NFTs & The Metaverse research partially done by AI while writing is 100% by human)


NFTs & The Metaverse research partially done by AI while writing is 100% by human)
Share Dialog
Share Dialog

Subscribe to Thailand JPEG Holder

Subscribe to Thailand JPEG Holder
<100 subscribers
<100 subscribers
เวลาช่างผ่านไปเร็วครับ จากล่าสุดที่แอดอัพเดท Meta Connect 2022 ไป ตอนนี้มาเป็นของรอบ 2023 แล้ว ซึ่งในตอนท้ายผมจะพูดถึงมุมมองที่มีผลต่อตลาด NFT ของเรากันครับ

เริ่มจากส่วนแรกเราจะเห็นได้ว่ามาร์คย้ำบ่อยถึงการตั้งอยู่บนหลักการของการเป็น social platform จากนั้นการขยาย experience มาทีหลัง, กล่าวคือการเชื่อมโยงผู้คนยังคงเป็น core principle เหมือนเดิม (สังเกตุช่วงได้นาทีที่ 01:50 ได้ว่า 'we are focus on building future of human connection', ซึ่งส่วนตัวผมให้เป็นอะไรที่มีคะแนนนำหน้าค่ายอื่นมาเสมอ)
มาร์คได้พูดถึงทิศทางของอนาคตเรากำลังไปสู่ภาวะที่ daily life experience อยู่ในรูปของการ digitalised มากขึ้น ขอบเขตของทั้งสองโลกจะเลือนขึ้นเรื่อยๆ ผมดีใจที่บทความของผมที่เขียนไปเมื่อราวปีก่อนอธิบายถึงสิ่งที่มาร์คพูดถึงได้อย่างชัดเจน (ทำไม Metaverse ถึงจะไม่มีวันเฟล)
ทุกความก้าวหน้าที่ Meta นำเสนอวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น MR (mixed reality; Meta Quest 3), AI และ Smart Glasses (ที่แอดค่อนข้างมั่นใจแน่นอนว่าในอนาคตมันจะกลายเป็น Smart Lens ที่เชื่อมต่อกับการทำงานของ brain-computer interface ได้ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง) ที่ล้วนเป็นองค๋ประกอบสำหรับการถูก unified เพื่อ, ตามชื่อบริษัทเอง meta, 'metaverse' (ผมเขียนในประเด็นนี้สั้นๆไว้เช่นกัน ดูเพิ่มเติม)

เมื่อพูดเปิดงานจบว่าจะมีอะไรบ้างแล้ว พี่มาร์คเราก็เริ่มต้นที่แว่น VR Quest 3 เลยครับ ภาพรวมก็ตามประสาครับ น้ำหนักน้อยขึ้น ภาพชัดขึ้น เลนส์ดีขึ้น ฯลฯ ไม่มีสายและแบตรุงรังอะไรตามเคย (เอ๊ะ พูดถึงใครนะ 55) จากนั้นก็มีโชว์ MR ครับ เช่นการเล่นบอร์ดเกมบนโต๊ะ (นึกถึงยูกิเวอชั่นมีอนิเมชั่นเต็มสูบเลย) รวมถึงการ interact กับเกมต่างๆที่ผสานรวมกับเพดานหรือผนังห้องเรา ที่สำคัญเกมต่างๆจาก xbox store ก็จะมาแจมด้วยครับ สุดอยู่นาา แอดว่า dead space นี่ถึงใจแน่นอนอะ ถ้าทำภาพดีๆ
ส่วนฝั่งการทำงานก็มีครับ สามารถใช้ microsoft office ได้ สามารถติดตั้งโปรแกรมที่เป็น handiwork ต่างๆได้ หรือถ้าใครชอบ lifestyle ก็ซัพพอร์ตเหมือนกัน เช่นการไปนั่งดูกีฬาข้างสนามแบบติดๆเลย โยกไปมุมสำคัญได้ อันนี้คนคงชอบเยอะครับ ราคาก็ไม่แรง ราคาแทบจะ 1/4 ของอีกค่ายแอปเปิลเลยครับ
ถัดมาที่ AI ครับ, Llama 2 (LLM) แถมก็ฟังกชัน gen ภาพต่างๆได้ด้วย - ในชื่อว่า EMU; expressive media universe เช่น sticker ของ chat app ที่เรา personalise เองได้ แม้ไปกระทั่ง asissant ของเรา (เราถูกดูดข้อมูลชิบหายวายป่วงเลย) นอกจากนี้ก็ยัง integrate กับ API บน AWS ได้ด้วยครับ เขา collab กัน

แล้วพรี่มาร์คก็ showcase สักหน่อย ไม่ว่าจะเป็น role play ต่างๆ เราก็เลือกได้ความต้องการครับ เอาเข้าไป metaverse ได้ด้วยนะ และปีหน้าจะมี voice interaction + ดึง real time info แบบ bard ของ google เลย (วันสองวันก่อนของตอนแอดนั่งเขียนอยู่ อีลอนก็ปล่อย grok มา เรียลไทมเหมือนกัน)
(มาถึงตรงนี้แล้ว แอดอดคิดไม่ได้ว่าอนาคตเราจะเลี่ยงสถานการณ์แบบ Black Mirror ในตอน 'Be Right Back' ได้ยังไง.. (และในอีกหลายๆตอน) เพราะตราบใดที่มีมนุษย์เกี่ยวข้องไม่ทางใดทางหนึ่ง มันก็จะมีพื้นที่ของ error เสมอ - ถึงผมจะ bullish mark และ meta, แต่ผมไม่เคยเชื่อใน privacy safeguard ที่เขาพยายามบอกให้เราสบายใจนักหนาเลย ยังไงข้อมูลเราก็หลุด/ถูกไป monetise ครับ ตามประโยคคลาสสิค อะไรที่ฟรี เราเองนั่นแหละที่จะกลายเป็นสินค้า)..
อ่า ขอโทษครับ ดาร์คไปหน่อย กลับต่อที่งานดีกว่า ! ถัดมาครับ อันนี้ผมชอบที่สุดเลย (เพราะมันช่วยให้สาย content creator ทำงานได้ง่ายและสมจริงมากขึ้นมากก) ซึ่งก็คือ Meta Rayban (Smart Glasses); แคปเจอ/อัดวิดีโอโมเม้นได้ ฟังเพลงได้ รับสาย/คุยโทรศัพทได้ stream ก็ยังได้ แล้วก็อย่างที่บอก มี Llama 2 ติดมาด้วย (แล้วก็คงจะอัพเกรดได้เรื่อยๆถ้า Llama 3 มา), storage 32GB ครับ ซองแว่นเป็นที่ชาร์ต น่ารักดีครับ

คือไอการที่เราได้มือมาอีกข้างจากต้องคอยจับโทรศัพทตลอดเวลานี้มัน game changer มากเลยนะ ที่มาร์คโชว์ก็เจ๋งครับ (นาทีที่ - เราใส่แล้วมองไปที่ไหน/อะไร เราก็สามารถ acquire ข้อมูลกับ Llama ได้ด้วย คิดดูในอนาคตอันใกล้มี version เป็นแบบ sport ขึ้นมา เป็น footage เรียลๆหลายๆกีฬา ผมว่าเจ๋งมากเลย

จริงๆก็มีเสียงฟีดแบคหนาอยู่เรื่อง privacy ใน public life ครับ เพราะคราวนี้แว่นเหมือนแว่นแฟชั่นมาก ถ้าไม่ดูให้ดีหรือแค่เดินผ่านๆข้างนอก คือดูไม่ออกเลยว่ามันมีกล้อง เป็น smart glasses, ถึงทาง meta เองจะลอคระบบให้ตัวเลนส์มีไฟกะพริบ+เสียงแช๊ะเวลาเราถ่ายภาพหรืออัดวิดีโอก็ตาม (setting นี้เอาออกไม่ได้ครับ) แต่มันก็ค่อยจะพอ ถึงภาพเราเดินเข้าห้องน้ำสาธารณะ ในห้าง แล้วเห็นคนใส่อิแว่นนี้มา เราก็หรือคนอื่นๆก็อาจจะ เอ๊ะ ยังไงเนี่ย ใช่ไหมล่ะครับ คือมันมีเคสความเป็นไปได้เยอะมากมายเลย แต่ก็.. นั่นแหละครับ ไว้ไปเป็นอีกประเด็นนึงในโอกาสอื่น 55 ตอนนี้เราสนใจแค่ tech และของเล่นใหม่ๆ - อันนี้มาร์คไม่ได้ raise เป็นประเด็นขึ้นมาในงานนะ ผมไปตามดูต่อมา และแนบมาด้วยเฉยๆครับ
** **จากนั้นตอนท้ายก็กลับมาโม้ (แต่ทำได้จริง) ที่ Quest 3 ต่อสักพักครับ ขยายต่อเพิ่มเรื่อง room scan + MR object (*หุหุ ยังไงอนาคตก็ไม่น่าหนีการเข้าทาง NFT ไม่พ้นครับ) และมี demo เกมต่างๆให้ดู ส่วนตัวผมว่ามันจะแมสมากๆจนมีคนอยากซื้ออุปกรณ์นี้มาใช้ ก็ต่อเมือมีเกมที่ viral มากๆมาลงครับ อย่างสมัย Among Us เป็นต้น (หรือ Friend Tech? ฮ่า)
จากนั้นก็ปิดท้ายงานด้วยการพูดโดย CTO ถึงความจริงจังในการพัฒนา AI เพื่อนเป็นส่วนเติมเต็มและยกระดับ vision ของทาง meta และจบด้วย trailer สวยๆให้ดูตามท้องเรื่องครับ อันนี้เผื่อเพื่อนๆสนใจดูงาน Meta Connect 2023 ตัวเต็มครับ
เวลาช่างผ่านไปเร็วครับ จากล่าสุดที่แอดอัพเดท Meta Connect 2022 ไป ตอนนี้มาเป็นของรอบ 2023 แล้ว ซึ่งในตอนท้ายผมจะพูดถึงมุมมองที่มีผลต่อตลาด NFT ของเรากันครับ

เริ่มจากส่วนแรกเราจะเห็นได้ว่ามาร์คย้ำบ่อยถึงการตั้งอยู่บนหลักการของการเป็น social platform จากนั้นการขยาย experience มาทีหลัง, กล่าวคือการเชื่อมโยงผู้คนยังคงเป็น core principle เหมือนเดิม (สังเกตุช่วงได้นาทีที่ 01:50 ได้ว่า 'we are focus on building future of human connection', ซึ่งส่วนตัวผมให้เป็นอะไรที่มีคะแนนนำหน้าค่ายอื่นมาเสมอ)
มาร์คได้พูดถึงทิศทางของอนาคตเรากำลังไปสู่ภาวะที่ daily life experience อยู่ในรูปของการ digitalised มากขึ้น ขอบเขตของทั้งสองโลกจะเลือนขึ้นเรื่อยๆ ผมดีใจที่บทความของผมที่เขียนไปเมื่อราวปีก่อนอธิบายถึงสิ่งที่มาร์คพูดถึงได้อย่างชัดเจน (ทำไม Metaverse ถึงจะไม่มีวันเฟล)
ทุกความก้าวหน้าที่ Meta นำเสนอวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น MR (mixed reality; Meta Quest 3), AI และ Smart Glasses (ที่แอดค่อนข้างมั่นใจแน่นอนว่าในอนาคตมันจะกลายเป็น Smart Lens ที่เชื่อมต่อกับการทำงานของ brain-computer interface ได้ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง) ที่ล้วนเป็นองค๋ประกอบสำหรับการถูก unified เพื่อ, ตามชื่อบริษัทเอง meta, 'metaverse' (ผมเขียนในประเด็นนี้สั้นๆไว้เช่นกัน ดูเพิ่มเติม)

เมื่อพูดเปิดงานจบว่าจะมีอะไรบ้างแล้ว พี่มาร์คเราก็เริ่มต้นที่แว่น VR Quest 3 เลยครับ ภาพรวมก็ตามประสาครับ น้ำหนักน้อยขึ้น ภาพชัดขึ้น เลนส์ดีขึ้น ฯลฯ ไม่มีสายและแบตรุงรังอะไรตามเคย (เอ๊ะ พูดถึงใครนะ 55) จากนั้นก็มีโชว์ MR ครับ เช่นการเล่นบอร์ดเกมบนโต๊ะ (นึกถึงยูกิเวอชั่นมีอนิเมชั่นเต็มสูบเลย) รวมถึงการ interact กับเกมต่างๆที่ผสานรวมกับเพดานหรือผนังห้องเรา ที่สำคัญเกมต่างๆจาก xbox store ก็จะมาแจมด้วยครับ สุดอยู่นาา แอดว่า dead space นี่ถึงใจแน่นอนอะ ถ้าทำภาพดีๆ
ส่วนฝั่งการทำงานก็มีครับ สามารถใช้ microsoft office ได้ สามารถติดตั้งโปรแกรมที่เป็น handiwork ต่างๆได้ หรือถ้าใครชอบ lifestyle ก็ซัพพอร์ตเหมือนกัน เช่นการไปนั่งดูกีฬาข้างสนามแบบติดๆเลย โยกไปมุมสำคัญได้ อันนี้คนคงชอบเยอะครับ ราคาก็ไม่แรง ราคาแทบจะ 1/4 ของอีกค่ายแอปเปิลเลยครับ
ถัดมาที่ AI ครับ, Llama 2 (LLM) แถมก็ฟังกชัน gen ภาพต่างๆได้ด้วย - ในชื่อว่า EMU; expressive media universe เช่น sticker ของ chat app ที่เรา personalise เองได้ แม้ไปกระทั่ง asissant ของเรา (เราถูกดูดข้อมูลชิบหายวายป่วงเลย) นอกจากนี้ก็ยัง integrate กับ API บน AWS ได้ด้วยครับ เขา collab กัน

แล้วพรี่มาร์คก็ showcase สักหน่อย ไม่ว่าจะเป็น role play ต่างๆ เราก็เลือกได้ความต้องการครับ เอาเข้าไป metaverse ได้ด้วยนะ และปีหน้าจะมี voice interaction + ดึง real time info แบบ bard ของ google เลย (วันสองวันก่อนของตอนแอดนั่งเขียนอยู่ อีลอนก็ปล่อย grok มา เรียลไทมเหมือนกัน)
(มาถึงตรงนี้แล้ว แอดอดคิดไม่ได้ว่าอนาคตเราจะเลี่ยงสถานการณ์แบบ Black Mirror ในตอน 'Be Right Back' ได้ยังไง.. (และในอีกหลายๆตอน) เพราะตราบใดที่มีมนุษย์เกี่ยวข้องไม่ทางใดทางหนึ่ง มันก็จะมีพื้นที่ของ error เสมอ - ถึงผมจะ bullish mark และ meta, แต่ผมไม่เคยเชื่อใน privacy safeguard ที่เขาพยายามบอกให้เราสบายใจนักหนาเลย ยังไงข้อมูลเราก็หลุด/ถูกไป monetise ครับ ตามประโยคคลาสสิค อะไรที่ฟรี เราเองนั่นแหละที่จะกลายเป็นสินค้า)..
อ่า ขอโทษครับ ดาร์คไปหน่อย กลับต่อที่งานดีกว่า ! ถัดมาครับ อันนี้ผมชอบที่สุดเลย (เพราะมันช่วยให้สาย content creator ทำงานได้ง่ายและสมจริงมากขึ้นมากก) ซึ่งก็คือ Meta Rayban (Smart Glasses); แคปเจอ/อัดวิดีโอโมเม้นได้ ฟังเพลงได้ รับสาย/คุยโทรศัพทได้ stream ก็ยังได้ แล้วก็อย่างที่บอก มี Llama 2 ติดมาด้วย (แล้วก็คงจะอัพเกรดได้เรื่อยๆถ้า Llama 3 มา), storage 32GB ครับ ซองแว่นเป็นที่ชาร์ต น่ารักดีครับ

คือไอการที่เราได้มือมาอีกข้างจากต้องคอยจับโทรศัพทตลอดเวลานี้มัน game changer มากเลยนะ ที่มาร์คโชว์ก็เจ๋งครับ (นาทีที่ - เราใส่แล้วมองไปที่ไหน/อะไร เราก็สามารถ acquire ข้อมูลกับ Llama ได้ด้วย คิดดูในอนาคตอันใกล้มี version เป็นแบบ sport ขึ้นมา เป็น footage เรียลๆหลายๆกีฬา ผมว่าเจ๋งมากเลย

จริงๆก็มีเสียงฟีดแบคหนาอยู่เรื่อง privacy ใน public life ครับ เพราะคราวนี้แว่นเหมือนแว่นแฟชั่นมาก ถ้าไม่ดูให้ดีหรือแค่เดินผ่านๆข้างนอก คือดูไม่ออกเลยว่ามันมีกล้อง เป็น smart glasses, ถึงทาง meta เองจะลอคระบบให้ตัวเลนส์มีไฟกะพริบ+เสียงแช๊ะเวลาเราถ่ายภาพหรืออัดวิดีโอก็ตาม (setting นี้เอาออกไม่ได้ครับ) แต่มันก็ค่อยจะพอ ถึงภาพเราเดินเข้าห้องน้ำสาธารณะ ในห้าง แล้วเห็นคนใส่อิแว่นนี้มา เราก็หรือคนอื่นๆก็อาจจะ เอ๊ะ ยังไงเนี่ย ใช่ไหมล่ะครับ คือมันมีเคสความเป็นไปได้เยอะมากมายเลย แต่ก็.. นั่นแหละครับ ไว้ไปเป็นอีกประเด็นนึงในโอกาสอื่น 55 ตอนนี้เราสนใจแค่ tech และของเล่นใหม่ๆ - อันนี้มาร์คไม่ได้ raise เป็นประเด็นขึ้นมาในงานนะ ผมไปตามดูต่อมา และแนบมาด้วยเฉยๆครับ
** **จากนั้นตอนท้ายก็กลับมาโม้ (แต่ทำได้จริง) ที่ Quest 3 ต่อสักพักครับ ขยายต่อเพิ่มเรื่อง room scan + MR object (*หุหุ ยังไงอนาคตก็ไม่น่าหนีการเข้าทาง NFT ไม่พ้นครับ) และมี demo เกมต่างๆให้ดู ส่วนตัวผมว่ามันจะแมสมากๆจนมีคนอยากซื้ออุปกรณ์นี้มาใช้ ก็ต่อเมือมีเกมที่ viral มากๆมาลงครับ อย่างสมัย Among Us เป็นต้น (หรือ Friend Tech? ฮ่า)
จากนั้นก็ปิดท้ายงานด้วยการพูดโดย CTO ถึงความจริงจังในการพัฒนา AI เพื่อนเป็นส่วนเติมเต็มและยกระดับ vision ของทาง meta และจบด้วย trailer สวยๆให้ดูตามท้องเรื่องครับ อันนี้เผื่อเพื่อนๆสนใจดูงาน Meta Connect 2023 ตัวเต็มครับ
No activity yet