Cat slave, DeFi enthusiast, VI
Cat slave, DeFi enthusiast, VI


Share Dialog
Share Dialog

Subscribe to TheFatCat-Zzz : The Optimist

Subscribe to TheFatCat-Zzz : The Optimist
<100 subscribers
<100 subscribers
TL;DR: Optimism Collective ถือเป็นการทดลองขนาดใหญ่ในระบบการกำกับดูแลแบบ Non-plutocratic (รูปแบบที่จำนวนของเม็ดเงินนั้นไม่ใช่ทุกอย่าง) และการจัดสรรเงินให้ Public Goods เพื่อที่เราจะมีระบบอินเตอร์เน็ตที่เท่าเทียมมากขึ้น
ใน Post นี้ เราจะมาอธิบายเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลของเราที่จะมีความคล่องตัว และมีพัฒนาการต่อเนื่องอย่างไม่ลดละ จนกว่าเราจะสามารถสร้างระบบที่ก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาแห่งการทดสอบได้
ในเดือนที่แล้ว เราได้นำเสนอตัววิสัยทัศน์ของเราเกี่ยวกับระบบการกำกับดูแลที่จะเกิดขึ้นบน Optimism
และเป็นเวลากว่าหลายปี กว่าที่เราจะมาถึงจุดสำคัญจุดนี้ ที่ตลอดทางมีผู้คนมากมายที่ถามกับเราว่า “when token?”
แต่น้อยคนเหลือเกินที่จะมีคำถามว่า “why token?”
คำตอบสำหรับคำถามที่ว่า “why token” นั้นจะเป็นคำตอบที่เรียบง่าย แต่ทรงพลัง
นั่นคือ เพื่อกระจายอำนาจในการควบคุมเครือข่ายเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ Protocol ทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่นี่คือภารกิจของ Optimism Collective ซึ่งในที่นี้นั้น Token House จะเป็นส่วนหนึ่งของระบบ
เพราะว่าในขณะนี้แนวทางในการที่จะขยาย Ethereum ไปสู่ Global Scale นั้นได้ถูกตกผลึกแล้ว ดังนั้นองค์ประกอบของ Superchain ก็จะก้าวเข้าสู่ระดับ Global เช่นเดียวกัน และนี่คือช่วงเวลาแห่งโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่จะก้าวเข้าไปสู่ยุคใหม่ของ Internet — ช่วงเวลาที่เทคโนโลยีจะถูกสร้างขึ้นเพื่อประชาชน และกำกับดูแลโดยประชาชน
แต่อย่างไรแล้วการกำกับดูแล Blockchain ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นมากๆ ในขณะที่การทดลองที่น่าตื่นเต้นหลายหลายอย่างกำลังเดินทางอยู่ เราก็เห็นว่าเส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล
รูปแบบของระบบการกำกับดูแลซึ่งสนับสนุนนวัตกรรม การแสดงออกซึ่งตัวตน และอิสรภาพโดยปราศจากอุปสรรคนั้น แน่นอนว่าไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ในวันเดียว
เราได้ใช้เวลาอย่างมหาศาลในการวางทิศทาง (setting a north star) สำหรับ Optimism Collective แต่ว่าเราก็ตระหนักว่ามันมีความเป็นไปได้ที่ทั้งหมดจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องตั้งแต่การลองครั้งแรก
รูปแบบการกำกับดูแลที่จะสามารถผ่านการทดสอบของช่วงเวลาในระดับทศวรรษ ไม่ใช่เพียงแค่หลักปี นั้นต้องการเวลาเพื่อที่จะทำให้มันถูกต้องและใช้การได้
ดังนั้นการกำกับดูแลบน Optimism จะทำลายตัวเองทิ้ง และมอดไหม้ ซ้ำไปซ้ำมาๆ
และในการเกิดขึ้นใหม่แต่ละครั้งก็จะมาพร้อมกับความยืดหยุ่นและยั่งยืนที่มากขึ้น ซึ่งนั่นจะทำให้มันฟื้นขึ้นมาจากเถ้าถ่าน
เราได้มีการแชร์ธรรมนูญของการทำงานสำหรับ Optimism Collective ควบคู่ไปกับการประกาศเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเราแนะนำเป็นอย่างยิ่งว่าคุณควรจะได้อ่านมัน ซึ่งบทความเหล่านี้จะมีการแบ่งปันข้อคิดเห็นและแรงจูงใจในเรื่องนี้ ซึ่งตัวธรรมนูญนี้จะได้มีการตั้งบทบัญญัติที่สำคัญที่จะสร้างผลกระทบกับ Collective ไปเป็นเวลาหลายปี
การทดลอง : the Collective จะมีการทดลองรูปแบบการกำกับดูแลเป็นชุดๆ ผ่านการสนับสนุนของ Optimism Foundation
ภารกิจในการพัฒนา Citizen House: ภายใต้ความเสมอภาคของสมาชิกของ the Collective ซึ่งดำเนินควบคู่ไปกับ Token House เพื่อที่จะทำให้ผลประโยชน์ระยะสั้นสมดุลกับวิสัยทัศน์ระยะยาวของเรา
กลไกการทำลายตัวเองที่ชัดเจน : นอกเหนือไปจากการพัฒนาการกำกับดูแลอย่างต่อเนื่องแล้ว ตัวธรรมนูญเองนั้นจะมีอำนาจอยู่แค่ภายในช่วงระยะเวลาสี่ปีหรือจนกว่าจะถูกแทนที่โดยธรรมนูญถาวร BEDROCK - “Bedrock Constitution”
วันนี้เราได้มีการปล่อยคู่มือการปฎิบัติสำหรับ the Collective ออกมาเป็นครั้งแรก และตามเจตจำนงของข้อปฏิบัติที่ได้บรรจุอยู่ในธรรมนูญ จึงได้ถูกตั้งชื่ออย่างเหมาะสมว่า v0.1. และมีส่วนหนึ่งที่ถูกดึงออกมาจากคู่มือการกำกับดูแลฉบับปัจจุบันอย่างมากนั่นคือการที่ส่งเสริมให้ Token House เป็นผู้ดำเนินการในเรื่องเกี่ยวกับการ Upgrade หรือการจัดสรรสินทรัพย์
แต่ว่า โพสต์นี้ของเรานั้นจะเป็นการพูดถึงเรื่องในอนาคตที่จะเกิดขึ้น
ตัว Token House นั้นมีอยู่ตามรูปแบบของทุนนิยมอย่างที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ซึ่งนี่เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในมุมของการเติบโต แต่อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ไม่เพียงพอ ถ้ามองในมุมระยะยาวถือความสามารถในการสร้างสมดุลย์ให้กับระบบอินเตอร์เน็ตใหม่ที่เราควรจะมี
The Optimism Collective จะเป็นอะไรที่มากกว่า Governance token มากๆ
Optimism Foundation จะคอยดูแลในฐานะผู้ช่วยเหลือของ the Collective ในการที่จะทำให้วิสัยทัศน์เหล่านี้เป็นจริงขึ้นมา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ใหม่ และแตกต่างใน Optimism Ecosystem ซึ่งมีหน้าที่ที่จะช่วยให้ the Collective รับรู้ถึงวิสัยทัศน์และมีอำนาจในการที่จะบรรลุมันต่อไป
ตัว Optimism Foundation นั้นมีอยู่มีอยู่เพื่อสร้างระบบการกำกับดูแลที่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างแท้จริง ซึ่งหน้าที่รับผิดชอบที่สำคัญนั้นประกอบไปด้วย:
การจัดการการทดลองเกี่ยวกับ Retroactive Public Goods Funding และ Identity-based NFTs ในขณะที่ทำการสร้าง Citizens’ House.
รักษา OPerating Manual ไว้ เพื่อรักษาระบบการกำกับดูแลที่สุขภาพดีและคล่องตัวเอาไว้โดยการปรับปรุงพัฒนาทั้งสองสภาของ the Collective.
ดำเนินธุรกรรมแบบ On-chain ภายใต้คำสั่งของ the Collective ในช่วงเริ่มต้น
พนักงานชุดแรกของ The Foundation จะเป็นผู้ก่อตั้งทั้งสองคนของ Optimism คือ Jing และ Ben ซึ่งเป็นอดีด CEO และ Chief Scientist ของ PBC ตามลำดับ และมีเหล่าหน้าใหม่เข้ามาร่วมด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นส่วนผสมกลมกล่อมเป็นอย่างมากสำหรับทีม Optimism
Brian Avello, อดีด General Counseller ของ Maker Foundation โดยที่ Brian มีบทบาทสำคัญในการนำ MakerDAO ไปสู่ความเป็น Decentralize ซึ่งนี่ถือว่าเป็นรูปแบบการกำกับดูแลที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่มีมา
Eva Beylin, อดีด Executive Director ของ The Graph Foundation ที่ถือว่าเป็น Infrastructure Protocol ของโลก Decentralize ที่มีความสำคัญมากในส่วนของ Off-chain และ The Graph นั้นยังมีรูปแบบการกำกับดูแลที่มีความคล้ายคลึงกันสำหรับข้อจำกัดเมื่อเทียบกับ Optimism
Abbey Titcomb, Council Member ของ Radicle Foundation ซึ่งภารกิจของ Radicle นั้นคือการสามารถยืนได้ด้วยตนเอง และมี Community เป็นเจ้าของ และดำเนินการ Project แบบ Open-source คงต้องถือว่าเป็นคุณสมบัติที่ราวกับกิ่งทองใบหยกกับเป้าหมายของ the Collective
นอกจากนี้ the Optimism Foundation ตอนนี้ยังเปิดรับสมัครงานอยู่ซึ่งถ้าหากคุณมีความต้องการที่จะทำงานไปกับรูปแบบการกำกับดูแลแห่งอนาคตกับพวกเรา ให้ติดต่อเข้ามาได้เลย
ในขณะที่ Token House ได้กำเนิดขึ้นควบคู่ไปกับ Airdrop #1 โฟกัสของเราตอนนี้มุ่งไปยังอีกชิ้นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลของเรา : The Citizens’ House ซึ่งจะเป็นชั้นแรกของ the Collective ที่มีการระบุอัตลักษณ์
ในสภานี้จะถูกกำกับดูแลโดยผู้ที่ถือ Citizenship NFT ซึ่งจะต้องมีการทดสอบที่รวดเร็ว ในขญะที่ the Optimism Collective ทำการสำรวจในพื้นที่ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว
ซึ่งจะทำให้เกิด Feedback Loop ที่มีประโยชน์มากๆ ของการทดลองระหว่าง Optimism Network และเหล่าประชาชน ซึ่งจะทำให้เกิดโอกาสที่ยิ่งใหญ่ในการขับดันไปข้างหน้าของระบบการกำกับดูแลแบบระบุอัตลักษณ์ ซึ่งทั้งหมดนี้จะลงไปสู่การทดลองในโลกแห่งความเป็นจริงและเก็บข้อมูล
ทั้งหมดทั้งปวง เราจะทำการวางเส้นทางใหม่ของเราผ่านป่าที่มืดมิด
หน้าที่หลักอย่างแรกของ the Citizens’ House จะเป็นการจัดสรรเงินทุนให้แก่ Public Goods ที่ซึ่งสร้างผลกระทบในเชิงบวกให้แก่ระบบนิเวศของทั้ง Optimism และ Ethereum การทดลองแรกของ Citizen House และ Citizenship NFT Collection ที่จะตามมาจะถือว่าเป็นก้าวใหญ่ต่อไปของ the Collective.
การผงาดขึ้นของ L2 ในช่วงปีที่จะถึงนี้ได้นำโอกาสที่ยิ่งใหญ่มาให้แก่พวกเราที่จะได้มี Internet ที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลางและโอกาสที่มันจะสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ให้แก่โลกแห่งความเป็นจริง
ช่วงเวลาที่เราจะต้องรอด!
โอกาสนี้อยู่ในกำมือของพวกเราทุกคน ในขณะที่พวกเราดำเนินการสร้างระบบการกำกับดูแลในช่วงปีที่จะมาถึง การมีส่วนร่วมกับ Community เผยแพร่ Meme ที่ยอดเยี่ยม และการร่วมสร้างวัฒนธรรมที่ยอดเยี่ยมสำหรับเรา Optimists ที่จะเดินทางมาพร้อมกับเราในอนาคตนั้นถือว่ามีความสำคัญมากกว่าที่เคยเป็นมาอย่างมาก
เรามาทำมันกัน
TL;DR: Optimism Collective ถือเป็นการทดลองขนาดใหญ่ในระบบการกำกับดูแลแบบ Non-plutocratic (รูปแบบที่จำนวนของเม็ดเงินนั้นไม่ใช่ทุกอย่าง) และการจัดสรรเงินให้ Public Goods เพื่อที่เราจะมีระบบอินเตอร์เน็ตที่เท่าเทียมมากขึ้น
ใน Post นี้ เราจะมาอธิบายเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลของเราที่จะมีความคล่องตัว และมีพัฒนาการต่อเนื่องอย่างไม่ลดละ จนกว่าเราจะสามารถสร้างระบบที่ก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาแห่งการทดสอบได้
ในเดือนที่แล้ว เราได้นำเสนอตัววิสัยทัศน์ของเราเกี่ยวกับระบบการกำกับดูแลที่จะเกิดขึ้นบน Optimism
และเป็นเวลากว่าหลายปี กว่าที่เราจะมาถึงจุดสำคัญจุดนี้ ที่ตลอดทางมีผู้คนมากมายที่ถามกับเราว่า “when token?”
แต่น้อยคนเหลือเกินที่จะมีคำถามว่า “why token?”
คำตอบสำหรับคำถามที่ว่า “why token” นั้นจะเป็นคำตอบที่เรียบง่าย แต่ทรงพลัง
นั่นคือ เพื่อกระจายอำนาจในการควบคุมเครือข่ายเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ Protocol ทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่นี่คือภารกิจของ Optimism Collective ซึ่งในที่นี้นั้น Token House จะเป็นส่วนหนึ่งของระบบ
เพราะว่าในขณะนี้แนวทางในการที่จะขยาย Ethereum ไปสู่ Global Scale นั้นได้ถูกตกผลึกแล้ว ดังนั้นองค์ประกอบของ Superchain ก็จะก้าวเข้าสู่ระดับ Global เช่นเดียวกัน และนี่คือช่วงเวลาแห่งโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่จะก้าวเข้าไปสู่ยุคใหม่ของ Internet — ช่วงเวลาที่เทคโนโลยีจะถูกสร้างขึ้นเพื่อประชาชน และกำกับดูแลโดยประชาชน
แต่อย่างไรแล้วการกำกับดูแล Blockchain ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นมากๆ ในขณะที่การทดลองที่น่าตื่นเต้นหลายหลายอย่างกำลังเดินทางอยู่ เราก็เห็นว่าเส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล
รูปแบบของระบบการกำกับดูแลซึ่งสนับสนุนนวัตกรรม การแสดงออกซึ่งตัวตน และอิสรภาพโดยปราศจากอุปสรรคนั้น แน่นอนว่าไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ในวันเดียว
เราได้ใช้เวลาอย่างมหาศาลในการวางทิศทาง (setting a north star) สำหรับ Optimism Collective แต่ว่าเราก็ตระหนักว่ามันมีความเป็นไปได้ที่ทั้งหมดจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องตั้งแต่การลองครั้งแรก
รูปแบบการกำกับดูแลที่จะสามารถผ่านการทดสอบของช่วงเวลาในระดับทศวรรษ ไม่ใช่เพียงแค่หลักปี นั้นต้องการเวลาเพื่อที่จะทำให้มันถูกต้องและใช้การได้
ดังนั้นการกำกับดูแลบน Optimism จะทำลายตัวเองทิ้ง และมอดไหม้ ซ้ำไปซ้ำมาๆ
และในการเกิดขึ้นใหม่แต่ละครั้งก็จะมาพร้อมกับความยืดหยุ่นและยั่งยืนที่มากขึ้น ซึ่งนั่นจะทำให้มันฟื้นขึ้นมาจากเถ้าถ่าน
เราได้มีการแชร์ธรรมนูญของการทำงานสำหรับ Optimism Collective ควบคู่ไปกับการประกาศเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเราแนะนำเป็นอย่างยิ่งว่าคุณควรจะได้อ่านมัน ซึ่งบทความเหล่านี้จะมีการแบ่งปันข้อคิดเห็นและแรงจูงใจในเรื่องนี้ ซึ่งตัวธรรมนูญนี้จะได้มีการตั้งบทบัญญัติที่สำคัญที่จะสร้างผลกระทบกับ Collective ไปเป็นเวลาหลายปี
การทดลอง : the Collective จะมีการทดลองรูปแบบการกำกับดูแลเป็นชุดๆ ผ่านการสนับสนุนของ Optimism Foundation
ภารกิจในการพัฒนา Citizen House: ภายใต้ความเสมอภาคของสมาชิกของ the Collective ซึ่งดำเนินควบคู่ไปกับ Token House เพื่อที่จะทำให้ผลประโยชน์ระยะสั้นสมดุลกับวิสัยทัศน์ระยะยาวของเรา
กลไกการทำลายตัวเองที่ชัดเจน : นอกเหนือไปจากการพัฒนาการกำกับดูแลอย่างต่อเนื่องแล้ว ตัวธรรมนูญเองนั้นจะมีอำนาจอยู่แค่ภายในช่วงระยะเวลาสี่ปีหรือจนกว่าจะถูกแทนที่โดยธรรมนูญถาวร BEDROCK - “Bedrock Constitution”
วันนี้เราได้มีการปล่อยคู่มือการปฎิบัติสำหรับ the Collective ออกมาเป็นครั้งแรก และตามเจตจำนงของข้อปฏิบัติที่ได้บรรจุอยู่ในธรรมนูญ จึงได้ถูกตั้งชื่ออย่างเหมาะสมว่า v0.1. และมีส่วนหนึ่งที่ถูกดึงออกมาจากคู่มือการกำกับดูแลฉบับปัจจุบันอย่างมากนั่นคือการที่ส่งเสริมให้ Token House เป็นผู้ดำเนินการในเรื่องเกี่ยวกับการ Upgrade หรือการจัดสรรสินทรัพย์
แต่ว่า โพสต์นี้ของเรานั้นจะเป็นการพูดถึงเรื่องในอนาคตที่จะเกิดขึ้น
ตัว Token House นั้นมีอยู่ตามรูปแบบของทุนนิยมอย่างที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ซึ่งนี่เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในมุมของการเติบโต แต่อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ไม่เพียงพอ ถ้ามองในมุมระยะยาวถือความสามารถในการสร้างสมดุลย์ให้กับระบบอินเตอร์เน็ตใหม่ที่เราควรจะมี
The Optimism Collective จะเป็นอะไรที่มากกว่า Governance token มากๆ
Optimism Foundation จะคอยดูแลในฐานะผู้ช่วยเหลือของ the Collective ในการที่จะทำให้วิสัยทัศน์เหล่านี้เป็นจริงขึ้นมา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ใหม่ และแตกต่างใน Optimism Ecosystem ซึ่งมีหน้าที่ที่จะช่วยให้ the Collective รับรู้ถึงวิสัยทัศน์และมีอำนาจในการที่จะบรรลุมันต่อไป
ตัว Optimism Foundation นั้นมีอยู่มีอยู่เพื่อสร้างระบบการกำกับดูแลที่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างแท้จริง ซึ่งหน้าที่รับผิดชอบที่สำคัญนั้นประกอบไปด้วย:
การจัดการการทดลองเกี่ยวกับ Retroactive Public Goods Funding และ Identity-based NFTs ในขณะที่ทำการสร้าง Citizens’ House.
รักษา OPerating Manual ไว้ เพื่อรักษาระบบการกำกับดูแลที่สุขภาพดีและคล่องตัวเอาไว้โดยการปรับปรุงพัฒนาทั้งสองสภาของ the Collective.
ดำเนินธุรกรรมแบบ On-chain ภายใต้คำสั่งของ the Collective ในช่วงเริ่มต้น
พนักงานชุดแรกของ The Foundation จะเป็นผู้ก่อตั้งทั้งสองคนของ Optimism คือ Jing และ Ben ซึ่งเป็นอดีด CEO และ Chief Scientist ของ PBC ตามลำดับ และมีเหล่าหน้าใหม่เข้ามาร่วมด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นส่วนผสมกลมกล่อมเป็นอย่างมากสำหรับทีม Optimism
Brian Avello, อดีด General Counseller ของ Maker Foundation โดยที่ Brian มีบทบาทสำคัญในการนำ MakerDAO ไปสู่ความเป็น Decentralize ซึ่งนี่ถือว่าเป็นรูปแบบการกำกับดูแลที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่มีมา
Eva Beylin, อดีด Executive Director ของ The Graph Foundation ที่ถือว่าเป็น Infrastructure Protocol ของโลก Decentralize ที่มีความสำคัญมากในส่วนของ Off-chain และ The Graph นั้นยังมีรูปแบบการกำกับดูแลที่มีความคล้ายคลึงกันสำหรับข้อจำกัดเมื่อเทียบกับ Optimism
Abbey Titcomb, Council Member ของ Radicle Foundation ซึ่งภารกิจของ Radicle นั้นคือการสามารถยืนได้ด้วยตนเอง และมี Community เป็นเจ้าของ และดำเนินการ Project แบบ Open-source คงต้องถือว่าเป็นคุณสมบัติที่ราวกับกิ่งทองใบหยกกับเป้าหมายของ the Collective
นอกจากนี้ the Optimism Foundation ตอนนี้ยังเปิดรับสมัครงานอยู่ซึ่งถ้าหากคุณมีความต้องการที่จะทำงานไปกับรูปแบบการกำกับดูแลแห่งอนาคตกับพวกเรา ให้ติดต่อเข้ามาได้เลย
ในขณะที่ Token House ได้กำเนิดขึ้นควบคู่ไปกับ Airdrop #1 โฟกัสของเราตอนนี้มุ่งไปยังอีกชิ้นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลของเรา : The Citizens’ House ซึ่งจะเป็นชั้นแรกของ the Collective ที่มีการระบุอัตลักษณ์
ในสภานี้จะถูกกำกับดูแลโดยผู้ที่ถือ Citizenship NFT ซึ่งจะต้องมีการทดสอบที่รวดเร็ว ในขญะที่ the Optimism Collective ทำการสำรวจในพื้นที่ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว
ซึ่งจะทำให้เกิด Feedback Loop ที่มีประโยชน์มากๆ ของการทดลองระหว่าง Optimism Network และเหล่าประชาชน ซึ่งจะทำให้เกิดโอกาสที่ยิ่งใหญ่ในการขับดันไปข้างหน้าของระบบการกำกับดูแลแบบระบุอัตลักษณ์ ซึ่งทั้งหมดนี้จะลงไปสู่การทดลองในโลกแห่งความเป็นจริงและเก็บข้อมูล
ทั้งหมดทั้งปวง เราจะทำการวางเส้นทางใหม่ของเราผ่านป่าที่มืดมิด
หน้าที่หลักอย่างแรกของ the Citizens’ House จะเป็นการจัดสรรเงินทุนให้แก่ Public Goods ที่ซึ่งสร้างผลกระทบในเชิงบวกให้แก่ระบบนิเวศของทั้ง Optimism และ Ethereum การทดลองแรกของ Citizen House และ Citizenship NFT Collection ที่จะตามมาจะถือว่าเป็นก้าวใหญ่ต่อไปของ the Collective.
การผงาดขึ้นของ L2 ในช่วงปีที่จะถึงนี้ได้นำโอกาสที่ยิ่งใหญ่มาให้แก่พวกเราที่จะได้มี Internet ที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลางและโอกาสที่มันจะสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ให้แก่โลกแห่งความเป็นจริง
ช่วงเวลาที่เราจะต้องรอด!
โอกาสนี้อยู่ในกำมือของพวกเราทุกคน ในขณะที่พวกเราดำเนินการสร้างระบบการกำกับดูแลในช่วงปีที่จะมาถึง การมีส่วนร่วมกับ Community เผยแพร่ Meme ที่ยอดเยี่ยม และการร่วมสร้างวัฒนธรรมที่ยอดเยี่ยมสำหรับเรา Optimists ที่จะเดินทางมาพร้อมกับเราในอนาคตนั้นถือว่ามีความสำคัญมากกว่าที่เคยเป็นมาอย่างมาก
เรามาทำมันกัน
No activity yet