NFTs & The Metaverse research partially done by AI while writing is 100% by human)
NFTs & The Metaverse research partially done by AI while writing is 100% by human)

Subscribe to Thailand JPEG Holder

Subscribe to Thailand JPEG Holder
Share Dialog
Share Dialog
<100 subscribers
<100 subscribers


ไม่กี่วันก่อน Magic Eden (NFT marketplace หลักของ Solana) ได้ทำให้การจ่ายค่า fee เป็น optional ซึ่งก็กลายเป็นดราม่า/ประเด็นขึ้นใน CT (Crypto Twitter) เลยครับ, ซึ่งนี่ก็น่าจะเป็นเป็นครั้ง 3 ได้แล้ว ที่ชัดว่าคนออกมาพูดถึงค่อนข้างหน้าหู ณ ช่วงเวลานั้นๆ (ก่อนหน้านั้นมาจากการมาของ Sudoswap ทื่ผมเคยเขียนไปตอนราวๆสิงหาฯ และครั้งแรกเกิดขึ้นบนฝั่ง Solana ช่วงๆต้นปีครับ)
ส่วนตัวแอดฯคิดว่านี่เป็นหัวข้อที่แอบน่าเบื่อ, งั้นวันนี้จะไม่ยาวครับ, เป็นประเด็นพื้นฐานที่จริงๆแล้วไม่มีอะไรให้ดราม่า อย่างที่บอกไป 'NFT Space' เป็น subset ของตลาดเงินและโลกของธุรกิจ แทบจะ 100% ทุกคนเข้ามาทำเงิน (บางคนที่บอกว่ามาสะสมศิลปะ จริงๆแล้วลึกๆก็ยังคิดเรื่อง upside/gain อยู่ดีครับ.. แต่ผมก็ไม่ได้บอกว่าผิดอะไรนะ เพียงแค่จะบอกความจริงเท่านั้นครับ) ดังนั้นทิศทางตลาดจะ gravitate สู่ที่ที่มี liquidity/ volume มากที่สุด ซึ่งที่ที่มี liquidty มากมันหมายถึงสภาพคล่องและ spread ที่ต่ำ นั่นก็คือโอกาสทำเงินที่มากขึ้นนั่นเองครับ - ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือ marketplace ลด fee ต่อการซื้อขายลง เท่านี้เองครับ
>> ประเด็นเรื่อง source of income ของโปรเจ็คที่มาจาก fee, อันนี้ฟังไม่ขึ้นอยู่แล้วครับ เพราะมันไม่ใช่ revenue ที่แท้จริง มว่ามันตลกด้วยซ้ำที่มีคนกล้า raise ประเด็นนี้ขึ้นมา >> เอาจริงๆแล้วส่วนที่เป็นดราม่าขึ้นมาได้จริงๆคือเรื่องของ morality ของคนบางกลุ่ม ซึ่งส่วนมากเป็น 'art collector' ที่หวังดีกับศิลปิน แบบว่าจิตใจดี อยากซัพพอร์ต อยากให้รายได้ศิลปิน - อันนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของคนบางกลุ่ม คือมันก็ดี แต่ตลาดไม่สนใจหรอกครับ นี่คือตลาดเกี่ยวกับการทำเงิน ไม่ใช่ charity
Opensea กินส่วนแบ่งตลาดเยอะมาก, fee ที่ได้ๆไปที่ผ่านมาก็หลักพันล้านบาท นอนกินเฉยๆ ดังนั้นเค้าจะออกมาเดือดร้อนเรื่องนี้ทำไม แต่จากนี้หาก marketshare ถูกดึงไปเรื่อยๆจาก 0% fee marketplace (ไม่ว่าจะ Magic Eden, X2Y2, หรือที่ใดๆก็ตาม) ยังไง Opensea ก็ต้องออกมาตรการมาสำหรับเรื่องนี้ครับ (อย่างที่เห็นได้เลยว่าล่าสุดก็ integrate analytic tool/windows ออกมาแล้ว เพื่อดึงให้คน 'อยู่กับ' แพลทฟอร์มตัวเองมากขึ้น)
ผมไม่คิดว่า fee แบบเก่านี้จะหาย กลุ่มคนที่เป็น niche เรื่อง royalties fee เค้าคงทำ marketplace ของตัวเองขึ้นมา ที่ยังคงมี fee แบบเดิมๆอยู่ (หรืออย่างน้อยก็ conditional เช่น fee จะถูกคิดมากขึ้นหาก upside จากการขายของ NFT ตัวนี้มีมากขึ้น หรือ fee จะยิ่งถูกขึ้นตามปริมาณ NFT ที่คนๆนี้ถือบน collection ใด collection หนึ่งครับ) - เรื่องนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ Web3 อะไรครับ (เพราะบางคนเอาขึ้นมาเป็นเหตุผลในการได้รับ fee ของศิลปิน) มันเป็นแค่เรื่องของกลไกทางตลาดเท่านั้นเลยครับ
ไม่กี่วันก่อน Magic Eden (NFT marketplace หลักของ Solana) ได้ทำให้การจ่ายค่า fee เป็น optional ซึ่งก็กลายเป็นดราม่า/ประเด็นขึ้นใน CT (Crypto Twitter) เลยครับ, ซึ่งนี่ก็น่าจะเป็นเป็นครั้ง 3 ได้แล้ว ที่ชัดว่าคนออกมาพูดถึงค่อนข้างหน้าหู ณ ช่วงเวลานั้นๆ (ก่อนหน้านั้นมาจากการมาของ Sudoswap ทื่ผมเคยเขียนไปตอนราวๆสิงหาฯ และครั้งแรกเกิดขึ้นบนฝั่ง Solana ช่วงๆต้นปีครับ)
ส่วนตัวแอดฯคิดว่านี่เป็นหัวข้อที่แอบน่าเบื่อ, งั้นวันนี้จะไม่ยาวครับ, เป็นประเด็นพื้นฐานที่จริงๆแล้วไม่มีอะไรให้ดราม่า อย่างที่บอกไป 'NFT Space' เป็น subset ของตลาดเงินและโลกของธุรกิจ แทบจะ 100% ทุกคนเข้ามาทำเงิน (บางคนที่บอกว่ามาสะสมศิลปะ จริงๆแล้วลึกๆก็ยังคิดเรื่อง upside/gain อยู่ดีครับ.. แต่ผมก็ไม่ได้บอกว่าผิดอะไรนะ เพียงแค่จะบอกความจริงเท่านั้นครับ) ดังนั้นทิศทางตลาดจะ gravitate สู่ที่ที่มี liquidity/ volume มากที่สุด ซึ่งที่ที่มี liquidty มากมันหมายถึงสภาพคล่องและ spread ที่ต่ำ นั่นก็คือโอกาสทำเงินที่มากขึ้นนั่นเองครับ - ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือ marketplace ลด fee ต่อการซื้อขายลง เท่านี้เองครับ
>> ประเด็นเรื่อง source of income ของโปรเจ็คที่มาจาก fee, อันนี้ฟังไม่ขึ้นอยู่แล้วครับ เพราะมันไม่ใช่ revenue ที่แท้จริง มว่ามันตลกด้วยซ้ำที่มีคนกล้า raise ประเด็นนี้ขึ้นมา >> เอาจริงๆแล้วส่วนที่เป็นดราม่าขึ้นมาได้จริงๆคือเรื่องของ morality ของคนบางกลุ่ม ซึ่งส่วนมากเป็น 'art collector' ที่หวังดีกับศิลปิน แบบว่าจิตใจดี อยากซัพพอร์ต อยากให้รายได้ศิลปิน - อันนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของคนบางกลุ่ม คือมันก็ดี แต่ตลาดไม่สนใจหรอกครับ นี่คือตลาดเกี่ยวกับการทำเงิน ไม่ใช่ charity
Opensea กินส่วนแบ่งตลาดเยอะมาก, fee ที่ได้ๆไปที่ผ่านมาก็หลักพันล้านบาท นอนกินเฉยๆ ดังนั้นเค้าจะออกมาเดือดร้อนเรื่องนี้ทำไม แต่จากนี้หาก marketshare ถูกดึงไปเรื่อยๆจาก 0% fee marketplace (ไม่ว่าจะ Magic Eden, X2Y2, หรือที่ใดๆก็ตาม) ยังไง Opensea ก็ต้องออกมาตรการมาสำหรับเรื่องนี้ครับ (อย่างที่เห็นได้เลยว่าล่าสุดก็ integrate analytic tool/windows ออกมาแล้ว เพื่อดึงให้คน 'อยู่กับ' แพลทฟอร์มตัวเองมากขึ้น)
ผมไม่คิดว่า fee แบบเก่านี้จะหาย กลุ่มคนที่เป็น niche เรื่อง royalties fee เค้าคงทำ marketplace ของตัวเองขึ้นมา ที่ยังคงมี fee แบบเดิมๆอยู่ (หรืออย่างน้อยก็ conditional เช่น fee จะถูกคิดมากขึ้นหาก upside จากการขายของ NFT ตัวนี้มีมากขึ้น หรือ fee จะยิ่งถูกขึ้นตามปริมาณ NFT ที่คนๆนี้ถือบน collection ใด collection หนึ่งครับ) - เรื่องนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ Web3 อะไรครับ (เพราะบางคนเอาขึ้นมาเป็นเหตุผลในการได้รับ fee ของศิลปิน) มันเป็นแค่เรื่องของกลไกทางตลาดเท่านั้นเลยครับ
No activity yet