
4 Concept หลักของ Superchain
คุณรู้จัก Optimism Superchain ดีแค่ไหน? มาลองทำความรู้จักมุมใหม่ ที่ Karl Floersch Co-Founder ของ OP จะมาขยายความแบบเจาะลึกกับ 4 คอนเซปต์ที่แตกต่างและสามารถทำให้เป็นจริงได้ โดยยกมาจาก ETHDenver ถอดความมาให้อ่านกันง่ายๆ พร้อมแล้วไปดูกันเลย เนื้อหาในบทความนี้ถอดความมาจากคลิปนี้ สามารถไปดูตัวเต็มๆ ได้เลย หรือสำหรับใครที่เพิ่งเคยได้ยินเรื่อง Superchain ก็สามารถปูพื้นฐานได้ที่นี่ แต่ถ้าใครพร้อมแล้วก็ไปต่อกันเลย thesleeper.ink ✨🔴_🔴✨ @0xthesleeper เจาะลึกถึงใจ ซุปเปอร์เชนคืออะไร มาฟังคำอธิบายจาก @...

OP Summer เปิดเบื้องหลังภาพประวัติศาสตร์ที่ทีมเลือกใช้
เคยสงสัยมั้ยว่าทำไม @optimismPBC ที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ ถึงใช้ภาพขาวดำเก๊าเก่าอย่างภาพนี้ตอนแจก #airdrop พร้อมแฮชแท็ก #OPSummer is here ความจริงแล้วภาพนี้มีสตอรี่ในประวัติศาสตร์ซ่อนไว้ ที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดของทีมพอดิบพอดีปี 1967 ซานฟรานซิสโกในยุคที่ยังไม่มีโซเชียล กลุ่มวัยรุ่น 100,000 ออกมารวมตัวกันที่ Haight-Ashbury โดยไม่ได้นัดหมาย คนที่หลากหลายนี้ต่างหอบข้าวขอบของหอบสิ่งที่ชอบมาแบ่งปันกัน มีทั้งคอนเสิร์ต อาหาร ยา มอบให้กันแบบฟรีๆ เหตุการณ์นี้ถูกเรียกว่า Summer Of Love ในเวลาต่อมาแนวคิดที่...

ทำไมควรเลิกใช้ TPS วัดความเก่งของบล็อกเชน
ยิ่งTPS เยอะยิ่งเร็ว แรงและดี? เธรดนี้จะชวนคุณมาลองตั้งคำถามถึง TPS ตัววัดยอดนิยมที่คนส่วนใหญ่ใช้เปรียบเทียบความเร็วของเชนต่างๆ เพื่อคำนวณหาค่า Maximum throughput ซึ่งดูๆ แล้วก็เห็นภาพดี แล้วทำไมเจ้า TPS ถึงไม่ใช่ตัววัดที่ดี ลองมาทำความเข้าใจไปพร้อมกัน (แปลจาก @kelvinfichter )TPS is a terrible metric, stop using it to compare systemsPlease note: This article discusses and compares different aspects of Ethereum scalability solutions. I work on Optimism, an Optimistic Rollup system, and therefo...

4 Concept หลักของ Superchain
คุณรู้จัก Optimism Superchain ดีแค่ไหน? มาลองทำความรู้จักมุมใหม่ ที่ Karl Floersch Co-Founder ของ OP จะมาขยายความแบบเจาะลึกกับ 4 คอนเซปต์ที่แตกต่างและสามารถทำให้เป็นจริงได้ โดยยกมาจาก ETHDenver ถอดความมาให้อ่านกันง่ายๆ พร้อมแล้วไปดูกันเลย เนื้อหาในบทความนี้ถอดความมาจากคลิปนี้ สามารถไปดูตัวเต็มๆ ได้เลย หรือสำหรับใครที่เพิ่งเคยได้ยินเรื่อง Superchain ก็สามารถปูพื้นฐานได้ที่นี่ แต่ถ้าใครพร้อมแล้วก็ไปต่อกันเลย thesleeper.ink ✨🔴_🔴✨ @0xthesleeper เจาะลึกถึงใจ ซุปเปอร์เชนคืออะไร มาฟังคำอธิบายจาก @...

OP Summer เปิดเบื้องหลังภาพประวัติศาสตร์ที่ทีมเลือกใช้
เคยสงสัยมั้ยว่าทำไม @optimismPBC ที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ ถึงใช้ภาพขาวดำเก๊าเก่าอย่างภาพนี้ตอนแจก #airdrop พร้อมแฮชแท็ก #OPSummer is here ความจริงแล้วภาพนี้มีสตอรี่ในประวัติศาสตร์ซ่อนไว้ ที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดของทีมพอดิบพอดีปี 1967 ซานฟรานซิสโกในยุคที่ยังไม่มีโซเชียล กลุ่มวัยรุ่น 100,000 ออกมารวมตัวกันที่ Haight-Ashbury โดยไม่ได้นัดหมาย คนที่หลากหลายนี้ต่างหอบข้าวขอบของหอบสิ่งที่ชอบมาแบ่งปันกัน มีทั้งคอนเสิร์ต อาหาร ยา มอบให้กันแบบฟรีๆ เหตุการณ์นี้ถูกเรียกว่า Summer Of Love ในเวลาต่อมาแนวคิดที่...

ทำไมควรเลิกใช้ TPS วัดความเก่งของบล็อกเชน
ยิ่งTPS เยอะยิ่งเร็ว แรงและดี? เธรดนี้จะชวนคุณมาลองตั้งคำถามถึง TPS ตัววัดยอดนิยมที่คนส่วนใหญ่ใช้เปรียบเทียบความเร็วของเชนต่างๆ เพื่อคำนวณหาค่า Maximum throughput ซึ่งดูๆ แล้วก็เห็นภาพดี แล้วทำไมเจ้า TPS ถึงไม่ใช่ตัววัดที่ดี ลองมาทำความเข้าใจไปพร้อมกัน (แปลจาก @kelvinfichter )TPS is a terrible metric, stop using it to compare systemsPlease note: This article discusses and compares different aspects of Ethereum scalability solutions. I work on Optimism, an Optimistic Rollup system, and therefo...

Subscribe to thesleeper (✨🔴_🔴✨)

Subscribe to thesleeper (✨🔴_🔴✨)
Share Dialog
Share Dialog


<100 subscribers
<100 subscribers
อิมแพกอารีน่าต้องหลบไป เพราะนี่คือ Impact = Profit ที่เล่นใหญ่ พร้อมชวนทุกคนมาร่วมกันสร้าง ใช้ และได้ประโยชน์ไปพร้อมๆ กัน กับอีกขั้นของ RPGF อธิบายโดย @ben_chain หรือ Ben Jones ที่งาน @EthereumDenver ที่จะทำให้คุณเห็นความเชื่อมโยงระหว่าง OP Stack และ RPGF ใครพร้อมแล้วไปดูกัน
สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านเรื่อง OP Stack มาปูพื้นพร้อมๆ กัน OP Stack คือ codebase ที่เป็นเหมือนขุมพลังของ Optimism และเป็น public good ที่ทรงพลังมากๆ OP ไม่ได้ต้องการสเกลเพื่อสร้าง multichain แต่เป็น Superchain อ่านต่อได้ที่นี่
เราจะสเกล(โต)ไปด้วยกัน ไม่ใช่แยกกัน @Coinbase เพิ่งเข้ามาร่วมกับ @OPLabsPBC เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาในฐานะ core dev ทีมที่สองสำหรับ OP Stack แถมพวกเขายังสร้าง @buildonbase โดยใช้ OP Stack
ในข่าวที่ฟังดูตื่นเต้นนี้ @ben_chain ก็นึกถึงคำถามนึงขึ้นมาว่า การ OP คิดจริงจังกับการสร้าง Public Goods แค่ไหน? มันเป็นแค่กิมมิกรึเปล่า? มันจะเวิร์กได้ยังไง? แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไงที่ซอฟแวร์ฟรีและ open-source จะเติบโตได้แบบยั่งยืน?
เรากำลังพุ่งตรงไปยังทิศทางที่ถูกต้อง @buildonbase พิสูจน์ความจริงจังและตั้งใจโดยแบ่งสัดส่วนกำไรจาก transaction fee กลับไปให้ Optimism Collective นี่คือเรื่องใหญ่ที่ทำให้ Retroactive Public Goods Funding แข็งแกร่ง Public goods ที่ยั่งยืนกำลังจะมา
การลงทุนกับ RPGF ในลักษณะนี้จะเป็นการเสริมความแกร่งให้ OP Stack ที่เราหวังว่าจะมีส่วนในการเป็นแรงบันดาลใจให้ builders อื่นๆ เห็นผลลัพธ์ที่ดีของการสนับสนุน RPGF แต่ยังไงก็ตามเพื่อให้มั่นใจว่า impact = profit เราจึงต้องมานั่งตีความให้ชัดว่าอะไรคือ Impact
เพื่ออธิบายให้เห็นถึง Impact ของ OP Stack เราต้องเริ่มจากการมาดู Ecosystem กันดีๆ เราจะเห็น Ecosystem Map ที่รวมโลโก้ของไอค่อนต่างๆ แบ่งตามประเภทเช่น DeFi, NFTs, DAOs, อื่นๆ
สิ่งที่ Map นี้ยังขาดอยู่คือภาพที่ทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างแอปฯ OP Stack เป็นตัวอย่างที่สำคัญที่ทำให้เห็นว่า Ecosystem Map แบบเก่าไม่ค่อยเวิร์ก เพราะ codebase นั้นไม่สามารถแบ่งแยกตามประเภทของ dapp หรืออุตสาหกรรมได้ เพราะแต่ละโปรเจคนั้นมีการเชื่อมโยงกันกันทั่วทั้ง Ecosystem
แล้วเราจะแก้ไขความเข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแอปฯยังไง? ทำได้โดยการยืมคอนเซปจากโลก tradfi
ในโลก tradfi มีสิ่งที่เรียกว่า Value Chain (ไม่เกี่ยวกับบล็อกเชน) ซึ่งเป็นภาพที่แสดงให้เห็นความเชื่อมกันของ impact และ profit ระหว่าง entities และช่วยสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน ง่ายๆ แบบนี้:
entity A → profit → entity B
entity A ← impact ← entity B
ยกตัวอย่างเช่น @Uniswap และ Optimism เราจะตีเส้น Value Chain เป็นแบบนี้
Uniswap → L2 transaction fees → Optimism
Uniswap ← cheap block space ← Optimism
เมื่อเราเอา value chains มาแทนที่ Ecosystem map แบบเก่าเราก็จะเห็นว่าเส้นความสัมพันธ์ระหว่างกันของทั้งโลกคริปโต แล้วสิ่งนี้มันไปเกี่ยวกับ public goods ยังไง?
สิ่งที่เราพยายามสร้างปูฐานให้ RPGF ในฐานะ value chain สำหรับ public goods เช่น OP Stack ซึ่งมันจะออกมาหน้าตาเป็นแบบนี้ :
OP Stack → stable, secure codebase → Optimism
Collective OP Stack ← RPGF ← Optimism Collective
หมายความว่า RPGF จะไหลจาก Collective กลับสู่ OP Stack? แต่ตัว codebase (เป็นสาธารณะ)มันใช้ funding ไม่ได้หนิ funding ความจริงแล้วถูกแจกจ่ายให้คนและโปรเจคกลุ่มใหญ่ที่ร่วมกับสร้าง codebase, ดูแลระบบ, และช่วยให้ ecosystem เติบโตขึ้น
เมื่อ Superchain มันขยายใหญ่และสามารถสร้าง Impact = Profit ที่กว้างขึ้น ก็จะมีเงินทุนที่ไหลกลับไปให้ RPGF เพื่อทำให้ Public Goods เช่น OP Stack มันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่สำคัญคือเราต้องทำให้มั่นใจว่า วงจรที่ทำให้ทุกอย่างเติบโตนั้นสามารถเดินต่อไปได้เรื่อยๆ ในอนาคต
โดย OP ได้ทำการแจก RPGF รอบแรกไปแล้ว และจะมีการโหวตในการแจกจ่าย RPGF รอบสองเร็วๆ นี้ ซึ่งจะแจกจ่าย • 10m OP tokens • มีโปรเจคถูกเสนอชื่อกว่า ~300 โปรเจค • และมี ~70 unique citizens (Badgeholder)
ไปตามดูทอล์กเต็มๆของ @ben_chain ได้ที่นี่
นี่เป็นแค่การเริ่มต้น และต่อไปจะมีโอกาสดีๆ สำหรับคนที่ช่วยสร้าง ecosystem ให้เติบโตขึ้นจาก RPGF ใครสนใจสามารถตามไปอ่านต่อได้ที่นี่
อิมแพกอารีน่าต้องหลบไป เพราะนี่คือ Impact = Profit ที่เล่นใหญ่ พร้อมชวนทุกคนมาร่วมกันสร้าง ใช้ และได้ประโยชน์ไปพร้อมๆ กัน กับอีกขั้นของ RPGF อธิบายโดย @ben_chain หรือ Ben Jones ที่งาน @EthereumDenver ที่จะทำให้คุณเห็นความเชื่อมโยงระหว่าง OP Stack และ RPGF ใครพร้อมแล้วไปดูกัน
สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านเรื่อง OP Stack มาปูพื้นพร้อมๆ กัน OP Stack คือ codebase ที่เป็นเหมือนขุมพลังของ Optimism และเป็น public good ที่ทรงพลังมากๆ OP ไม่ได้ต้องการสเกลเพื่อสร้าง multichain แต่เป็น Superchain อ่านต่อได้ที่นี่
เราจะสเกล(โต)ไปด้วยกัน ไม่ใช่แยกกัน @Coinbase เพิ่งเข้ามาร่วมกับ @OPLabsPBC เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาในฐานะ core dev ทีมที่สองสำหรับ OP Stack แถมพวกเขายังสร้าง @buildonbase โดยใช้ OP Stack
ในข่าวที่ฟังดูตื่นเต้นนี้ @ben_chain ก็นึกถึงคำถามนึงขึ้นมาว่า การ OP คิดจริงจังกับการสร้าง Public Goods แค่ไหน? มันเป็นแค่กิมมิกรึเปล่า? มันจะเวิร์กได้ยังไง? แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไงที่ซอฟแวร์ฟรีและ open-source จะเติบโตได้แบบยั่งยืน?
เรากำลังพุ่งตรงไปยังทิศทางที่ถูกต้อง @buildonbase พิสูจน์ความจริงจังและตั้งใจโดยแบ่งสัดส่วนกำไรจาก transaction fee กลับไปให้ Optimism Collective นี่คือเรื่องใหญ่ที่ทำให้ Retroactive Public Goods Funding แข็งแกร่ง Public goods ที่ยั่งยืนกำลังจะมา
การลงทุนกับ RPGF ในลักษณะนี้จะเป็นการเสริมความแกร่งให้ OP Stack ที่เราหวังว่าจะมีส่วนในการเป็นแรงบันดาลใจให้ builders อื่นๆ เห็นผลลัพธ์ที่ดีของการสนับสนุน RPGF แต่ยังไงก็ตามเพื่อให้มั่นใจว่า impact = profit เราจึงต้องมานั่งตีความให้ชัดว่าอะไรคือ Impact
เพื่ออธิบายให้เห็นถึง Impact ของ OP Stack เราต้องเริ่มจากการมาดู Ecosystem กันดีๆ เราจะเห็น Ecosystem Map ที่รวมโลโก้ของไอค่อนต่างๆ แบ่งตามประเภทเช่น DeFi, NFTs, DAOs, อื่นๆ
สิ่งที่ Map นี้ยังขาดอยู่คือภาพที่ทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างแอปฯ OP Stack เป็นตัวอย่างที่สำคัญที่ทำให้เห็นว่า Ecosystem Map แบบเก่าไม่ค่อยเวิร์ก เพราะ codebase นั้นไม่สามารถแบ่งแยกตามประเภทของ dapp หรืออุตสาหกรรมได้ เพราะแต่ละโปรเจคนั้นมีการเชื่อมโยงกันกันทั่วทั้ง Ecosystem
แล้วเราจะแก้ไขความเข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแอปฯยังไง? ทำได้โดยการยืมคอนเซปจากโลก tradfi
ในโลก tradfi มีสิ่งที่เรียกว่า Value Chain (ไม่เกี่ยวกับบล็อกเชน) ซึ่งเป็นภาพที่แสดงให้เห็นความเชื่อมกันของ impact และ profit ระหว่าง entities และช่วยสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน ง่ายๆ แบบนี้:
entity A → profit → entity B
entity A ← impact ← entity B
ยกตัวอย่างเช่น @Uniswap และ Optimism เราจะตีเส้น Value Chain เป็นแบบนี้
Uniswap → L2 transaction fees → Optimism
Uniswap ← cheap block space ← Optimism
เมื่อเราเอา value chains มาแทนที่ Ecosystem map แบบเก่าเราก็จะเห็นว่าเส้นความสัมพันธ์ระหว่างกันของทั้งโลกคริปโต แล้วสิ่งนี้มันไปเกี่ยวกับ public goods ยังไง?
สิ่งที่เราพยายามสร้างปูฐานให้ RPGF ในฐานะ value chain สำหรับ public goods เช่น OP Stack ซึ่งมันจะออกมาหน้าตาเป็นแบบนี้ :
OP Stack → stable, secure codebase → Optimism
Collective OP Stack ← RPGF ← Optimism Collective
หมายความว่า RPGF จะไหลจาก Collective กลับสู่ OP Stack? แต่ตัว codebase (เป็นสาธารณะ)มันใช้ funding ไม่ได้หนิ funding ความจริงแล้วถูกแจกจ่ายให้คนและโปรเจคกลุ่มใหญ่ที่ร่วมกับสร้าง codebase, ดูแลระบบ, และช่วยให้ ecosystem เติบโตขึ้น
เมื่อ Superchain มันขยายใหญ่และสามารถสร้าง Impact = Profit ที่กว้างขึ้น ก็จะมีเงินทุนที่ไหลกลับไปให้ RPGF เพื่อทำให้ Public Goods เช่น OP Stack มันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่สำคัญคือเราต้องทำให้มั่นใจว่า วงจรที่ทำให้ทุกอย่างเติบโตนั้นสามารถเดินต่อไปได้เรื่อยๆ ในอนาคต
โดย OP ได้ทำการแจก RPGF รอบแรกไปแล้ว และจะมีการโหวตในการแจกจ่าย RPGF รอบสองเร็วๆ นี้ ซึ่งจะแจกจ่าย • 10m OP tokens • มีโปรเจคถูกเสนอชื่อกว่า ~300 โปรเจค • และมี ~70 unique citizens (Badgeholder)
ไปตามดูทอล์กเต็มๆของ @ben_chain ได้ที่นี่
นี่เป็นแค่การเริ่มต้น และต่อไปจะมีโอกาสดีๆ สำหรับคนที่ช่วยสร้าง ecosystem ให้เติบโตขึ้นจาก RPGF ใครสนใจสามารถตามไปอ่านต่อได้ที่นี่
No activity yet