NFTs & The Metaverse research partially done by AI while writing is 100% by human)


Share Dialog
Share Dialog
NFTs & The Metaverse research partially done by AI while writing is 100% by human)
ในอนาคต จะไม่มี 'NFT space' อีกต่อไป
อดีตที่ผ่านมาและในปัจจุบัน คำๆนี้ใช้สะท้อนถึงพื้นที่เฉพาะ ของกลุ่มคนที่เทรด NFT บน Ethereum (ส่วนมาก) และมีศูนย์กลางการสื่อสารการเคลื่อนไหวหลักใน space เป็น Twitter และ Discord ครับ (ซึ่ง lead/figure ใน space ก็จะมีอยู่แค่ราวๆ 50-60 คนเท่านั้น)
practice บางอย่างที่เป็นที่ทราบกันดี เช่นการทำ WL / การมี roadmap / การ auction แบบต่างๆ / การมี airdrop / ฯลฯ ซึ่งเป็นการเซ็ทวัฒนธรรมบางอย่างกรายๆ ที่เมื่อเวลาผ่านไป การพัฒนาก็จะเริ่มเปลี่ยนแปลงจากส่วนนี้ที่ไปทีละนิด (ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของ ecosystem sustainability หรือ innovation) ผ่านการเข้ามาของแบรนด์ต่างๆจากโลก web2 (so-called) และการปรับเทคโนโลยีไปใช้ในกลุ่มธุรกิจต่างๆ ที่ทำให้เห็นว่า NFT เป็นมากกว่า profile picture หรือ 'pass'
รวมถึงมีการประกอบกับการเติบโตและมีกฏหมายเข้ามารองรับ/ควบคุมมากขึ้นจากฝั่งทางการเงิน/DeFi (ซึ่งเป็น application ที่ชัดเจนแรกๆที่แสดงให้เห็น ประโยชน์ของ blockchain; ซึ่งส่งผลกับการใช้งาน NFT) ที่จะทำให้เกิดการใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น
NFT project ต่างๆก็จะเริ่มแยกขาดจากการเริ่มต้นแบบเดิมๆ, ที่เริ่มด้วยการเปิด Twitter และกระจาย/ส่งต่อ awareness กันผ่านคนใน NFT space ไปเป็นการ marketing ผ่าน medium ที่แต่ละธุรกิจมีเองอยู่แล้ว เช่น reddit ก็เริ่มจาก platform ตัวเอง หรือ starbucks ที่เริ่มบน membership และประกาศผ่านเว็บไซต์ของตัวเองเลย (ไม่นานมานี้ LVHM ก็สร้าง ecosystem เองภายใต้ชื่อ Aura Consortium ด้วยครับ; Mercedes-Benz ก็เป็นหนึ่งในสมาชิก)

movements ต่างๆนี้ทำให้เราเริ่มเห็นการหายไปของ NFT Space ที่เราเข้าใจและเป็นอยู่ในปัจจุบันครับ เป็นผลของ mass adoption.. แถมโปรเจ็คปัจจุบันต่างๆ (ที่ไปรอด 55) เมื่อเติบโตขึ้น พัฒนาขึ้น ก็จะเริ่มแยกออกไปเป็น space ของตัวเองมากขึ้นครับ เช่น Yuga Labs ที่อนาคตมีแนวโน้มสูงที่ท้ายสุดจะมี marketplace ของตัวเอง (ยิ่งปูทางมาเป็นเกมแล้วด้วย ยิ่งมี incentive ให้ทำครับ; ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องคอยให้ Opensea กินค่า fee 2.5% ตลอด, ซึ่งเมื่อตีมูลค่า volume เป็นเงินแล้ว นับว่าเป็นค่าเสียโอกาสหลายพันล้านบาท), หรือ Doodle/PudgyPenquin ที่เมื่อมีตัวตนมากขึ้นในกลุ่ม branding ก็อาจจะมีการ collaboration เพื่อเพิ่มศักยภาพของแบรนและการตลาด ที่อาจทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยน setting เดิมๆครับ (ส่วนผู้เล่นหน้าใหม่ที่ไม่มีความตั้งใจในโปรเจ็คหรือความตั้งใจในการทำธุรกิจจริงๆ - มาเพื่อ crahgrab - ก็จะมีพื้นที่น้อยขึ้น เนื่องจากตัวเปรียบเทียบที่มีคุณภาพในตลาดที่ mature, มากกว่าตอนนี้, ในอนาคตนั้นมีมากมาย)
นี่เรื่องแปลกหรือข่าวร้ายอะไร เพราะ NFT จะกลายเป็นสิ่งปกติในชีวิตประจำวัน ที่มี activity เกิดขึ้นแทบทุกแห่ง และปรากฏอยู่ในแทบทุกอุตสาหรกรรมครับ
ในอนาคต จะไม่มี 'NFT space' อีกต่อไป
อดีตที่ผ่านมาและในปัจจุบัน คำๆนี้ใช้สะท้อนถึงพื้นที่เฉพาะ ของกลุ่มคนที่เทรด NFT บน Ethereum (ส่วนมาก) และมีศูนย์กลางการสื่อสารการเคลื่อนไหวหลักใน space เป็น Twitter และ Discord ครับ (ซึ่ง lead/figure ใน space ก็จะมีอยู่แค่ราวๆ 50-60 คนเท่านั้น)
practice บางอย่างที่เป็นที่ทราบกันดี เช่นการทำ WL / การมี roadmap / การ auction แบบต่างๆ / การมี airdrop / ฯลฯ ซึ่งเป็นการเซ็ทวัฒนธรรมบางอย่างกรายๆ ที่เมื่อเวลาผ่านไป การพัฒนาก็จะเริ่มเปลี่ยนแปลงจากส่วนนี้ที่ไปทีละนิด (ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของ ecosystem sustainability หรือ innovation) ผ่านการเข้ามาของแบรนด์ต่างๆจากโลก web2 (so-called) และการปรับเทคโนโลยีไปใช้ในกลุ่มธุรกิจต่างๆ ที่ทำให้เห็นว่า NFT เป็นมากกว่า profile picture หรือ 'pass'
รวมถึงมีการประกอบกับการเติบโตและมีกฏหมายเข้ามารองรับ/ควบคุมมากขึ้นจากฝั่งทางการเงิน/DeFi (ซึ่งเป็น application ที่ชัดเจนแรกๆที่แสดงให้เห็น ประโยชน์ของ blockchain; ซึ่งส่งผลกับการใช้งาน NFT) ที่จะทำให้เกิดการใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น
NFT project ต่างๆก็จะเริ่มแยกขาดจากการเริ่มต้นแบบเดิมๆ, ที่เริ่มด้วยการเปิด Twitter และกระจาย/ส่งต่อ awareness กันผ่านคนใน NFT space ไปเป็นการ marketing ผ่าน medium ที่แต่ละธุรกิจมีเองอยู่แล้ว เช่น reddit ก็เริ่มจาก platform ตัวเอง หรือ starbucks ที่เริ่มบน membership และประกาศผ่านเว็บไซต์ของตัวเองเลย (ไม่นานมานี้ LVHM ก็สร้าง ecosystem เองภายใต้ชื่อ Aura Consortium ด้วยครับ; Mercedes-Benz ก็เป็นหนึ่งในสมาชิก)

movements ต่างๆนี้ทำให้เราเริ่มเห็นการหายไปของ NFT Space ที่เราเข้าใจและเป็นอยู่ในปัจจุบันครับ เป็นผลของ mass adoption.. แถมโปรเจ็คปัจจุบันต่างๆ (ที่ไปรอด 55) เมื่อเติบโตขึ้น พัฒนาขึ้น ก็จะเริ่มแยกออกไปเป็น space ของตัวเองมากขึ้นครับ เช่น Yuga Labs ที่อนาคตมีแนวโน้มสูงที่ท้ายสุดจะมี marketplace ของตัวเอง (ยิ่งปูทางมาเป็นเกมแล้วด้วย ยิ่งมี incentive ให้ทำครับ; ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องคอยให้ Opensea กินค่า fee 2.5% ตลอด, ซึ่งเมื่อตีมูลค่า volume เป็นเงินแล้ว นับว่าเป็นค่าเสียโอกาสหลายพันล้านบาท), หรือ Doodle/PudgyPenquin ที่เมื่อมีตัวตนมากขึ้นในกลุ่ม branding ก็อาจจะมีการ collaboration เพื่อเพิ่มศักยภาพของแบรนและการตลาด ที่อาจทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยน setting เดิมๆครับ (ส่วนผู้เล่นหน้าใหม่ที่ไม่มีความตั้งใจในโปรเจ็คหรือความตั้งใจในการทำธุรกิจจริงๆ - มาเพื่อ crahgrab - ก็จะมีพื้นที่น้อยขึ้น เนื่องจากตัวเปรียบเทียบที่มีคุณภาพในตลาดที่ mature, มากกว่าตอนนี้, ในอนาคตนั้นมีมากมาย)
นี่เรื่องแปลกหรือข่าวร้ายอะไร เพราะ NFT จะกลายเป็นสิ่งปกติในชีวิตประจำวัน ที่มี activity เกิดขึ้นแทบทุกแห่ง และปรากฏอยู่ในแทบทุกอุตสาหรกรรมครับ

Subscribe to Thailand JPEG Holder

Subscribe to Thailand JPEG Holder
<100 subscribers
<100 subscribers
No activity yet