<100 subscribers
Share Dialog
Share Dialog


อิมแพกอารีน่าต้องหลบไป เพราะนี่คือ Impact = Profit ที่เล่นใหญ่ พร้อมชวนทุกคนมาร่วมกันสร้าง ใช้ และได้ประโยชน์ไปพร้อมๆ กัน กับอีกขั้นของ RPGF อธิบายโดย @ben_chain หรือ Ben Jones ที่งาน @EthereumDenver ที่จะทำให้คุณเห็นความเชื่อมโยงระหว่าง OP Stack และ RPGF ใครพร้อมแล้วไปดูกัน
สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านเรื่อง OP Stack มาปูพื้นพร้อมๆ กัน OP Stack คือ codebase ที่เป็นเหมือนขุมพลังของ Optimism และเป็น public good ที่ทรงพลังมากๆ OP ไม่ได้ต้องการสเกลเพื่อสร้าง multichain แต่เป็น Superchain อ่านต่อได้ที่นี่
เราจะสเกล(โต)ไปด้วยกัน ไม่ใช่แยกกัน @Coinbase เพิ่งเข้ามาร่วมกับ @OPLabsPBC เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาในฐานะ core dev ทีมที่สองสำหรับ OP Stack แถมพวกเขายังสร้าง @buildonbase โดยใช้ OP Stack
ในข่าวที่ฟังดูตื่นเต้นนี้ @ben_chain ก็นึกถึงคำถามนึงขึ้นมาว่า การ OP คิดจริงจังกับการสร้าง Public Goods แค่ไหน? มันเป็นแค่กิมมิกรึเปล่า? มันจะเวิร์กได้ยังไง? แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไงที่ซอฟแวร์ฟรีและ open-source จะเติบโตได้แบบยั่งยืน?
เรากำลังพุ่งตรงไปยังทิศทางที่ถูกต้อง @buildonbase พิสูจน์ความจริงจังและตั้งใจโดยแบ่งสัดส่วนกำไรจาก transaction fee กลับไปให้ Optimism Collective นี่คือเรื่องใหญ่ที่ทำให้ Retroactive Public Goods Funding แข็งแกร่ง Public goods ที่ยั่งยืนกำลังจะมา
การลงทุนกับ RPGF ในลักษณะนี้จะเป็นการเสริมความแกร่งให้ OP Stack ที่เราหวังว่าจะมีส่วนในการเป็นแรงบันดาลใจให้ builders อื่นๆ เห็นผลลัพธ์ที่ดีของการสนับสนุน RPGF แต่ยังไงก็ตามเพื่อให้มั่นใจว่า impact = profit เราจึงต้องมานั่งตีความให้ชัดว่าอะไรคือ Impact
เพื่ออธิบายให้เห็นถึง Impact ของ OP Stack เราต้องเริ่มจากการมาดู Ecosystem กันดีๆ เราจะเห็น Ecosystem Map ที่รวมโลโก้ของไอค่อนต่างๆ แบ่งตามประเภทเช่น DeFi, NFTs, DAOs, อื่นๆ
สิ่งที่ Map นี้ยังขาดอยู่คือภาพที่ทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างแอปฯ OP Stack เป็นตัวอย่างที่สำคัญที่ทำให้เห็นว่า Ecosystem Map แบบเก่าไม่ค่อยเวิร์ก เพราะ codebase นั้นไม่สามารถแบ่งแยกตามประเภทของ dapp หรืออุตสาหกรรมได้ เพราะแต่ละโปรเจคนั้นมีการเชื่อมโยงกันกันทั่วทั้ง Ecosystem
แล้วเราจะแก้ไขความเข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแอปฯยังไง? ทำได้โดยการยืมคอนเซปจากโลก tradfi
ในโลก tradfi มีสิ่งที่เรียกว่า Value Chain (ไม่เกี่ยวกับบล็อกเชน) ซึ่งเป็นภาพที่แสดงให้เห็นความเชื่อมกันของ impact และ profit ระหว่าง entities และช่วยสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน ง่ายๆ แบบนี้:
entity A → profit → entity B
entity A ← impact ← entity B
ยกตัวอย่างเช่น @Uniswap และ Optimism เราจะตีเส้น Value Chain เป็นแบบนี้
Uniswap → L2 transaction fees → Optimism
Uniswap ← cheap block space ← Optimism
เมื่อเราเอา value chains มาแทนที่ Ecosystem map แบบเก่าเราก็จะเห็นว่าเส้นความสัมพันธ์ระหว่างกันของทั้งโลกคริปโต แล้วสิ่งนี้มันไปเกี่ยวกับ public goods ยังไง?
สิ่งที่เราพยายามสร้างปูฐานให้ RPGF ในฐานะ value chain สำหรับ public goods เช่น OP Stack ซึ่งมันจะออกมาหน้าตาเป็นแบบนี้ :
OP Stack → stable, secure codebase → Optimism
Collective OP Stack ← RPGF ← Optimism Collective
หมายความว่า RPGF จะไหลจาก Collective กลับสู่ OP Stack? แต่ตัว codebase (เป็นสาธารณะ)มันใช้ funding ไม่ได้หนิ funding ความจริงแล้วถูกแจกจ่ายให้คนและโปรเจคกลุ่มใหญ่ที่ร่วมกับสร้าง codebase, ดูแลระบบ, และช่วยให้ ecosystem เติบโตขึ้น
เมื่อ Superchain มันขยายใหญ่และสามารถสร้าง Impact = Profit ที่กว้างขึ้น ก็จะมีเงินทุนที่ไหลกลับไปให้ RPGF เพื่อทำให้ Public Goods เช่น OP Stack มันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่สำคัญคือเราต้องทำให้มั่นใจว่า วงจรที่ทำให้ทุกอย่างเติบโตนั้นสามารถเดินต่อไปได้เรื่อยๆ ในอนาคต
โดย OP ได้ทำการแจก RPGF รอบแรกไปแล้ว และจะมีการโหวตในการแจกจ่าย RPGF รอบสองเร็วๆ นี้ ซึ่งจะแจกจ่าย • 10m OP tokens • มีโปรเจคถูกเสนอชื่อกว่า ~300 โปรเจค • และมี ~70 unique citizens (Badgeholder)
ไปตามดูทอล์กเต็มๆของ @ben_chain ได้ที่นี่
นี่เป็นแค่การเริ่มต้น และต่อไปจะมีโอกาสดีๆ สำหรับคนที่ช่วยสร้าง ecosystem ให้เติบโตขึ้นจาก RPGF ใครสนใจสามารถตามไปอ่านต่อได้ที่นี่
อิมแพกอารีน่าต้องหลบไป เพราะนี่คือ Impact = Profit ที่เล่นใหญ่ พร้อมชวนทุกคนมาร่วมกันสร้าง ใช้ และได้ประโยชน์ไปพร้อมๆ กัน กับอีกขั้นของ RPGF อธิบายโดย @ben_chain หรือ Ben Jones ที่งาน @EthereumDenver ที่จะทำให้คุณเห็นความเชื่อมโยงระหว่าง OP Stack และ RPGF ใครพร้อมแล้วไปดูกัน
สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านเรื่อง OP Stack มาปูพื้นพร้อมๆ กัน OP Stack คือ codebase ที่เป็นเหมือนขุมพลังของ Optimism และเป็น public good ที่ทรงพลังมากๆ OP ไม่ได้ต้องการสเกลเพื่อสร้าง multichain แต่เป็น Superchain อ่านต่อได้ที่นี่
เราจะสเกล(โต)ไปด้วยกัน ไม่ใช่แยกกัน @Coinbase เพิ่งเข้ามาร่วมกับ @OPLabsPBC เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาในฐานะ core dev ทีมที่สองสำหรับ OP Stack แถมพวกเขายังสร้าง @buildonbase โดยใช้ OP Stack
ในข่าวที่ฟังดูตื่นเต้นนี้ @ben_chain ก็นึกถึงคำถามนึงขึ้นมาว่า การ OP คิดจริงจังกับการสร้าง Public Goods แค่ไหน? มันเป็นแค่กิมมิกรึเปล่า? มันจะเวิร์กได้ยังไง? แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไงที่ซอฟแวร์ฟรีและ open-source จะเติบโตได้แบบยั่งยืน?
เรากำลังพุ่งตรงไปยังทิศทางที่ถูกต้อง @buildonbase พิสูจน์ความจริงจังและตั้งใจโดยแบ่งสัดส่วนกำไรจาก transaction fee กลับไปให้ Optimism Collective นี่คือเรื่องใหญ่ที่ทำให้ Retroactive Public Goods Funding แข็งแกร่ง Public goods ที่ยั่งยืนกำลังจะมา
การลงทุนกับ RPGF ในลักษณะนี้จะเป็นการเสริมความแกร่งให้ OP Stack ที่เราหวังว่าจะมีส่วนในการเป็นแรงบันดาลใจให้ builders อื่นๆ เห็นผลลัพธ์ที่ดีของการสนับสนุน RPGF แต่ยังไงก็ตามเพื่อให้มั่นใจว่า impact = profit เราจึงต้องมานั่งตีความให้ชัดว่าอะไรคือ Impact
เพื่ออธิบายให้เห็นถึง Impact ของ OP Stack เราต้องเริ่มจากการมาดู Ecosystem กันดีๆ เราจะเห็น Ecosystem Map ที่รวมโลโก้ของไอค่อนต่างๆ แบ่งตามประเภทเช่น DeFi, NFTs, DAOs, อื่นๆ
สิ่งที่ Map นี้ยังขาดอยู่คือภาพที่ทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างแอปฯ OP Stack เป็นตัวอย่างที่สำคัญที่ทำให้เห็นว่า Ecosystem Map แบบเก่าไม่ค่อยเวิร์ก เพราะ codebase นั้นไม่สามารถแบ่งแยกตามประเภทของ dapp หรืออุตสาหกรรมได้ เพราะแต่ละโปรเจคนั้นมีการเชื่อมโยงกันกันทั่วทั้ง Ecosystem
แล้วเราจะแก้ไขความเข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแอปฯยังไง? ทำได้โดยการยืมคอนเซปจากโลก tradfi
ในโลก tradfi มีสิ่งที่เรียกว่า Value Chain (ไม่เกี่ยวกับบล็อกเชน) ซึ่งเป็นภาพที่แสดงให้เห็นความเชื่อมกันของ impact และ profit ระหว่าง entities และช่วยสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน ง่ายๆ แบบนี้:
entity A → profit → entity B
entity A ← impact ← entity B
ยกตัวอย่างเช่น @Uniswap และ Optimism เราจะตีเส้น Value Chain เป็นแบบนี้
Uniswap → L2 transaction fees → Optimism
Uniswap ← cheap block space ← Optimism
เมื่อเราเอา value chains มาแทนที่ Ecosystem map แบบเก่าเราก็จะเห็นว่าเส้นความสัมพันธ์ระหว่างกันของทั้งโลกคริปโต แล้วสิ่งนี้มันไปเกี่ยวกับ public goods ยังไง?
สิ่งที่เราพยายามสร้างปูฐานให้ RPGF ในฐานะ value chain สำหรับ public goods เช่น OP Stack ซึ่งมันจะออกมาหน้าตาเป็นแบบนี้ :
OP Stack → stable, secure codebase → Optimism
Collective OP Stack ← RPGF ← Optimism Collective
หมายความว่า RPGF จะไหลจาก Collective กลับสู่ OP Stack? แต่ตัว codebase (เป็นสาธารณะ)มันใช้ funding ไม่ได้หนิ funding ความจริงแล้วถูกแจกจ่ายให้คนและโปรเจคกลุ่มใหญ่ที่ร่วมกับสร้าง codebase, ดูแลระบบ, และช่วยให้ ecosystem เติบโตขึ้น
เมื่อ Superchain มันขยายใหญ่และสามารถสร้าง Impact = Profit ที่กว้างขึ้น ก็จะมีเงินทุนที่ไหลกลับไปให้ RPGF เพื่อทำให้ Public Goods เช่น OP Stack มันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่สำคัญคือเราต้องทำให้มั่นใจว่า วงจรที่ทำให้ทุกอย่างเติบโตนั้นสามารถเดินต่อไปได้เรื่อยๆ ในอนาคต
โดย OP ได้ทำการแจก RPGF รอบแรกไปแล้ว และจะมีการโหวตในการแจกจ่าย RPGF รอบสองเร็วๆ นี้ ซึ่งจะแจกจ่าย • 10m OP tokens • มีโปรเจคถูกเสนอชื่อกว่า ~300 โปรเจค • และมี ~70 unique citizens (Badgeholder)
ไปตามดูทอล์กเต็มๆของ @ben_chain ได้ที่นี่
นี่เป็นแค่การเริ่มต้น และต่อไปจะมีโอกาสดีๆ สำหรับคนที่ช่วยสร้าง ecosystem ให้เติบโตขึ้นจาก RPGF ใครสนใจสามารถตามไปอ่านต่อได้ที่นี่
thesleeper (✨🔴_🔴✨)
thesleeper (✨🔴_🔴✨)
No comments yet