<100 subscribers
Share Dialog
Share Dialog
เล่าประวัติแบบย่อๆ ของ @optimismFND เจ้าบุญทุ่มแห่งโลกบล็อกเชน พร้อมโทเคโนมิกสุดแปลก ที่เน้นแจกจนได้ดี พวกเขามีวิธีคิด ความเชื่อและวิสัยทัศน์แบบไหน และผ่านเรื่องราวอะไรบ้างเราไปดูกัน

ย้อนไป 2014 DAOs ยังเป็นเรื่องใหม่ @VitalikButerin ทำให้ DAOs เป็นไปได้ด้วยใช้ Smart Contact บน ETH เพื่อสร้างองค์กรอัตโนมัติจัดการ Resource ต่างๆ
องค์กรที่ไม่มีลำดับขั้น
ทุกคนมีส่วนร่วมเท่ากัน
โปร่งใส
ต้องทำตามกฎที่ตกลงไว้ Smart Contract ช่วยปลดล็อกความเป็นไปได้ต่างๆ

ปี 2017 Vitalik และ Poon เสนอไอเดียในการสเกล ETH ชื่อ "Plasma" โดยได้แรงบันดาลใจจาก Lightning (BTC) ซึ่งมีหลายกลุ่มเอา Plasma ไปต่อยอด Plasma Group กลุ่ม Non-Profit Researcher ที่ต้องการรวม Implemention ต่างๆของ Plasma เข้าด้วยกันเพื่อ Scaling ETH ต่อ แต่พวกเขาขาดแคลนเงินทุน

โปรเจคใหญ่ขึ้น ก็ต้องการทีมที่ใหญ่ขึ้น แต่ปัญหาเรื่องการเข้าถึงเงินทุนของพวกเขายังคงอยู่ พวกเขาจึงต้องการสร้าง Ecosystem ที่สามารถ Funding และ Sustaining Public Goods ได้ในระยะยาว จึงเป็นที่มาของการเปลี่ยนรูปแบบองค์กรให้สามารถสร้างกำไรและสามารถส่งต่อได้ในชื่อ @optimismFND

วิธีเดิมๆ ย่อมให้ผลลัพธ์แบบเดิมๆ ในปี 2022 Optimism จึงลองใช้โมเดลใหม่ในการสร้าง Cyberspace ที่ทุกคนมีส่วนเป็นเจ้าของและได้ประโยชน์ร่วมกันโดยใช้พลังของ web3 เพื่อสร้าง Digital Democratic Governance

ไม่ต้องเป็นเศรษฐี ก็เข้าถึงสิ่งดีๆ ร่วมกันได้ Digital Democratic Governance ของ Optimism นั้นใช้วิธีที่ต่างออกไป นอกจากให้คนถือ $OP (Token House) มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง ยังมี Citizen's House ที่ไม่ได้วัดคุณค่าจากมูลค่าที่คุณมีแต่วัดจากสิ่งที่คุณทำ มาทำหน้าที่ควบคุม Funding

สร้าง Public Goods ต้องไม่หวังผล? จริงอยู่ที่การสร้าง Public Goods อาจเริ่มต้นที่ใจ แต่ถ้าสิ่งที่คุณทำนั้นสร้างแรงกระเพื่อมสู่คนหมู่มาก คุณก็ควรได้รับรางวัล ซึ่ง Retroactive Public Goods Fund หรือ RPGF นั้นคือการให้รางวัลย้อนหลังแก่คนที่มีส่วนร่วมในการสร้าง Impact ให้ OP

ถ้าไม่มีบริษัทเทคยักษ์ใหญ่แห่งโลก web2 ก็คงไม่กระตุ้นให้เกิด web3 เกิดขึ้นได้ไวอย่างนี้ เพราะมี FB / YT / Amazon / TW ควบคุมการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ บนโลกไซเบอร์ ระบบแบบเก่าที่ขับเคลื่อนด้วยเงินทุน OP อยากเห็นเห็นโลกที่แตกต่าง และโลกที่แบ่งปัน

โลกยุคใหม่ที่คุณสามารถเป็นใครก็ได้ ทำอะไรก็ได้ สร้างสรรค์อะไรก็ได้ ทุกวันนี้มี Tool ฟรีๆ ให้ใช้
Deepfake
Midjourney ครีเอทผลงานได้ทันใจ
Dall-E 2 ที่ค่อยๆ ฉลาดขึ้นจนน่ากลัว มันอาจจะถึงเวลาที่เราต้องหันกลับมามองกันและกันด้วยสายตาของความเป็นมนุษย์ ที่เข้าใจกันและแบ่งปันกัน

ถึงแม้อุดมการณ์เราจะยิ่งใหญ่ แต่โฟกัสเรายังคงไม่เปลี่ยนแปลงคือการ Scaling ETH ด้วยผลลัพธ์ มากกว่าแค่วิธีการ (ไม่ได้ยึดติดแค่ ORUs) และสามารถแก้ Blockchain Trilemma เรื่อง Funding เราก็จัดการให้ลงตัวผ่านการแจกจ่ายเหรียญที่ยุติธรรมและเป็นประชาธิปไตย

ให้การ Funding สามารถสร้าง Profit เพื่อกลับมาเป็น Funding แบบไม่รู้จบ โดยที่ทุกคนสามารถได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน

ไม่จำกัดแค่ Cyberspace แต่ OP ยังต้องการสร้างแรงกระเพื่อมของการแบ่งปันส่งต่อออกไปเรื่อยๆ Optimism > Ethereum > All Internet Public Goods > Public Goods ในระดับโลก (Ether's Phoenix)


ซึ่งทั้งหมดนี้อาจฟังดูเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่มันเริ่มต้นจากโควตประจำใจที่ OP ชอบทิ้งท้ายไว้ทุกครั้งว่า Stay Optimistic 🔴✨
เล่าประวัติแบบย่อๆ ของ @optimismFND เจ้าบุญทุ่มแห่งโลกบล็อกเชน พร้อมโทเคโนมิกสุดแปลก ที่เน้นแจกจนได้ดี พวกเขามีวิธีคิด ความเชื่อและวิสัยทัศน์แบบไหน และผ่านเรื่องราวอะไรบ้างเราไปดูกัน

ย้อนไป 2014 DAOs ยังเป็นเรื่องใหม่ @VitalikButerin ทำให้ DAOs เป็นไปได้ด้วยใช้ Smart Contact บน ETH เพื่อสร้างองค์กรอัตโนมัติจัดการ Resource ต่างๆ
องค์กรที่ไม่มีลำดับขั้น
ทุกคนมีส่วนร่วมเท่ากัน
โปร่งใส
ต้องทำตามกฎที่ตกลงไว้ Smart Contract ช่วยปลดล็อกความเป็นไปได้ต่างๆ

ปี 2017 Vitalik และ Poon เสนอไอเดียในการสเกล ETH ชื่อ "Plasma" โดยได้แรงบันดาลใจจาก Lightning (BTC) ซึ่งมีหลายกลุ่มเอา Plasma ไปต่อยอด Plasma Group กลุ่ม Non-Profit Researcher ที่ต้องการรวม Implemention ต่างๆของ Plasma เข้าด้วยกันเพื่อ Scaling ETH ต่อ แต่พวกเขาขาดแคลนเงินทุน

โปรเจคใหญ่ขึ้น ก็ต้องการทีมที่ใหญ่ขึ้น แต่ปัญหาเรื่องการเข้าถึงเงินทุนของพวกเขายังคงอยู่ พวกเขาจึงต้องการสร้าง Ecosystem ที่สามารถ Funding และ Sustaining Public Goods ได้ในระยะยาว จึงเป็นที่มาของการเปลี่ยนรูปแบบองค์กรให้สามารถสร้างกำไรและสามารถส่งต่อได้ในชื่อ @optimismFND

วิธีเดิมๆ ย่อมให้ผลลัพธ์แบบเดิมๆ ในปี 2022 Optimism จึงลองใช้โมเดลใหม่ในการสร้าง Cyberspace ที่ทุกคนมีส่วนเป็นเจ้าของและได้ประโยชน์ร่วมกันโดยใช้พลังของ web3 เพื่อสร้าง Digital Democratic Governance

ไม่ต้องเป็นเศรษฐี ก็เข้าถึงสิ่งดีๆ ร่วมกันได้ Digital Democratic Governance ของ Optimism นั้นใช้วิธีที่ต่างออกไป นอกจากให้คนถือ $OP (Token House) มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง ยังมี Citizen's House ที่ไม่ได้วัดคุณค่าจากมูลค่าที่คุณมีแต่วัดจากสิ่งที่คุณทำ มาทำหน้าที่ควบคุม Funding

สร้าง Public Goods ต้องไม่หวังผล? จริงอยู่ที่การสร้าง Public Goods อาจเริ่มต้นที่ใจ แต่ถ้าสิ่งที่คุณทำนั้นสร้างแรงกระเพื่อมสู่คนหมู่มาก คุณก็ควรได้รับรางวัล ซึ่ง Retroactive Public Goods Fund หรือ RPGF นั้นคือการให้รางวัลย้อนหลังแก่คนที่มีส่วนร่วมในการสร้าง Impact ให้ OP

ถ้าไม่มีบริษัทเทคยักษ์ใหญ่แห่งโลก web2 ก็คงไม่กระตุ้นให้เกิด web3 เกิดขึ้นได้ไวอย่างนี้ เพราะมี FB / YT / Amazon / TW ควบคุมการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ บนโลกไซเบอร์ ระบบแบบเก่าที่ขับเคลื่อนด้วยเงินทุน OP อยากเห็นเห็นโลกที่แตกต่าง และโลกที่แบ่งปัน

โลกยุคใหม่ที่คุณสามารถเป็นใครก็ได้ ทำอะไรก็ได้ สร้างสรรค์อะไรก็ได้ ทุกวันนี้มี Tool ฟรีๆ ให้ใช้
Deepfake
Midjourney ครีเอทผลงานได้ทันใจ
Dall-E 2 ที่ค่อยๆ ฉลาดขึ้นจนน่ากลัว มันอาจจะถึงเวลาที่เราต้องหันกลับมามองกันและกันด้วยสายตาของความเป็นมนุษย์ ที่เข้าใจกันและแบ่งปันกัน

ถึงแม้อุดมการณ์เราจะยิ่งใหญ่ แต่โฟกัสเรายังคงไม่เปลี่ยนแปลงคือการ Scaling ETH ด้วยผลลัพธ์ มากกว่าแค่วิธีการ (ไม่ได้ยึดติดแค่ ORUs) และสามารถแก้ Blockchain Trilemma เรื่อง Funding เราก็จัดการให้ลงตัวผ่านการแจกจ่ายเหรียญที่ยุติธรรมและเป็นประชาธิปไตย

ให้การ Funding สามารถสร้าง Profit เพื่อกลับมาเป็น Funding แบบไม่รู้จบ โดยที่ทุกคนสามารถได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน

ไม่จำกัดแค่ Cyberspace แต่ OP ยังต้องการสร้างแรงกระเพื่อมของการแบ่งปันส่งต่อออกไปเรื่อยๆ Optimism > Ethereum > All Internet Public Goods > Public Goods ในระดับโลก (Ether's Phoenix)


ซึ่งทั้งหมดนี้อาจฟังดูเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่มันเริ่มต้นจากโควตประจำใจที่ OP ชอบทิ้งท้ายไว้ทุกครั้งว่า Stay Optimistic 🔴✨


thesleeper (✨🔴_🔴✨)
thesleeper (✨🔴_🔴✨)
No comments yet