NFTs & The Metaverse research partially done by AI while writing is 100% by human)


NFTs & The Metaverse research partially done by AI while writing is 100% by human)
Share Dialog
Share Dialog

Subscribe to Thailand JPEG Holder

Subscribe to Thailand JPEG Holder
Web3 ไม่ได้หมายถึง Decentralisation เสมอไป มันเป็นคนละเรื่องกัน
เนื่องจากความหมายของ Web3, ที่ผมได้เคยอธิบายและเขียนสรุปจากหนังสือของ Klasu Schwab (ดูเพิ่มเติมตัวเต็มได้ที่นี่: https://mirror.xyz/.../aji4EsPZTJkimBToUdJO8z83K5jPI1siWr... ), คือการกระจาย/ส่งคืนผลประโยชน์แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนั้นๆครับ ซึ่งจะเห็นได้ว่านิยามและหลักการไม่ได้ขึ้นอยู่กับความ decentralised เลย; ขณะที่ decentralisation หมายถึงการกระจายศูนย์ authority ในแง่ของการควบคุม/ดำเนินการ/จัดการ - แน่นอนว่าสองเทอมนี้เป็นสิ่งที่เข้ากันได้จาก application ต่างๆ (อย่างที่เราเห็นกันได้ชัดที่สุดสำหรับคนที่อยู่ใน space คือการให้ airdrop และ business revenue ครับ) เนื่องจากหลักการของ web3 ทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น มีสิทธิในการกำหนดทิศทาง ได้รับผลตอบแทนกลับมาในหลายๆรูปแบบ ได้ความแข็งแกร่งขึ้นของชุมชน ฯลฯ ที่อาจมาในรูปของ tokenisation และ ownership - ดังนั้นเราก็สามารถ 'อนุมาน' คร่าวๆได้ว่าธุรกิจหรือ organisation นั้นจะ decentralised มากขึ้นครับ
เราจะเห็น element ตรงนี้ได้ว่า web3 เป็นเงื่อนไขพอเพียงของ decentralisation (sufficient condition) แต่ decentralisation ไม่ได้เป็นเงื่อนไขจำเป็น (necessary condition) ต่อ web3 ครับ
ประเด็นของโพสนี้คือหากมี entity ใดๆบอกว่าจะทำการ integrate web3 principle เข้ามา แต่โครงสร้างต่างๆของสิ่งนั้นยังเป็น centralised อยู่ ก็ถือว่าปกติครับ (ซึ่งผมค่อนข้างมั่นใจว่าอนาคต 'big players' จะมาเส้นทางนี้ ด้วยเหตุผลของความสะดวกในการจัดการ (หรืออย่างมากก็มีการ hybrid element ของ decentralisation เข้ามาบ้างตามเหมาะสม) ลองนึกการเปิดร้านขายของหรือให้บริการใดๆบน mainnet สิครับ จะมีต้นทุนและประเด็นการจัดการกับ MEV มากแค่ไหน - ว่าภาษาบ้านๆก็คือ ทุกคนจะสร้างเชนของตัวเองมาใช้ครับ อย่างน้อยที่สุดก็เป็น L2 (ซึ่งอันนี้อนาคตก็ต้องดูกันว่า, สมมุติเป็น ETH, ความสะดวกและคุณภาพมันขนาดไหน)), ไม่ได้ถือว่าสิ่งๆนั้นได้ขาดความเป็น web3 แต่อย่างใดเลย
ส่วนตัวผมลำบากใจมาตลอดในการเขียนคือเรื่องคำว่า application; แว้บแรกผมว่าเป็นไปได้ไม่น้อยที่เราอาจจะนึกภาพพวก dapps ขึ้นมา หรือแม้กระทั่งแอปต่างๆในโทรศัพท ทั้งที่ความจริง application โดยหลักการ (มาจาก apply [v]) คือการนำมาใช้ครับ มีความหมายกว้างกว่าการตีความให้มันเป็น object บางอย่าง ซึ่งผมว่าการเข้าใจคลาดเคลื่อนเล็กน้อยตรงนี้อาจทำให้ misleading ได้
Web3 ไม่ได้หมายถึง Decentralisation เสมอไป มันเป็นคนละเรื่องกัน
เนื่องจากความหมายของ Web3, ที่ผมได้เคยอธิบายและเขียนสรุปจากหนังสือของ Klasu Schwab (ดูเพิ่มเติมตัวเต็มได้ที่นี่: https://mirror.xyz/.../aji4EsPZTJkimBToUdJO8z83K5jPI1siWr... ), คือการกระจาย/ส่งคืนผลประโยชน์แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนั้นๆครับ ซึ่งจะเห็นได้ว่านิยามและหลักการไม่ได้ขึ้นอยู่กับความ decentralised เลย; ขณะที่ decentralisation หมายถึงการกระจายศูนย์ authority ในแง่ของการควบคุม/ดำเนินการ/จัดการ - แน่นอนว่าสองเทอมนี้เป็นสิ่งที่เข้ากันได้จาก application ต่างๆ (อย่างที่เราเห็นกันได้ชัดที่สุดสำหรับคนที่อยู่ใน space คือการให้ airdrop และ business revenue ครับ) เนื่องจากหลักการของ web3 ทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น มีสิทธิในการกำหนดทิศทาง ได้รับผลตอบแทนกลับมาในหลายๆรูปแบบ ได้ความแข็งแกร่งขึ้นของชุมชน ฯลฯ ที่อาจมาในรูปของ tokenisation และ ownership - ดังนั้นเราก็สามารถ 'อนุมาน' คร่าวๆได้ว่าธุรกิจหรือ organisation นั้นจะ decentralised มากขึ้นครับ
เราจะเห็น element ตรงนี้ได้ว่า web3 เป็นเงื่อนไขพอเพียงของ decentralisation (sufficient condition) แต่ decentralisation ไม่ได้เป็นเงื่อนไขจำเป็น (necessary condition) ต่อ web3 ครับ
ประเด็นของโพสนี้คือหากมี entity ใดๆบอกว่าจะทำการ integrate web3 principle เข้ามา แต่โครงสร้างต่างๆของสิ่งนั้นยังเป็น centralised อยู่ ก็ถือว่าปกติครับ (ซึ่งผมค่อนข้างมั่นใจว่าอนาคต 'big players' จะมาเส้นทางนี้ ด้วยเหตุผลของความสะดวกในการจัดการ (หรืออย่างมากก็มีการ hybrid element ของ decentralisation เข้ามาบ้างตามเหมาะสม) ลองนึกการเปิดร้านขายของหรือให้บริการใดๆบน mainnet สิครับ จะมีต้นทุนและประเด็นการจัดการกับ MEV มากแค่ไหน - ว่าภาษาบ้านๆก็คือ ทุกคนจะสร้างเชนของตัวเองมาใช้ครับ อย่างน้อยที่สุดก็เป็น L2 (ซึ่งอันนี้อนาคตก็ต้องดูกันว่า, สมมุติเป็น ETH, ความสะดวกและคุณภาพมันขนาดไหน)), ไม่ได้ถือว่าสิ่งๆนั้นได้ขาดความเป็น web3 แต่อย่างใดเลย
ส่วนตัวผมลำบากใจมาตลอดในการเขียนคือเรื่องคำว่า application; แว้บแรกผมว่าเป็นไปได้ไม่น้อยที่เราอาจจะนึกภาพพวก dapps ขึ้นมา หรือแม้กระทั่งแอปต่างๆในโทรศัพท ทั้งที่ความจริง application โดยหลักการ (มาจาก apply [v]) คือการนำมาใช้ครับ มีความหมายกว้างกว่าการตีความให้มันเป็น object บางอย่าง ซึ่งผมว่าการเข้าใจคลาดเคลื่อนเล็กน้อยตรงนี้อาจทำให้ misleading ได้
<100 subscribers
<100 subscribers
No activity yet