<100 subscribers
ต้นฉบับจาก Polynya
ข้อผิดพลาดที่ DAOs ส่วนใหญ่ทำก็คือการมองข้ามบทเรียนที่มนุษย์ใช้เวลากว่าพันปีแล้วย้อนกลับไปใช้วิธีการสร้างองค์กรที่โบราณคร่ำครึราวกับยุคหิน แต่โชคดีที่ DAOs บางอันก็สามารถพาตัวเองไปยังทิศทางที่ถูกต้องได้และเริ่มต้นสร้างโดยมีความรู้เก่าเป็นพื้นฐาน
พูดแบบรวมแล้ว DAO เหมาะกับการทำตามโมเดลสามหรือสี่แบบ เช่น บริษัทมหาชน องค์กรส่วนท้องถิ่น และสหกรณ์ สำหรับองค์กรด้านบริการก็เหมาะกับการใช้ DAO ที่ไม่แสวงหาผลกำไร ประเภทของโปรโตคอลที่แตกต่างกันอาจเหมาะกับโมเดลที่หลากหลาย ตัวอย่างเช่น L1 เหมาะสำหรับทำหน้าที่ที่มีการกำกับดูแลน้อยที่สุดหรือไม่ต้องมี Gov เลย ส่วน DEX ที่เน้นผลกำไรก็เหมาะกับการดูแลในรูปแบบของบริษัทมหาชน แต่ทั้งนี้โปรโตคอลบางตัวสามารถเป็นไฮบริดได้
DAO ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เลือกปฏิบัติโดยใช้องค์ประกอบของบริษัทมหาชน แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้เลือกส่วนที่ดีไป อาจเป็นเพราะความเข้าใจผิดที่ว่าบริษัทมหาชนเป็น “Centralized” ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด บริษัทมหาชนเป็นศูนย์รวมของการกระจายอำนาจ และหลายศตวรรษที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ดังนั้นหากคุณกำลังจัดการความเป็นเจ้าของโดยใช้วิธีการลงคะแนนด้วยโทเค็น ก็ควรใช้ประโยชน์จากส่วนที่ดี และใช้ตัวอย่างจากองค์กรที่เป็นองค์กรบริการ
มันจึงไม่ค่อยเป็นประโยชน์ถ้าเราจะมานั่งตัดสินว่าองค์กรนี้ดูแลด้วย DAOs ด้วยบริษัท หรือด้วยอะไรก็ตามเพราะแต่ละสิ่งที่ว่ามาต่างก็มีสิ่งอื่นปนอยู่ด้วย ตัวอย่างเช่น คุณสามารถมีบริษัทที่ดูแลจัดการโดยใช้ความเป็นคนดีแบบแบนๆ ในขณะที่ DAO ก็สามารถเป็นระบบที่มียศไล่ระดับจากบนลงล่างไม่ต่างจากเผด็จการได้ ความสำคัญคือการหาจุดสมดุลมากกว่า เหมือนอย่างสำนวนคลาสสิคอย่าง “The Tyranny of Structureless” ซึ่งในจุดนี้เอง DAO ก็เหมาะมากสำหรับใช้ในการจัดการโครงสร้างที่ไม่มีลำดับชั้น แต่เราค่อยครอบมันอีกเลเยอร์ด้วยการจัดการเฉพาะในจุดที่ต้องจัดการ
ซึ่งมีหลายวิธีในการตัดการสิ่งนี้ โดยโมเดลที่ดูจะเป็นไปได้คือ
จัดองค์ประชุมโดยมีคณะกรรมการ X จำนวนที่ผู้ถือโทเค็นโหวตให้ผู้รับมอบสิทธิ์ (Delegator) ซึ่งโดยทั่วไปจะทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการหรือคณะกรรมการที่รับผิดชอบ (เพิ่มเติมด้านล่าง)
Proposals บางตัวจำเป็นต้องผ่านคณะกรรมการนี้ถึงจะใช้ได้ ในขณะที่บาง Proposals จำเป็นต้องผ่านการโหวตจากผู้รับมอบสิทธิ์ ( Delegator ) /ผู้ถือโทเค็นทั้งหมด
โดยจะมีสภา (Councils) หลายชุด ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการ ซึ่งกลุ่มนี้จะค่อนข้างเป็นอิสระและมีหน้าที่เฉพาะ ตัวอย่างที่ดีคือ Grants Council ของ Optimism - พวกเขามีอำนาจหน้าที่เฉพาะแค่ดูแลจัดสรรโทเค็นให้กับโปรเจคต่างๆ เท่านั้น อีกตัวอย่างหนึ่งเป็นของ ทีมที่พัฒนาการอัปเกรดโปรโตคอล คณะกรรมการจะมีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบสภาเหล่านี้ แน่นอนว่าผู้ถือเหรียญมีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบคณะกรรมการได้
สำหรับ DAO ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการมากหน่อย คณะกรรมการสามารถแต่งตั้งหัวหน้าฝ่ายกำกับดูแล/เลขานุการ/ประธาน/CEO ได้ หรือเป็นชื่อตำแหน่งอะไรก็ได้ที่คุณอยากเรียก หน่วยงานนี้จะรับผิดชอบการดำเนินงานประจำวันของ DAO นั้นๆ DAO ส่วนใหญ่มีตำแหน่งพวกนี้อยู่แล้ว แม้ว่าพวกเขาจะไม่ค่อยอยากให้มีตำแหน่งพวกนี้ก็เถอะ แต่มันก็สามารถทำให้เป็น decentralized ได้
แต่เรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับ DAO คือเรื่องของความร่วมมือ ความแตกต่างที่สำคัญก็คือแทนที่จะเป็นการลงคะแนนเสียงโดยวาฬผู้ถือโทเค็น เป็นการลงคะแนนแบบประชาธิปไตย ที่ทุกคนทั้ง User และ Builder ที่ทุกคนมีหนึ่งคะแนนเสียง แต่ระบบหนึ่งคนหนึ่งโหวตก็ยังมีความเสี่ยงจาก Sybil ทำให้มันอาจยังไม่ใช่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ แต่แน่นอนเราสามารถพามันไปได้ไกลกว่านี้อย่างที่ Optimism's Citizens' House กำลังพยายามทำอยู่โดยการใช้ระบบไฮบริดที่มีทั้งผู้ถือโทเค็น (Token house)และผู้ใช้ (Citizen House)
สิ่งสำคัญในการทดลองโมเดลที่ใช้ความร่วมมือกันแบบนี้คือมันสามารถยกระดับความเป็นเจ้าให้เป็นประชาธิปไตยได้มากขึ้น โดยที่ DAO ยังคงต้องมีโครงสร้างองค์กรที่ใช้งานได้และมีประสิทธิภาพ DAO ที่แตกต่างกันก็ต้องใช้โครงสร้างที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนเลยคือการจัดการที่มีแค่กลุ่มวาฬจะกลายเป็นหายนะสำหรับ DAO ในระยะยาว และมองว่าสิ่งนี้เป็น "Decentralized" จะเป็นกลายเป็นเรื่องผิด
ทั้งนี้ยังมีอีกหลายประเด็นที่ Polynya ต้องใช้ในการวิเคราะห์ต่อไป ซึ่งเขามีแพลนจะเขียนออกแบบเจาะลึกอีกทีในอนาคต
ต้นฉบับจาก Polynya
ข้อผิดพลาดที่ DAOs ส่วนใหญ่ทำก็คือการมองข้ามบทเรียนที่มนุษย์ใช้เวลากว่าพันปีแล้วย้อนกลับไปใช้วิธีการสร้างองค์กรที่โบราณคร่ำครึราวกับยุคหิน แต่โชคดีที่ DAOs บางอันก็สามารถพาตัวเองไปยังทิศทางที่ถูกต้องได้และเริ่มต้นสร้างโดยมีความรู้เก่าเป็นพื้นฐาน
พูดแบบรวมแล้ว DAO เหมาะกับการทำตามโมเดลสามหรือสี่แบบ เช่น บริษัทมหาชน องค์กรส่วนท้องถิ่น และสหกรณ์ สำหรับองค์กรด้านบริการก็เหมาะกับการใช้ DAO ที่ไม่แสวงหาผลกำไร ประเภทของโปรโตคอลที่แตกต่างกันอาจเหมาะกับโมเดลที่หลากหลาย ตัวอย่างเช่น L1 เหมาะสำหรับทำหน้าที่ที่มีการกำกับดูแลน้อยที่สุดหรือไม่ต้องมี Gov เลย ส่วน DEX ที่เน้นผลกำไรก็เหมาะกับการดูแลในรูปแบบของบริษัทมหาชน แต่ทั้งนี้โปรโตคอลบางตัวสามารถเป็นไฮบริดได้
DAO ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เลือกปฏิบัติโดยใช้องค์ประกอบของบริษัทมหาชน แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้เลือกส่วนที่ดีไป อาจเป็นเพราะความเข้าใจผิดที่ว่าบริษัทมหาชนเป็น “Centralized” ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด บริษัทมหาชนเป็นศูนย์รวมของการกระจายอำนาจ และหลายศตวรรษที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ดังนั้นหากคุณกำลังจัดการความเป็นเจ้าของโดยใช้วิธีการลงคะแนนด้วยโทเค็น ก็ควรใช้ประโยชน์จากส่วนที่ดี และใช้ตัวอย่างจากองค์กรที่เป็นองค์กรบริการ
มันจึงไม่ค่อยเป็นประโยชน์ถ้าเราจะมานั่งตัดสินว่าองค์กรนี้ดูแลด้วย DAOs ด้วยบริษัท หรือด้วยอะไรก็ตามเพราะแต่ละสิ่งที่ว่ามาต่างก็มีสิ่งอื่นปนอยู่ด้วย ตัวอย่างเช่น คุณสามารถมีบริษัทที่ดูแลจัดการโดยใช้ความเป็นคนดีแบบแบนๆ ในขณะที่ DAO ก็สามารถเป็นระบบที่มียศไล่ระดับจากบนลงล่างไม่ต่างจากเผด็จการได้ ความสำคัญคือการหาจุดสมดุลมากกว่า เหมือนอย่างสำนวนคลาสสิคอย่าง “The Tyranny of Structureless” ซึ่งในจุดนี้เอง DAO ก็เหมาะมากสำหรับใช้ในการจัดการโครงสร้างที่ไม่มีลำดับชั้น แต่เราค่อยครอบมันอีกเลเยอร์ด้วยการจัดการเฉพาะในจุดที่ต้องจัดการ
ซึ่งมีหลายวิธีในการตัดการสิ่งนี้ โดยโมเดลที่ดูจะเป็นไปได้คือ
จัดองค์ประชุมโดยมีคณะกรรมการ X จำนวนที่ผู้ถือโทเค็นโหวตให้ผู้รับมอบสิทธิ์ (Delegator) ซึ่งโดยทั่วไปจะทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการหรือคณะกรรมการที่รับผิดชอบ (เพิ่มเติมด้านล่าง)
Proposals บางตัวจำเป็นต้องผ่านคณะกรรมการนี้ถึงจะใช้ได้ ในขณะที่บาง Proposals จำเป็นต้องผ่านการโหวตจากผู้รับมอบสิทธิ์ ( Delegator ) /ผู้ถือโทเค็นทั้งหมด
โดยจะมีสภา (Councils) หลายชุด ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการ ซึ่งกลุ่มนี้จะค่อนข้างเป็นอิสระและมีหน้าที่เฉพาะ ตัวอย่างที่ดีคือ Grants Council ของ Optimism - พวกเขามีอำนาจหน้าที่เฉพาะแค่ดูแลจัดสรรโทเค็นให้กับโปรเจคต่างๆ เท่านั้น อีกตัวอย่างหนึ่งเป็นของ ทีมที่พัฒนาการอัปเกรดโปรโตคอล คณะกรรมการจะมีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบสภาเหล่านี้ แน่นอนว่าผู้ถือเหรียญมีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบคณะกรรมการได้
สำหรับ DAO ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการมากหน่อย คณะกรรมการสามารถแต่งตั้งหัวหน้าฝ่ายกำกับดูแล/เลขานุการ/ประธาน/CEO ได้ หรือเป็นชื่อตำแหน่งอะไรก็ได้ที่คุณอยากเรียก หน่วยงานนี้จะรับผิดชอบการดำเนินงานประจำวันของ DAO นั้นๆ DAO ส่วนใหญ่มีตำแหน่งพวกนี้อยู่แล้ว แม้ว่าพวกเขาจะไม่ค่อยอยากให้มีตำแหน่งพวกนี้ก็เถอะ แต่มันก็สามารถทำให้เป็น decentralized ได้
แต่เรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับ DAO คือเรื่องของความร่วมมือ ความแตกต่างที่สำคัญก็คือแทนที่จะเป็นการลงคะแนนเสียงโดยวาฬผู้ถือโทเค็น เป็นการลงคะแนนแบบประชาธิปไตย ที่ทุกคนทั้ง User และ Builder ที่ทุกคนมีหนึ่งคะแนนเสียง แต่ระบบหนึ่งคนหนึ่งโหวตก็ยังมีความเสี่ยงจาก Sybil ทำให้มันอาจยังไม่ใช่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ แต่แน่นอนเราสามารถพามันไปได้ไกลกว่านี้อย่างที่ Optimism's Citizens' House กำลังพยายามทำอยู่โดยการใช้ระบบไฮบริดที่มีทั้งผู้ถือโทเค็น (Token house)และผู้ใช้ (Citizen House)
สิ่งสำคัญในการทดลองโมเดลที่ใช้ความร่วมมือกันแบบนี้คือมันสามารถยกระดับความเป็นเจ้าให้เป็นประชาธิปไตยได้มากขึ้น โดยที่ DAO ยังคงต้องมีโครงสร้างองค์กรที่ใช้งานได้และมีประสิทธิภาพ DAO ที่แตกต่างกันก็ต้องใช้โครงสร้างที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนเลยคือการจัดการที่มีแค่กลุ่มวาฬจะกลายเป็นหายนะสำหรับ DAO ในระยะยาว และมองว่าสิ่งนี้เป็น "Decentralized" จะเป็นกลายเป็นเรื่องผิด
ทั้งนี้ยังมีอีกหลายประเด็นที่ Polynya ต้องใช้ในการวิเคราะห์ต่อไป ซึ่งเขามีแพลนจะเขียนออกแบบเจาะลึกอีกทีในอนาคต


Share Dialog
Share Dialog
thesleeper (✨🔴_🔴✨)
thesleeper (✨🔴_🔴✨)
No comments yet