ทั้งที่ความจริงแล้ว มูลค่ามันมันอาจจะมาจากตัวศิลปินหรือ 'แนวคิด' ในการสร้างงาน มากกว่าตัวงานก็ได้ครับ (seize the meme of production ของ 6529 นี่ มีระแบบแนวคิดที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Karl Marx นะครับ เห็นแบบนี้) สิ่งที่เราไม่เข้าใจ ไม่ใช่ว่ามันไม่จริงเสมอไป หรือคนอื่นจะต้องคิดแบบเรานะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคนที่คิดตรงข้ามกับเราเป็นกลุ่มของ whale ระดับแสนๆ eth โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวที่ชื่อ Gazer by Matt Kane ครับ พอจะเป็นตัวอย่างได้ดี
https://opensea.io/assets/ethereum/0x33FD426905F149f8376e227d0C9D3340AaD17aF1/9
https://opensea.io/assets/ethereum/0xa7d8d9ef8D8Ce8992Df33D8b8CF4Aebabd5bD270/215000308
หรือคำตอบของการไม่ขยับไปไหนสำหรับ so called bluechip ต่างๆ ที่อิงอยู่กับการไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน อย่าง Otherside เกมก็ยังไม่ออก สนุกไหมก็ไม่รู้ ระบบอะไรต่างๆเป็นยังไง มันสมเหตุสมผลหรือไม่สำหรับ stuffs ต่างๆในราคาหลักหลายแสน - หลายล้านบาท แถมความเสี่ยงก็สูงอีก ไม่มีคุณสมบัติใกล้เคียง securities ด้วยซ้ำ - โปรเจ็คอื่นๆก็แทบไม่ต้องพูดถึง
*** แม้คนๆนึงอาจจะมีทฤษฐีมากมาย วิเคราะห์โน่นนั่นนี่ หลักการต่างๆที่ฟังดูดี แต่สุดท้ายแล้ว มันก็ต้องตัดสินกันที่ว่า เค้าทำเงินจากตลาดนี้หรือเปล่า หรือทำมากแค่ไหน แค่นั้นเองครับ***
(stack หรือหน้าตัก ETH ก็มีผลครับ ถ้าบางคนมีเยอะหน่อย ราคาจ่าย/มิ้นเป็น % น้อยของหน้าตัก ก็เล่นหรือเสี่ยงได้มากหน่อย พอ sweep ได้หลายๆตัวหน่อย - แต่ความจริงแล้ว มีความเป็นไปได้สูงมาก ว่าการที่ตกรถนั้น ไม่ใช่เพราะเรื่องเหล่านี้ แต่กลับเป็นปัญหาของทักษะการอ่านตลาด/โปรเจคหรือเทรดมากกว่าครับ เช่น ไม่กล้าเข้า หรือมืออ่อน ลังเล หรือไบแอสจากความเชื่อส่วนตัวต่างๆ เพราะหลายๆตัวข้างบนเกินครึ่ง ไม่มีตัวไหนใช้ทุนสูงเลย บางตัวหลักสิบบาท หรือต้นสายก็ไม่กี่พันบาทเท่านั้นครับ อย่างมีราคาหน่อยก็หมื่นต้นๆ - ส่วนเคสที่ทำงานหลักจนไม่มีเวลา อันนี้เข้าใจได้เลยครับ เป็นข้อยกเว้น ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเวลามา monitor ตลาดหรือตาม CT อยู่ตลอดเวลา ความรับผิดชอบก็แตกต่างกันออกไปครับ)
แต่ข่าวดีก็คือ #โอกาสยังมีอีกมากครับ รถไฟยังมีมาเรื่อยๆ แม้ระดับ generational wealth ก็ตาม จะมีมาอีกแน่นอน เพราะ space นี้มันยัง early มาก ยังมีโอกาสและความเป็นไปได้เสมอ - bear market ครั้งนี้คือครั้งแรก (ต่างจากทาง cpryto/defi นี้ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้วครับ) ดังนั้นมันจะไม่ลงตลอดไป, CT OG บางคนถึงกับคาดการณ์ว่า การพัฒนา NFT space จะเป็น drive หลักที่ทำให้ crypto space กลับมาเป็น bullrun ใน cycle หน้า
ซ้ำปัจจุบันยังไม่มีการเข้ามาของ gaming gigacorp ต่างๆเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่อุตสาหกรรมเกมแทบจะเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้ผลประโยชน์จากการมาของ web3/NFT มากอันดับต้นๆ (อุตสาหกรรมเกมมีมูลค่ามากกว่า ภาพยนตร์และเพลงรวมกันครับ มากกว่าแบบขาดลอยด้วย) ไหนจะการหนุนของทางอุตสาหกรรมแฟชั่น/สิ่งทออย่างในโพสล่าสุดอีก
ถ้าพบว่าตัวเองมีความหลงใหลบางอย่างใน space นี้ รู้สึกสนุก และตั้งใจที่จะเรียนรู้และเป็นส่วนหนึ่งของการมาของมัน (Web3 & Metaverse) เห็น implication ต่างๆนาๆ - ไม่จำเป็นต้องเทรด NFT; อาจจะไปทำ start up ก็ อะไรๆก็ได้ สะดวก และมี potential กว่าก่อนเยอะมากก ทำยูทูปเลย/ทำconsulting/SaaS/platform/ฯลฯ - แอดคิดว่านี่คือความโชคดีของพวกเรา ที่ได้มาเจอ once a life time opportunity นี้นะ
อะไรที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต ก็มีความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต - ประโยคนี้จะตีความยังไง ก็ถูกทั้่งหมดครับ

เหตุการณ์เหล่านี้บ่งบอกถึงคุณบ้างหรือเปล่า
มิ้นฟรี Cryptopunk ไม่ทันใน 2017 (หลายคนตอนนั้น, NFT คืออะไร?)
มิ้น BAYC 0.08e ไม่ทันต้นปี 2021
Cyberkongz กับ Pixel Vault Meta Hero ก็ยังลังเล
Art Blocks หลายตัวแรกๆก็ไม่รู้การมีตัวตนของมัน
ปลายปี 2021 ต่อมาก็ตกรถ CloneX อีก ไม่ก็มืออ่อน
Azuki ก็พลาดอีก หาว่ามิ้นแพง
Moonbirds ก็อด raffle, แถมไม่ยอมเข้าตอนมัน single digit จนมันไปเกือบ 40E .
ยิ่งช่วงขาลงตั้งแต่ต้นปี 2022 มา ถึงแม้ตลาดจะย่อยยับ แต่รถไฟมาหลายขบวนมากจริงๆ หากสังเกุตดีๆ
Mfers ก็หาว่าขี้ก้าง ปั่น ขึ้นไปได้ไง 4-5E
ก้อบลินต้อนรับตลาดหมี ฟรีมิ้นที่ไปถึง 8E ก็อด
WAGDIE ฟรีมิ้นที่ไปเกือบ 2E ก็พลาด
God Hate NFT ก็ซื้อไม่ลง เพราะมีแต่คนแช่ง (55)
Renga ก็หาว่าเขาทีมมีปัญหา
Reddit ก็พลาด ไม่รู้จักด้วยซ้ำ
ไหนจะ Creeps, Okay Bears, 8LIEN, Raft ฯลฯ อีกมากมาย แอดก็นึกมาเขียนไม่หมด วันก่อนล่าสุดก็ Dori

ทั้งหมดนี้มันสะท้อนได้ว่า แม้ในช่วงที่ความสนใจเบนไปที่อื่น มันยังมีโอกาสการทำเงินและได้เรียนรู้อยู่เสมอครับ ซ้ำยังดีเสียอีกในหลายๆกรณี เพราะนี่หมายถึงบางอย่างอาจ discount และเพิ่มโอกาสให้เราเป็นต้นสายด้วย
อย่าลืมนะครับ อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับโลกการเงิน ที่หลักทรัพยใดๆ (จริงๆ NFT ไม่ใช่หลักทรัพย (security) นะครับ แต่ ณ ที่นี้เราพูดให้เข้าใจหลักการ ในแง่ที่มันเป็นอะไรสักอย่างที่เราหวังลงเงินไปแล้วได้กลับมามากขึ้น) อาศัยการ leverage เงินคนอื่นนั้น การจะทำเงิน เราต้องไม่เป็นคนส่วนมาก ถ้าเป็นคนส่วนมาก ก็จะเป็น exit liquidity ครับ NFT Trading Space ก็ไม่ต่างกับตลาดหุ้นในส่วนนี้ คือมีคนได้เสียเงินมากกว่าได้ (capital gain) ถ้าพอจะ relate หลายๆอย่างข้างบน แอดพบว่ามีข่าวดีและข่าวร้ายของกรณีนี้ครับ
ข่าวร้ายที่ว่าคือ ถ้าคุณตกรถบ่อยๆ อนาคตก็คุณก็จะตกรถอีกเหมือนเดิม แม้อนาคตก็จะมีตัวที่เป็นโอกาสทำเงินมากมาย แบบข้างบน หรือยิ่งกว่า แต่คุณก็มีแนวโน้มที่จะตกรถอีก พลาดแล้วพลาดอีกซ้ำเดิมอยู่ดี ถ้ายังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมในตลาด (ส่วนคนที่ขึ้นรถทัน ทำเงินได้สม่ำเสมอ ก็จะทำเงินได้เรื่อยๆอยู่แบบนั้น) มนุษย์เราจริงๆแล้วมีพฤติกรรมเป็น pattern ซ้ำๆ แค่รายละเอียดต่างกันนิดหน่อย จนเราคิดว่ามันต่างออกไปครับ พูดง่ายๆคือถ้าเราไม่จัดการกับมันอย่างจริงจัง เปลี่ยนวิธีคิดหรือนิสัย เราก็จะเจอไอแพทเทิร์นหรือเหตุการณ์ที่มีหลักการแบบเดิม ที่เราพลาดซ้ำๆไปเรื่อยๆ จนออกมาเป็นผลลัพธการตกรถบ่อยๆนั่นเอง
หากพลาดจากการเกิดขึ้นจังหวะในที่เราเห็นทันแรกๆพอดี อันนี้อาจจะต้องกลับมาดูที่ตัวเองครับ ว่าเป็นเพราะอะไร ทำไมถึงไม่เข้า ทำไมถึงโดน FUD ต่างๆนาๆ เช่นตัวประหลาดๆบางตัว ทีทรงมันเหมือน rug จัดๆ อุบาทจัดๆ ปั่นจัดๆ แล้วตอนมัน 0.1 เราก็มองว่า เดียวก็โดนทุบ ดูุถูกมันต่างๆ ขณะที่ความจริงในไม่กี่วันต่อมามันขึ้นไปถึง 2E, แล้วๆหลายคนที่พลาด ก็ได้แต่นั่ง bitter และ 'รู้งี้' (บางคนพลาดซ้ำหนักอีก เสียระบบตัวเอง กลายเป็น FOMO เข้ายอดไปเป็น exit liquidity ดอยตลอดชั่วกาลปาวสานอีก)
ตลาดกำหนด value ของมันเสมอ ถ้าเราไม่ทำเงิน หรือเสียเงิน แสดงว่าเราไม่ได้ฉลาด และเรามีความคิดบางอย่างที่มีปัญหา อย่างกรณี NFT degen ที่พุ่งเกินคาดหลายๆตัว ที่เรามองว่ามันไม่สมเหตุสมผลอย่างมาก แท้จริงแล้ว มันอาจมีความสมเหตุสมผลจากลักษณะของธรรมชาติตลาดอยู่; NFT space ช่วงแรกๆเป็นพื้นที่ที่มีการเก็งกำไรสูงมาก มันอยู่กับจินตนาการและ culture ครับ (อนาคตสิ่งนี้จะหายไปเรื่อยๆ แต่ก็มีเงื่อนไขที่เป็นคุณลักษณะใหม่ๆเข้ามาแทนอยู่ดี) ในช่วงที่ตลาดยังไม่มี mature แบบนี้ สิ่งที่ผู้คนส่วนมากให้ค่าคือ การไม่มีโปรดักที่แท้จริง การให้ค่าจับอะไรที่ต้องไม่ได้ ความแปลกใหม่ รวมถึงความเป็น MEME แม้กระทั่ง pump & dump scheme ของ influencers เพราะงั้นนี่คือความสมเหตุสมผลที่สะท้อนออกมาใน floor price ณเวลานั้นๆครับ แต่หลายๆคนไม่เข้าใจ มองข้าม หรืออะไรก็ตามแต่ แล้วก็ตัดสินว่ามันไม่สมเหตุสมผล ก็สมควรที่จะตกรถ และพลาดโอกาสทำเงินไปครับ
ขณะที่ Art Block บางตัว ที่หลายคนดูไม่เห็นรู้เรื่องเลย เหมือนกันไปหมด จะแยกยังไงว่ารูปนี้กับรูปนี้ ทำไมมูลค่ามันต่างกัน ทั้งที่ความจริงแล้ว มูลค่ามันมันอาจจะมาจากตัวศิลปินหรือ 'แนวคิด' ในการสร้างงาน มากกว่าตัวงานก็ได้ครับ (seize the meme of production ของ 6529 นี่ มีระแบบแนวคิดที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Karl Marx นะครับ เห็นแบบนี้) สิ่งที่เราไม่เข้าใจ ไม่ใช่ว่ามันไม่จริงเสมอไป หรือคนอื่นจะต้องคิดแบบเรานะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคนที่คิดตรงข้ามกับเราเป็นกลุ่มของ whale ระดับแสนๆ eth โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวที่ชื่อ Gazer by Matt Kane ครับ พอจะเป็นตัวอย่างได้ดี
https://opensea.io/assets/ethereum/0x33FD426905F149f8376e227d0C9D3340AaD17aF1/9
https://opensea.io/assets/ethereum/0xa7d8d9ef8D8Ce8992Df33D8b8CF4Aebabd5bD270/215000308
หรือคำตอบของการไม่ขยับไปไหนสำหรับ so called bluechip ต่างๆ ที่อิงอยู่กับการไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน อย่าง Otherside เกมก็ยังไม่ออก สนุกไหมก็ไม่รู้ ระบบอะไรต่างๆเป็นยังไง มันสมเหตุสมผลหรือไม่สำหรับ stuffs ต่างๆในราคาหลักหลายแสน - หลายล้านบาท แถมความเสี่ยงก็สูงอีก ไม่มีคุณสมบัติใกล้เคียง securities ด้วยซ้ำ - โปรเจ็คอื่นๆก็แทบไม่ต้องพูดถึง
*** แม้คนๆนึงอาจจะมีทฤษฐีมากมาย วิเคราะห์โน่นนั่นนี่ หลักการต่างๆที่ฟังดูดี แต่สุดท้ายแล้ว มันก็ต้องตัดสินกันที่ว่า เค้าทำเงินจากตลาดนี้หรือเปล่า หรือทำมากแค่ไหน แค่นั้นเองครับ***
(stack หรือหน้าตัก ETH ก็มีผลครับ ถ้าบางคนมีเยอะหน่อย ราคาจ่าย/มิ้นเป็น % น้อยของหน้าตัก ก็เล่นหรือเสี่ยงได้มากหน่อย พอ sweep ได้หลายๆตัวหน่อย - แต่ความจริงแล้ว มีความเป็นไปได้สูงมาก ว่าการที่ตกรถนั้น ไม่ใช่เพราะเรื่องเหล่านี้ แต่กลับเป็นปัญหาของทักษะการอ่านตลาด/โปรเจคหรือเทรดมากกว่าครับ เช่น ไม่กล้าเข้า หรือมืออ่อน ลังเล หรือไบแอสจากความเชื่อส่วนตัวต่างๆ เพราะหลายๆตัวข้างบนเกินครึ่ง ไม่มีตัวไหนใช้ทุนสูงเลย บางตัวหลักสิบบาท หรือต้นสายก็ไม่กี่พันบาทเท่านั้นครับ อย่างมีราคาหน่อยก็หมื่นต้นๆ - ส่วนเคสที่ทำงานหลักจนไม่มีเวลา อันนี้เข้าใจได้เลยครับ เป็นข้อยกเว้น ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเวลามา monitor ตลาดหรือตาม CT อยู่ตลอดเวลา ความรับผิดชอบก็แตกต่างกันออกไปครับ)
แต่ข่าวดีก็คือ #โอกาสยังมีอีกมากครับ รถไฟยังมีมาเรื่อยๆ แม้ระดับ generational wealth ก็ตาม จะมีมาอีกแน่นอน เพราะ space นี้มันยัง early มาก ยังมีโอกาสและความเป็นไปได้เสมอ - bear market ครั้งนี้คือครั้งแรก (ต่างจากทาง cpryto/defi นี้ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้วครับ) ดังนั้นมันจะไม่ลงตลอดไป, CT OG บางคนถึงกับคาดการณ์ว่า การพัฒนา NFT space จะเป็น drive หลักที่ทำให้ crypto space กลับมาเป็น bullrun ใน cycle หน้า
ซ้ำปัจจุบันยังไม่มีการเข้ามาของ gaming gigacorp ต่างๆเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่อุตสาหกรรมเกมแทบจะเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้ผลประโยชน์จากการมาของ web3/NFT มากอันดับต้นๆ (อุตสาหกรรมเกมมีมูลค่ามากกว่า ภาพยนตร์และเพลงรวมกันครับ มากกว่าแบบขาดลอยด้วย) ไหนจะการหนุนของทางอุตสาหกรรมแฟชั่น/สิ่งทออย่างในโพสล่าสุดอีก
ถ้าพบว่าตัวเองมีความหลงใหลบางอย่างใน space นี้ รู้สึกสนุก และตั้งใจที่จะเรียนรู้และเป็นส่วนหนึ่งของการมาของมัน (Web3 & Metaverse) เห็น implication ต่างๆนาๆ - ไม่จำเป็นต้องเทรด NFT; อาจจะไปทำ start up ก็ อะไรๆก็ได้ สะดวก และมี potential กว่าก่อนเยอะมากก ทำยูทูปเลย/ทำconsulting/SaaS/platform/ฯลฯ - แอดคิดว่านี่คือความโชคดีของพวกเรา ที่ได้มาเจอ once a life time opportunity นี้นะ
อะไรที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต ก็มีความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต - ประโยคนี้จะตีความยังไง ก็ถูกทั้่งหมดครับ

No activity yet