NFTs & The Metaverse research partially done by AI while writing is 100% by human)
NFTs & The Metaverse research partially done by AI while writing is 100% by human)

Subscribe to Thailand JPEG Holder

Subscribe to Thailand JPEG Holder
<100 subscribers
<100 subscribers
Share Dialog
Share Dialog


เมื่อมองย้อนกลับไป เรามักเห็นการพัฒนา playbook ต่างๆกับ NFT มากขึ้น หลักๆเช่นการสร้าง LP เพื่อ liquidty ใน market maker อย่าง NFTx และ Sudoswap รวมถึงการเข้ามาเสริมของ bribery และ vote escrow อย่าง FlooDAO (ซึ่งก็มาจากกลุ่มกลุ่ม Redacted Carter ในสมัยช่วง DeFi 2.0 เฟื่องฟูนั่นล่ะครับ) ที่เข้ามาเสริม financialisation
นับว่า innovation เหล่านี้เป็นสิ่งที่ดีครับ ไม่ต่างกับผลิตภัณทางการเงินในโลกความจริง ที่สมัยก่อนก็เริ่มมีมาเรื่อยๆ ตาม maturity ของตลาด, เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้ามามี activity มากขึ้นใน space, ซึ่งเมื่อมี activity มากขึ้น นั่นก็ความหมายว่ามีการไหลเวียนของ liquidity มากขึ้น และท้ายสุดจะนำมาซึ่งการพัฒนาของ space ครับ
วันนี้เราจะมาพูดถึง Abacus ครับ, dapp ที่จะช่วยเรื่องลดความเสี่ยงจาก volatility ในการถือ NFT และเพิ่มประสิทธิภาพการ utilise loan ของเราจากการนำ NFT ไป collaterise — โดยการ lock ETH ของผู้ประเมิณราคา NFT; ฝั่งผู้ที่ provide NFT จะได้ exit liquidty, ส่วนผู้ที่ provide ETH จะได้ yield และโอกาสกำไรจากส่วนต่างในส่วนของ auction หากประเมิณราคา NFT นั้นได้ถูกต้องครับ 👀 — โอเค นั่นแค่หลักการคร่าวๆครับ ที่นี้จริงๆมันทำงานยังไง โดย
Pool แบ่งออกเป็น 2 แบบครับ Single Vault (ใน Pool มี 1 NFT) และ Multi Vault (มีหลาย NFT ใน Pool), เราจะเริ่มกันที่ Single Vault ก่อนครับ จากนี้เราจะเรียกทุก Pool ว่า Spot Pool (ไม่ว่าจะ Single หรือ Multi ครับ)
>> 1. NFT Provider เปิด Pool ด้วยการ provide NFT (เหตุผลในการเปิด Pool ที่เป็นไปได้คือ 1.) ต้องการลดความเสี่ยงจาก volatility 2.) ต้องการกู้ ETH ไป utilise)
>> 2. ผู้ประเมิณราคา NFT เข้ามาฝาก ETH ใน Pool นั้นและกำหนดระยะเวลา lock ETH ที่ตนเองต้องการ; เช่น NFT provider A ทำการ provide BAYC 1 ตัว (ที่สมมุติว่าขณะนั้น fp บน opensea อยู่ที่ 100ETH); ผู้ประเมิณราคาทำการฝาก 80ETH, เนื่องจากการมีการ auction BAYC ตัวนี้เกิดขึ้น ราคา auction น่าจะมากกว่า 80ETH และทำให้เขาได้กำไรจากส่วนต่าง (เนื่องจากส่วนต่างที่เป็น + จะแบ่งให้กับ ETH provider ครับ; การ auction ดังกล่าวเกิดขึ้นได้จาก 1.) NFT provider เลือกที่จะทิ้ง NFT ตัวเอง และเอา ETH ใน Pool ณ เวลานั้นออกไปทั้งหมด (จากนั้น NFT นั้นก็เข้าสู่การ auction) 2.) NFT provider นั้นไม่สามารถนำ loan มาคืนได้เมื่อ LTV (loan-to-value) เกินค่าที่กำหนดของ ETH ใน Pool ครับ (นั้นคือ protocol จะนำ NFT นั้นเข้าสู่การ auction ทันที)
>> 3. ผู้ประเมิณราคาจะได้ emission เป็น $ABC ตามระยะเวลาที่ใส่ ETH เข้าไปใน Pool ครับ (ซึ๋งหากนำ ABC ที่ได้มาไป staked ต่อ, ก็จะได้ส่วนแบ่งจากรายได้ของ protocol กลับมาเป็น ETH ครับ)
ขยายเพิ่มเติมครับ อิงต่อจาก Pool BAYC ด้านบน
>> 1. มีผู้ประเมิณเข้ามาใส่ ETH ใน Pool 4 คน
คนที่ 1 ใส่ 20ETH และลอคเป็นเวลา 2 เดือน
คนที่ 2 ใส่ 10ETH และลอคเป็นเวลา 2 อาทิตย์
คนที่ 3 ใส่ 10ETH และลอคเป็นเวลา 1 เดือน
คนที่ 4 ใส่ 40ETH และลอคเป็นเวลา 2 เดือน
>> 2. ผู้ประเมิณคนที่ 5 ใส่มาเพิ่ม 20ETH และลอคเป็นเวลา 2 อาทิตย์ (ตอนนี้ valuation ของ BAYC ตัวนี้กลายเป็น 100E แล้วครับ)
>> 3. เจ้าของ BAYC ตัวนี้กู้ ETH ใช้ไป (ทำให้ onwership ของ BAYC ตัวนี้ย้ายมาเป็นของ platform ครับ; ก่อนหน้านั้น NFT ยังเป็นของ provider เสมอนะครับ ตราบใดที่ไม่กู้ ETH ออกไป)
>> 4. เจ้าของ BAYC ตัวนี้ไม่นำ ETH มาคืนเมื่อถึง liquidation threshold
>> 5. BAYC ตัวนี้ลง auction 48 ชั่วโมง (ใครจะมาประมูลก็ได้ครับ ใครก็ได้)
>> 6. หาก
auction จบที่ 120ETH, 20E แบ่งตามสัดส่วนของผู้ที่ provide ETH ใน Pool ณเวลานั้นครับ
auction จบที่ 70E, -30ETH จะถูกแชร์ เริ่มจากคนที่มาก่อน ได้รับไปก่อนครับ (ซึ่งนี่คือ optimistic proof ที่อิงอยู่กับหลักการที่ว่าข้อมูลก่อหน้ามีความถูกต้องกว่าครับ) นั่นก็คือ
คนที่ 1 ได้คืน 20 ETH (พร้อม ABC ที่ฟาร์มมา)
คนที่ 2 ได้คืน 10ETH (พร้อม ABC ที่ฟาร์มมา)
คนที่ 3 ได้คืน 10ETH (พร้อม ABC ที่ฟาร์มมา)
คนที่ 4 ได้คืนแค่ 30 ETH (พร้อม ABC ที่ฟาร์มมา)
และคนที่ 5 ได้คืน 0 ETH ครับ (ขาดทุนทั้งหมด)
ต่อมาหากเป็น multi vault; multi pool คือมี NFT หลายตัวอยู่ใน pool ครับ, (แต่ pool creator ยังมีสิทธิเลือกนะครับ ว่า NFT provider นั้นจะใส่ NFT ตัวไหนมาได้บ้าง ไม่ใช่จะใส่ตัวไหนมาก็ได้ครับ 55) โดยมีข้อดีคือ pool ใหญ่กว่าจะทำให้อายุ pool นานกว่า นั่นคือมี NFT ใน pool ตลอดเวลา บางตัวถูกถอดกลับไปหรือขายจาก auction ก็ยังมีตัวอื่น active นั่นคือคนมาฟาร์ม LP ได้นานขึ้นด้วย) — มาดูตัวอย่างกันครับ
pool A มี 4 NFT, 4 NFT provider, collateral slot = 1 (collateral slot คือ slot ที่จะอนุญาติให้ NFT provider exercise action ได้ครับ (คือ ปิด positon หรือกู้ ETH ไปใช้)), ETH ใน pool = 1000 — สมมุติมี NFT provider 1 คนปิด position (ได้ไป 1000ETH) แล้ว NFT ตัวนี้ auction ได้มา 1050ETH, 50ETH ที่เป็นส่วนต่างก็แจกจ่ายเป็นกำไรของ ETH provider ทุกคนที่อยู่ใน pool ครับ — หลักการเดียวกับ single pool เลย, หรือถ้าเป็นกรณี auction แล้วราคาต่ำกว่าที่ประเมิณ ก็คือคิดการขาดทุนเหมือนกันครับ หารกันไปตามเงื่อนไข — แต่ก็มี trade off เช่นกันเมื่อเทียบกับ single vault ครับ, โดยข้อเสียคือผู้ประเมิณราคา NFT จะประเมิณราคา NFT ได้ยากกว่า เนื่องจากมี NFT หลายตัวใน pool ครับ, เราก็ไม่รู้ตัวที่ถูก exercise position จะนั้นเป็นตัวไหน


แล้ว ABC ล่ะ ทำอะไรได้บ้าง? ครับสิ่งที่ ABC จะทำได้คือ:
>> 1. เอาไปฟาร์ม
>> 2. เทรด
>> 3. โวท governance (ที่จะมาในรูปของ 1. การเลือก ว่า NFT ตัวไหนจะเข้าร่วม protocol ได้/ไม่ได้, 2. การใช้อย่างอื่นนอกจาก ETH คู่กับ NFT ใน pool (เช่นใช้ USDC/BTC), 3. กำหนด/สร้าง protocol proposal)
>> 4. stake, ซึ่งการ stake ทำให้สามารถ ได้รับส่วนแบ่งของรายได้ protocolม ซึ่งรายได้ของprotocol หลักมี 4 ช่องทางด้วยกันครับ:
4.1: fee จาก option, หาก NFT provider ต้องการ secure สิทธิในการปิด position (closure); 4.2: fee จาก NFT closure (0.4–3% fee) 4.3: fee จากการเคลม ABC หลังจากการจบแต่ละ Epoch 4.4: slashing จากการประเมิณมูลค่าผิดใน LP ใดๆ (โดย tranche (tranche คือ range ในการใส่ eth ของเราครับ แล้วแต่ pool จะกำหนด จำนวนและขนาด tranch) บนสุดจะถูกคำนวณการโดน slash ก่อน; ตัวอย่างคือ สมมุติ LP A มี NFT 1 ตัวและ 41ETH (pool นี้มี max tranch คือ 50ETH) โดย tranch 41–50 มีคนมาใส่ ETH เต็มหมด แต่ 31–40 โล่งเลย, เมื่อ NFT provider ทำการปิด position โดยดึง 41ETH ออกไป และต่อมา NFT ตัวนี้กลับถูกประมูลจบแค่ 40ETH — นั่นความหมายว่าถ้าค่าของสวนต่างมากกว่า 1ETH, tranche บนสุดจะถูก slash, ซึ่งกรณีนี้คือ tranche 41–50 จะถูก slash เหลือแค่ 1ETH (หายไป 9) จากนั้น 1ETH และ 30ETH จาก tranche 1–30 ค่อยถูก distribute ตามหลักการที่อธิบายไว้ด้านบนครับ (เหตุผลที่บางคนเลือกที่จะใส่ ETH บน upper tranche เพราะมันจะได้ APR สูงกว่าครับ; ต่อมาเพื่อนๆอาจมีคำถามว่ากลไกแบบนี้มีไว้ทำไม คำตอบคือกันการ abuse pool ครับ หากไม่มีกลไกนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ: หากนาย X ใส่ Punk มา, และต่อมามีคนเอา ETH มาใส่ใน LP เป็น 50ETH, จากนั้นนาย X ใส่ ETH ของตัวเองเข้าไปอีก 50ETH (เป็นทั้งหมด 100E ใน pool นี้) และทำการปิด position ก็คือได้ไป 100ETH, แล้วพอมีการ auction, auction จบลงที่ 50ETH — นาย X นี้จะได้ 25ETH เนื่องจากเป็นสัดส่วนคนละครึ่งของ ETH ที่ได้จากการ auction, กลายเป็นว่าไอหมอนี้ได้ 75ETH จากการฝาก 50ETH และ นายที่มาใส่ 50ETH ก่อนหน้านั้นเข้าเนื้อขาดทุนไป 25ETH สะอย่างงั้น ทั้งที่การคาดการณ์ราคา NFT ของเค้านั้นถูกต้อง
>> 5. emission boost


ส่วนตัวแอดคิดว่าเป็นอะไรที่เหมาะสำหรับ gigabrain ประมาณนึงครับ 55 หากใช้งานได้อย่างเหมาะสม เรียกว่า utilise NFT ที่มีอยู่มาหาเงินได้เลย แถมความเสี่ยงจาก volatility ก็ลดลงด้วย พูดง่ายๆคือตามชื่อครับ ลูกคิด (Abacus) หากเราวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราก็จะอาจได้สิทธิประโยชน์มากมาย เพราะยังมีการ coop จาก protocol กลุ่ม nftfi อื่นๆอีกด้วยครับ เช่น bribery แบบ convex ใน defi ซึ่งก็มีหลายตัวเลย แอดจะนำมาทยอยหากมีโอกาสครับ ไม่ว่าจะเป็น guzzolene, protecc, floodao, NFTx, …. (นอกจากนี้ Abacus ยังเจ๋งตรงที่ส่วนแบ่ง protocol revenue จ่ายเป็น ETH ด้วยครับ) — เบื้องต้นคิดว่า protocol จะทำการ full launch เร็วๆนี้ครับ 🔴
website: https://abacus.wtf ต้นฉบับ: https://medium.com/abacus-wtf/abacus-deep-dive-spot-pools-a00b6a5bb7d4 whitepaper (มีรายละเอียดเพิ่มเติมของ ABC tokenomics): https://docs.google.com/document/d/1r9iUrupRXg1_af1uth8kOnccKAC1md-L-ggAQjid3Eo/edit# #DeFi #NFTThaiCommunity #Web3
เมื่อมองย้อนกลับไป เรามักเห็นการพัฒนา playbook ต่างๆกับ NFT มากขึ้น หลักๆเช่นการสร้าง LP เพื่อ liquidty ใน market maker อย่าง NFTx และ Sudoswap รวมถึงการเข้ามาเสริมของ bribery และ vote escrow อย่าง FlooDAO (ซึ่งก็มาจากกลุ่มกลุ่ม Redacted Carter ในสมัยช่วง DeFi 2.0 เฟื่องฟูนั่นล่ะครับ) ที่เข้ามาเสริม financialisation
นับว่า innovation เหล่านี้เป็นสิ่งที่ดีครับ ไม่ต่างกับผลิตภัณทางการเงินในโลกความจริง ที่สมัยก่อนก็เริ่มมีมาเรื่อยๆ ตาม maturity ของตลาด, เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้ามามี activity มากขึ้นใน space, ซึ่งเมื่อมี activity มากขึ้น นั่นก็ความหมายว่ามีการไหลเวียนของ liquidity มากขึ้น และท้ายสุดจะนำมาซึ่งการพัฒนาของ space ครับ
วันนี้เราจะมาพูดถึง Abacus ครับ, dapp ที่จะช่วยเรื่องลดความเสี่ยงจาก volatility ในการถือ NFT และเพิ่มประสิทธิภาพการ utilise loan ของเราจากการนำ NFT ไป collaterise — โดยการ lock ETH ของผู้ประเมิณราคา NFT; ฝั่งผู้ที่ provide NFT จะได้ exit liquidty, ส่วนผู้ที่ provide ETH จะได้ yield และโอกาสกำไรจากส่วนต่างในส่วนของ auction หากประเมิณราคา NFT นั้นได้ถูกต้องครับ 👀 — โอเค นั่นแค่หลักการคร่าวๆครับ ที่นี้จริงๆมันทำงานยังไง โดย
Pool แบ่งออกเป็น 2 แบบครับ Single Vault (ใน Pool มี 1 NFT) และ Multi Vault (มีหลาย NFT ใน Pool), เราจะเริ่มกันที่ Single Vault ก่อนครับ จากนี้เราจะเรียกทุก Pool ว่า Spot Pool (ไม่ว่าจะ Single หรือ Multi ครับ)
>> 1. NFT Provider เปิด Pool ด้วยการ provide NFT (เหตุผลในการเปิด Pool ที่เป็นไปได้คือ 1.) ต้องการลดความเสี่ยงจาก volatility 2.) ต้องการกู้ ETH ไป utilise)
>> 2. ผู้ประเมิณราคา NFT เข้ามาฝาก ETH ใน Pool นั้นและกำหนดระยะเวลา lock ETH ที่ตนเองต้องการ; เช่น NFT provider A ทำการ provide BAYC 1 ตัว (ที่สมมุติว่าขณะนั้น fp บน opensea อยู่ที่ 100ETH); ผู้ประเมิณราคาทำการฝาก 80ETH, เนื่องจากการมีการ auction BAYC ตัวนี้เกิดขึ้น ราคา auction น่าจะมากกว่า 80ETH และทำให้เขาได้กำไรจากส่วนต่าง (เนื่องจากส่วนต่างที่เป็น + จะแบ่งให้กับ ETH provider ครับ; การ auction ดังกล่าวเกิดขึ้นได้จาก 1.) NFT provider เลือกที่จะทิ้ง NFT ตัวเอง และเอา ETH ใน Pool ณ เวลานั้นออกไปทั้งหมด (จากนั้น NFT นั้นก็เข้าสู่การ auction) 2.) NFT provider นั้นไม่สามารถนำ loan มาคืนได้เมื่อ LTV (loan-to-value) เกินค่าที่กำหนดของ ETH ใน Pool ครับ (นั้นคือ protocol จะนำ NFT นั้นเข้าสู่การ auction ทันที)
>> 3. ผู้ประเมิณราคาจะได้ emission เป็น $ABC ตามระยะเวลาที่ใส่ ETH เข้าไปใน Pool ครับ (ซึ๋งหากนำ ABC ที่ได้มาไป staked ต่อ, ก็จะได้ส่วนแบ่งจากรายได้ของ protocol กลับมาเป็น ETH ครับ)
ขยายเพิ่มเติมครับ อิงต่อจาก Pool BAYC ด้านบน
>> 1. มีผู้ประเมิณเข้ามาใส่ ETH ใน Pool 4 คน
คนที่ 1 ใส่ 20ETH และลอคเป็นเวลา 2 เดือน
คนที่ 2 ใส่ 10ETH และลอคเป็นเวลา 2 อาทิตย์
คนที่ 3 ใส่ 10ETH และลอคเป็นเวลา 1 เดือน
คนที่ 4 ใส่ 40ETH และลอคเป็นเวลา 2 เดือน
>> 2. ผู้ประเมิณคนที่ 5 ใส่มาเพิ่ม 20ETH และลอคเป็นเวลา 2 อาทิตย์ (ตอนนี้ valuation ของ BAYC ตัวนี้กลายเป็น 100E แล้วครับ)
>> 3. เจ้าของ BAYC ตัวนี้กู้ ETH ใช้ไป (ทำให้ onwership ของ BAYC ตัวนี้ย้ายมาเป็นของ platform ครับ; ก่อนหน้านั้น NFT ยังเป็นของ provider เสมอนะครับ ตราบใดที่ไม่กู้ ETH ออกไป)
>> 4. เจ้าของ BAYC ตัวนี้ไม่นำ ETH มาคืนเมื่อถึง liquidation threshold
>> 5. BAYC ตัวนี้ลง auction 48 ชั่วโมง (ใครจะมาประมูลก็ได้ครับ ใครก็ได้)
>> 6. หาก
auction จบที่ 120ETH, 20E แบ่งตามสัดส่วนของผู้ที่ provide ETH ใน Pool ณเวลานั้นครับ
auction จบที่ 70E, -30ETH จะถูกแชร์ เริ่มจากคนที่มาก่อน ได้รับไปก่อนครับ (ซึ่งนี่คือ optimistic proof ที่อิงอยู่กับหลักการที่ว่าข้อมูลก่อหน้ามีความถูกต้องกว่าครับ) นั่นก็คือ
คนที่ 1 ได้คืน 20 ETH (พร้อม ABC ที่ฟาร์มมา)
คนที่ 2 ได้คืน 10ETH (พร้อม ABC ที่ฟาร์มมา)
คนที่ 3 ได้คืน 10ETH (พร้อม ABC ที่ฟาร์มมา)
คนที่ 4 ได้คืนแค่ 30 ETH (พร้อม ABC ที่ฟาร์มมา)
และคนที่ 5 ได้คืน 0 ETH ครับ (ขาดทุนทั้งหมด)
ต่อมาหากเป็น multi vault; multi pool คือมี NFT หลายตัวอยู่ใน pool ครับ, (แต่ pool creator ยังมีสิทธิเลือกนะครับ ว่า NFT provider นั้นจะใส่ NFT ตัวไหนมาได้บ้าง ไม่ใช่จะใส่ตัวไหนมาก็ได้ครับ 55) โดยมีข้อดีคือ pool ใหญ่กว่าจะทำให้อายุ pool นานกว่า นั่นคือมี NFT ใน pool ตลอดเวลา บางตัวถูกถอดกลับไปหรือขายจาก auction ก็ยังมีตัวอื่น active นั่นคือคนมาฟาร์ม LP ได้นานขึ้นด้วย) — มาดูตัวอย่างกันครับ
pool A มี 4 NFT, 4 NFT provider, collateral slot = 1 (collateral slot คือ slot ที่จะอนุญาติให้ NFT provider exercise action ได้ครับ (คือ ปิด positon หรือกู้ ETH ไปใช้)), ETH ใน pool = 1000 — สมมุติมี NFT provider 1 คนปิด position (ได้ไป 1000ETH) แล้ว NFT ตัวนี้ auction ได้มา 1050ETH, 50ETH ที่เป็นส่วนต่างก็แจกจ่ายเป็นกำไรของ ETH provider ทุกคนที่อยู่ใน pool ครับ — หลักการเดียวกับ single pool เลย, หรือถ้าเป็นกรณี auction แล้วราคาต่ำกว่าที่ประเมิณ ก็คือคิดการขาดทุนเหมือนกันครับ หารกันไปตามเงื่อนไข — แต่ก็มี trade off เช่นกันเมื่อเทียบกับ single vault ครับ, โดยข้อเสียคือผู้ประเมิณราคา NFT จะประเมิณราคา NFT ได้ยากกว่า เนื่องจากมี NFT หลายตัวใน pool ครับ, เราก็ไม่รู้ตัวที่ถูก exercise position จะนั้นเป็นตัวไหน


แล้ว ABC ล่ะ ทำอะไรได้บ้าง? ครับสิ่งที่ ABC จะทำได้คือ:
>> 1. เอาไปฟาร์ม
>> 2. เทรด
>> 3. โวท governance (ที่จะมาในรูปของ 1. การเลือก ว่า NFT ตัวไหนจะเข้าร่วม protocol ได้/ไม่ได้, 2. การใช้อย่างอื่นนอกจาก ETH คู่กับ NFT ใน pool (เช่นใช้ USDC/BTC), 3. กำหนด/สร้าง protocol proposal)
>> 4. stake, ซึ่งการ stake ทำให้สามารถ ได้รับส่วนแบ่งของรายได้ protocolม ซึ่งรายได้ของprotocol หลักมี 4 ช่องทางด้วยกันครับ:
4.1: fee จาก option, หาก NFT provider ต้องการ secure สิทธิในการปิด position (closure); 4.2: fee จาก NFT closure (0.4–3% fee) 4.3: fee จากการเคลม ABC หลังจากการจบแต่ละ Epoch 4.4: slashing จากการประเมิณมูลค่าผิดใน LP ใดๆ (โดย tranche (tranche คือ range ในการใส่ eth ของเราครับ แล้วแต่ pool จะกำหนด จำนวนและขนาด tranch) บนสุดจะถูกคำนวณการโดน slash ก่อน; ตัวอย่างคือ สมมุติ LP A มี NFT 1 ตัวและ 41ETH (pool นี้มี max tranch คือ 50ETH) โดย tranch 41–50 มีคนมาใส่ ETH เต็มหมด แต่ 31–40 โล่งเลย, เมื่อ NFT provider ทำการปิด position โดยดึง 41ETH ออกไป และต่อมา NFT ตัวนี้กลับถูกประมูลจบแค่ 40ETH — นั่นความหมายว่าถ้าค่าของสวนต่างมากกว่า 1ETH, tranche บนสุดจะถูก slash, ซึ่งกรณีนี้คือ tranche 41–50 จะถูก slash เหลือแค่ 1ETH (หายไป 9) จากนั้น 1ETH และ 30ETH จาก tranche 1–30 ค่อยถูก distribute ตามหลักการที่อธิบายไว้ด้านบนครับ (เหตุผลที่บางคนเลือกที่จะใส่ ETH บน upper tranche เพราะมันจะได้ APR สูงกว่าครับ; ต่อมาเพื่อนๆอาจมีคำถามว่ากลไกแบบนี้มีไว้ทำไม คำตอบคือกันการ abuse pool ครับ หากไม่มีกลไกนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ: หากนาย X ใส่ Punk มา, และต่อมามีคนเอา ETH มาใส่ใน LP เป็น 50ETH, จากนั้นนาย X ใส่ ETH ของตัวเองเข้าไปอีก 50ETH (เป็นทั้งหมด 100E ใน pool นี้) และทำการปิด position ก็คือได้ไป 100ETH, แล้วพอมีการ auction, auction จบลงที่ 50ETH — นาย X นี้จะได้ 25ETH เนื่องจากเป็นสัดส่วนคนละครึ่งของ ETH ที่ได้จากการ auction, กลายเป็นว่าไอหมอนี้ได้ 75ETH จากการฝาก 50ETH และ นายที่มาใส่ 50ETH ก่อนหน้านั้นเข้าเนื้อขาดทุนไป 25ETH สะอย่างงั้น ทั้งที่การคาดการณ์ราคา NFT ของเค้านั้นถูกต้อง
>> 5. emission boost


ส่วนตัวแอดคิดว่าเป็นอะไรที่เหมาะสำหรับ gigabrain ประมาณนึงครับ 55 หากใช้งานได้อย่างเหมาะสม เรียกว่า utilise NFT ที่มีอยู่มาหาเงินได้เลย แถมความเสี่ยงจาก volatility ก็ลดลงด้วย พูดง่ายๆคือตามชื่อครับ ลูกคิด (Abacus) หากเราวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราก็จะอาจได้สิทธิประโยชน์มากมาย เพราะยังมีการ coop จาก protocol กลุ่ม nftfi อื่นๆอีกด้วยครับ เช่น bribery แบบ convex ใน defi ซึ่งก็มีหลายตัวเลย แอดจะนำมาทยอยหากมีโอกาสครับ ไม่ว่าจะเป็น guzzolene, protecc, floodao, NFTx, …. (นอกจากนี้ Abacus ยังเจ๋งตรงที่ส่วนแบ่ง protocol revenue จ่ายเป็น ETH ด้วยครับ) — เบื้องต้นคิดว่า protocol จะทำการ full launch เร็วๆนี้ครับ 🔴
website: https://abacus.wtf ต้นฉบับ: https://medium.com/abacus-wtf/abacus-deep-dive-spot-pools-a00b6a5bb7d4 whitepaper (มีรายละเอียดเพิ่มเติมของ ABC tokenomics): https://docs.google.com/document/d/1r9iUrupRXg1_af1uth8kOnccKAC1md-L-ggAQjid3Eo/edit# #DeFi #NFTThaiCommunity #Web3
No activity yet